ลูกชอบยืมเงินเพื่อน ทำไงดี

ลูกชอบยืมเงินเพื่อน ทำไงดี

วันนี้ เจ้าตัวเล็กที่บ้าน เหมือนมีปัญหาอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ไข ทำให้ต้องนั่งจับเข่าคุยกัน พ่อแม่ลูก เรื่องของเรื่องคือ “ลูกชอบยืมเงินคนอื่น” นั่นเอง

หลายคนเข้าใจว่า นี่คือ ปัญหา และต้องมี การแก้ไข เร่งด่วน แถมคนที่บ้านก็คิดว่ามันคือปัญหาใหญ่ ที่ต้องรีบจัดการ ลูกไม่ควรมีนิสัยไปขอยืมเงินคนอื่นแบบนี้ มันทำให้ลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหา กลายเป็นคนนิสัยไม่ดี อนาคตจะกลายเป็นคนที่มีปัญหาและหาทางออกไม่ได้ บลาๆๆๆ สำหรับคุณพ่อสายชิล คิดว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา(ว่ะ) โคตรธรรมดาเลย ปัญหามีไว้แก้ไข



แล้วสังคมทุกวันนี้ คนมันยืมเงินกันจนเป็นนิสัยหนึ่งไปแล้ว บางคนถึงกับปลอมเอกสารเพื่อไปยืมเงินธนาคารก็มี ใครจะมาบอกว่า เค้าทำตัวไม่ดีที่ไปยืมเงิน ผมว่ามันไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งที่ต้องแก้ปัญหาคือ จะทำยังไงให้เค้าเลิกสนใจเงินคนอื่นแล้วมาจัดการเงินของตัวเองให้พอ ซะก่อนดีไหม?

ก่อนคุยกันเรื่องนี้ ทั้งบ้านเห็นเป็นเรื่องใหญ่โต คุณแม่นี่โวยมาแต่ไกลเลย เสียงดังล้งเล้ง ทำอย่างกับเรื่องคอขาดบาดตาย หน้างี้อารมณ์โมโหสุดๆ หลังจากที่บอกว่า ลูกไปยืมเงินคนอื่นมา ให้คุณพ่อฟัง ส่วนลูกก็หน้าจ๋อยอยู่ข้างรถ คุณพ่อก็เอาแต่ยิ้มอารมณ์ดี ฮ่าๆ แต่เรื่องนี้ก็ต้องไม่นิ่งเฉย เรารู้ปัญหานี้ไม่ได้รู้จากลูกบอก แต่ได้ยินจากญาติ ว่าลูกไปยืมเงินเค้าบ่อย (ลูกบอก 2-3 ครั้ง แต่ใช้คืนหมดแล้ว) ลูกไม่มีปัญหาเรื่องใช้หนี้คืน ลูกใช้คืนหมดแล้วก่อนที่เราจะรู้ถึงปัญหานี้ แต่ความถี่ในการกระทำ ทำให้เกิดปัญหา..และรู้สึกว่า ลูกหน้าจ๋อยเพราะโดนแม่ดุมาแน่ๆ…

ลูกชอบยืมเงินเพื่อน ทำไงดี

ปัญหาลูกชอบยืมเงินเพื่อน อะไรคือสาเหตุ

การที่ลูกไปยืมเงินคนอื่น ทั้งญาติ คุณครู(ช่างกล้าเนอะ ลูกบอกเอง คุณครูให้ยืมแต่กำชับว่าต้องคืนนะ และลูกก็คืนเงินตามนัด) เพื่อน พี่ น้อง ใครที่รู้จักก็เอาหมด ประมาณ 2-3 ครั้งก่อนพ่อแม่ทราบเรื่อง และลูกก็เอาเงินคืนเค้าไปครบแล้ว แสดงว่า การยืมและคืน สิ้นสุดแล้วก่อนพ่อแม่รู้เรื่อง (อันนี้ไม่รู้จริงไหม ต้องสืบกันต่อ ถ้ายังไม่ครบก็ต้องตามไปใช้หนี้ให้จนครบ) แต่หากไม่มานั่งคุยกัน ก็อาจมีการยืมและคืนกันเรื่อยๆ จนคนอื่นเห็นว่าลูกเรามีปัญหา และถ้าไม่รีบแก้ไข ลูกคงจะยืมครบทุกคนในโรงเรียน

ลูก มีพฤติกรรมชอบยืมเงิน ที่เป็นเรื่องเพราะมีคนมาบอกว่า ลูกชอบไปยืมเงินคนอื่น แต่ไม่ได้พูดว่าลูกไม่คืน ซึ่งถ้าไม่คืนนี่ มีปัญหาแน่ๆ แต่นั่นเองที่เป็นสาเหตุให้คนที่บ้าน รวมทั้งคนอื่นเข้าใจไปว่า เราไม่ได้ให้เงินเค้าพอหรือเปล่า ความจริงคือ เราให้เงินเค้าไปพอดี และบ่อยครั้งจะเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ แต่ลูกเอาเงินไปทำอะไร?

คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวและถูกกล่าวถึงในวงสนทนา พ่อแม่ลูก ว่า..

  • ลูกเอาเงินไปทำอะไร
  • จำเป็นแค่ไหนที่ลูกจะต้องเอาเงินนี้ไปแลก
  • บ่อยแค่ไหน
  • ทำไมโกหกถึงที่มาของเงิน (ส่วนนี้สำคัญ)

เป็นคำถามเปิดอกให้เค้าได้ตัดสินใจพูดออกมา เพราะเราต่างคุยกันทุกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องจริงจังเราจะคุยอย่างจริงจัง นั่งล้อมวงคุยกันเลย ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ดุไม่ด่า คุยเปิดอกกันอีกครั้ง จริงๆ ข้อที่ว่าลูกเอาเงินไปทำอะไร และบ่อยแค่ไหน รวมถึงเหตุผลต่างๆ นาๆ ที่ลูกจำเป็นต้องใช้เงิน คุณพ่อรู้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่มาของเงิน ส่วนนี้ต้องจัดการด่วน แต่การสอน จะเกิดขึ้นได้ดีก็ด้วยการลงมือปฎิบัติไปพร้อมกัน

แอพออมเงิน โหลดฟรี มีเงินเก็บตามใจ

คำตอบที่ได้ในวงสนทนา พ่อแม่ลูก ว่า…

  • ลูกเอาเงินมาจ่ายให้คุณพ่อ สำหรับค่าขอเล่นเกม 1 ครั้ง
  • ขึ้นอยุ่กับความอยากจะเล่น
  • บ่อยแค่ไหน ก็ทุกวันที่อยากเล่น
  • โกหกว่าใช้เงินประหยัด เลยมีเงินเหลือ

จากที่ให้เค้าอธิบาย ได้ความว่า ก็ด้วยความอยากเล่นทุกวัน เห็นเพื่อนเอามือถือมานั่งเล่นที่โรงเรียน ก็อยากเล่นบ้าง ก็ต้องใช้เงินทุกวัน เพราะคุณพ่อบอกว่าถ้าอยากเล่นต้องหาเงินมาจ่ายค่าไฟค่าเน็ตเอง (สอนให้เค้ารู้ถึงภาระที่เค้าจะต้องทำในสิ่งที่เค้าอยากได้) เค้าเคยถามว่าเค้าเด็กจะหาเงินยังไง ก็บอกไปว่า ต้องทำงาน อาจเก็บของไปขาย ไม่ก็ช่วยคนที่บ้านทำงาน ถ้าเค้าใจดีจะได้ค่าจ้างไป หรือไม่ก็เก็บออมจากเงินที่ได้ไปโรงเรียนวันละ 20-30 บาท

เคยสอนเค้าว่า เงินให้ใช้ซื้อแต่สิ่งจำเป็น ถ้าเปรียบเทียบ ระหว่างความจำเป็น และความอยาก เช่น ให้เลือกเอาระหว่างอดข้าวเอาเงินไปทำอย่างอื่น กับซื้อข้าวกินให้อิ่มแต่จะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เลือกแบบไหนถึงจะดี กลายเป็นว่า ลูกเลือกทั้งสองอย่างเลย คือได้กินข้าวอิ่ม และได้เล่นเกมด้วย แต่ต้องยืมเงินเพื่อน เอาเงินมาซื้อความอยากแทน “ปัญหาการยืมเงิน คือ ไม่มีพอจะใช้เพื่อสนองความอยากของตัวเอง” การยืมเงินไม่ใช่ปัญหา หากเค้าคืนตามที่ยืมมาครบตรงเวลา

แต่ปัญหาจะเกิดหากเค้าไม่มีอะไรไปคืน อาจกลายเป็นว่าต้องไปลักขโมยของ หรือเป็นคนขี้โกง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปจากสังคมปัจจุบันนี้ และเราไม่อยากให้ลูกเป็นคนขี้โกง และไม่อยากให้ลูกเป็นคนมีปัญหา (ที่ดูเหมือนจะใหญ่โตมากเลย) แต่ก็ไม่อยากให้ไปยืมเงินใครอีก ต้องระงับความต้องการของตัวเองให้ได้บ้าง ว่าสิ่งไหน จำเป็นมากกว่ากัน ซึ่งเรื่องพวกนี้ ก็ต้องค่อยๆ สอน แต่ตอนนี้ ลูกได้บทเรียนหลายอย่าง…
ลูกชอบยืมเงินเพื่อน ทำไงดี

บทเรียนที่ได้ จากการแก้ปัญหาเรื่อง ลูกชอบยืมเงินคนอื่น

  • ลูกมีความรับผิดชอบ ยืมแล้วคืนตรงเวลา
  • ยังไม่สามารถ ระงับ ความอยากของตัวเองได้
  • รู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองมีเงิน แต่อาจเป็นวิธีที่ผิด
  • ได้คุยกันพ่อแม่ลูก

เราพ่อแม่ จะต้องหาโอกาสให้ได้รู้ถึงหลายๆอย่าง ในสิ่งที่เค้าคิดและให้เค้าพูดออกมา พ่อแม่ต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี อย่าพูดแซก อย่าดุด่า อย่าห้าม ในระหว่างที่เค้าพูด นี่เป็นวิธีสอนของผม เพราะเราจะไม่พูดแทรกใคร จนกว่าจะฟังจบก่อน เมื่อฟังจบแล้ว เราจะได้รู้ถึงสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาของเค้า ว่าถูกต้องหรือไม่ ในเรื่องนี้ เค้าแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ถูกต้องนัก

สรุปแล้ว ลูกก็ต้องกลับมาที่จุดเริ่มต้น คือ.. เค้าต้อง ประหยัด อยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนเค้าก็จะกลับมายังจุดเริ่มต้นของเรื่อง คือ ต้องประหยัดเพื่อให้มีเงินเหลือไปคืนเพื่อน และลูกรับทราบถึงข้อสรุป และนำไปใช้ พร้อมสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก จบ…ก็ติดตามผลต่อไป…

เราตกลงกันว่า เราจะไม่เพิ่มเงินให้ลูกไปโรงเรียน และเราไม่สนับสนุนให้ลูก รวมทั้งคนในบ้าน (ไปกระทบคนในบ้านซะงั้น) ว่าให้ไปยืมอะไรของคนอื่น แม้จะมีปัญญาคืนก็ตาม เพราะมันจะเป็นบุญคุณไม่มีสิ้นสุด และให้ลูกได้คิดอีกว่า ถ้าเค้าถูกยืมอะไรไปแล้วไม่ได้คืนเค้าจะรู้สึกยังไง เพราะคุณพ่อเองก็เคยถูกคนยืมเงินแล้วไม่ใช้คืนมาหลายคนแล้วเหมือนกัน รู้สึกหงุดหงิด และกำชับลูก แต่หันหน้าไปยังคนข้างๆ ว่า อย่าได้ไปยืมเงินใครอีก

ลูกชอบยืมเงินเพื่อน ทำไงดี

** ทุกๆ วันลูกจะมีเงินมาให้เป็นค่าเล่นเกม 10 บาทบ้าง 5 บาทบ้าง 20 บาทก็มี เงินที่เค้าได้ทุกวันคือ 20-30 บาท เพื่อซื้อขนม ส่วนอาหารกลางวันที่โรงเรียนมีให้ จ่ายไปพร้อมค่าเทอมแล้ว อิ่มแน่นอน ส่วนเงินที่เค้าให้มาก็เก็บหยอดกระปุกให้เค้านั่นแหละ แล้วพอได้จำนวนหนึ่งจะให้เค้าเห็นว่า เค้าเสียเงินไปกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไปเท่าไหร่

สิ่งที่ภูมิใจกับลูก

  • ลูกไม่ใช้ความรุนแรง ข่มขู่ ถึงสิ่งที่เค้าต้องการ เมื่อเค้ายืมแล้วไม่ได้ เค้าก็จบแค่นั้น
  • เค้าเป็นคนรักษาสัญญา ยืมแล้วคืนตรงเวลา
  • รู้วิธีอดออม เพื่อหาเงินมาคืนเพื่อน (สุดท้ายก็กลับมาออมเงินตัวเอง)
  • ลูกได้เปิดอกคุยกัน (อีกครั้งและอีกหลายๆครั้งตามปกติ)

ก็ค่อยๆ แก้ปัญหากันไปนะ เจ้าเด็กน้อย พ่อแม่ไม่รู้หรอกว่า มันจะเป็นวิธีที่ได้ผลกับลูกไหม แต่สำหรับตัวพ่อแม่เอง ไม่ดีใจที่จะเจอคนมายืมเงิน และสำหรับคุณพ่อก็ไม่มีความคิดที่จะไปยืมเงินใครเหมือนกัน จบจริงๆ..