เปิดประเทศรอบนี้ ระวังคล้ายสงกรานต์ที่แล้ว

เปิดประเทศครั้งก่อน นายกก็บอกก่อนสงกรานต์ไม่นาน นี่จะเปิดประเทศ (อีกรอบ) ก่อนปีใหม่ซะด้วย

เทศกาลหยุดยาวกำลังมา มีหวังอาจเจอชิปข้างถนนที่แต่ละคนทำหล่นหายเต็มไปหมด มาวัดดวงกันดูว่า เปิดประเทศรอบนี้ จะได้เรื่องอย่างไรกับปากคำของนายกรัฐมนตรีคนนี้

เปิดประเทศหนก่อน เจ๊งกันเป็นแถบ

เสียงเตือนก่อนเปิดประเทศ

ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายกฯ จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย. นี้ว่า การเปิดประเทศเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ต้องการเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า และการใช้ชีวิตของประชาชนใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากที่สุด พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างสมดุล การจะเปิดประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ขึ้นอยู่กับว่าเราได้มีการเตรียมความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในช่วงที่ผ่านมา และมีมาตรการรองรับการเปิดประเทศที่จะเกิดขึ้นครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ รวมทั้งได้มีการเตรียมการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร

การเปิดประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หลายประการ จึงขอฝากนายกฯ คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนไทยในประเทศให้เกิดความมั่นใจว่า การเปิดประเทศครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการเดินหน้าประเทศไทย ช่วยทำให้คนไทยได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขต่อไปในเร็ววัน

เปิดประเทศต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่

ข้อดีของการสวดมนต์

อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ตามข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลดความเสี่ยงจากการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก

เป้าหมายเพื่อการฉีด จัดหาจัดซื้อ การกระจายวัคซีนให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึง หรืออย่างน้อย 70% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือครอบคลุมประชากรประมาณ 50 ล้านคน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลต้องปูพรมฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 หากต้องการให้ประชาชนแต่ละคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดส

เปิดประเทศรอบนี้ ระวังอาจคล้ายสงกรานต์ที่แล้ว

รัฐบาลเริ่มฉีดวัคซีนวันแรกเมื่อเดือนมิถุนายน จึงมีเวลา 7 เดือนในการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส หรือเฉลี่ยเดือนละ 14-15 ล้านโดส หรือวันละ 4-5 แสนโดส

ผ่านมาประมาณ 4 เดือน ข้อมูล ณ วันที่ 11 ตุลาคม พบว่า มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 35,462,170 ราย คิดเป็น 49.2% ของประชากร, มีผู้ได้รับเข็มที่ 2 สะสม 23,796,497 ราย คิดเป็น 33.0% ของประชากร และ มีผู้ได้รับเข็มที่ 3 สะสม 1,774,584 ราย คิดเป็น 2.5 % ของประชากร

ไทยเบียดญี่ปุ่นสู่อันดับ 24 โควิดสะสมมากสุดในโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในประเทศไทยจะค่อย ๆ ลดจากระดับสองหมื่น เหลือไม่ถึงหลักหมื่นในปัจจุบัน แต่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทยเริ่มไต่อันดับสูงขึ้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ worldmeters ล่าสุดระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 24 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงที่สุดในโลก ด้วยตัวเลขกว่า 1.7 ล้านราย เบียดญี่ปุ่นหล่นไปอยู่อันดับ 25 เป็นที่เรียบร้อย

แต่หากย้อนไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน ประเทศไทย ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 79 มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 2 แสนราย

ที่มาข่าว
– https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2217820
– https://www.prachachat.net/general/news-780241

สรุปข่าวเด่นประเด็นร้อน