Soursop Anti Cancer

Soursop is the fruit of Annona muricata, a broadleaf, flowering, evergreen tree native to Mexico, Cuba, Central America, the Caribbean, and northern South America, primarily Colombia, Brazil, Peru, Ecuador, and Venezuela. Soursop is also produced in some parts of Africa, Southeast Asia and the Pacific. It is in the same genus as the chirimoya and the same family as the pawpaw.

The soursop is adapted to areas of high humidity and relatively warm winters; temperatures below 5 °C (41 °F) will cause damage to leaves and small branches, and temperatures below 3 °C (37 °F) can be fatal. The fruit becomes dry and is no longer good for concentrate.



แม้ว่าจะมีสรรพคุณมากมาย แต่สรรพคุณเด่นที่โด่งดังที่สุดของทุเรียนเทศก็คือความสามารถในการรักษาโรคมะเร็ง ฆ่าเซลล์มะเร็งอย่างได้ผลและไม่เป็นอันตราย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสาร แอนโนนาเชียส เอคโทจีเนียส (Annonaceous acetogenins) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในทุเรียนเทศ และสามารถต้านทำลายเซลล์มะเร็งทุกชนิด รวมไปถึงการฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราอย่างได้ผลชะงัด

อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้มีผลการรับรองจากห้องทดลองหลายแห่งรวมทั้งสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทุเรียนเทศนั้นสามารถช่วยในการฆ่าเซลล์มะเร็งได้ถึง 12 ชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แถมมหาวิทยาลัยคาทอลิกในเกาหลีใต้ยังได้ยืนยันอีกว่าฤทธิ์ของทุเรียนเทศในการฆ่าเซลล์มะเร็งนั้น มีฤทธิ์มากกว่าการทำเคมีบำบัดถึง 10,000 เท่า โดยไม่ส่งผลร้ายต่อเซลล์เนื้อเยื่อดีอื่น ๆ ในร่างกายของคนไข้ แถมในรายที่เกิดอาการดื้อยามะเร็ง ก็ยังส่ามารถใช้สารสกัดจากมะเร็งน้ำมาช่วยให้คนไข้หายจากการอาการดื้อยาได้อีกด้วย

ทุเรียนน้ำแก้มะเร็ง Soursop Anti Cancer

โดยสถาบันผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาได้ชี้ให้เห็นความสามารถของสารสกัดจาก Soursop ดังนี้

  • โจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาเพราะเป็นผลผลิตตามธรรมชาติทั้งหมด ไม่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง สูญเสียน้ำหนักและเส้นผมหลุดร่วง เหมือนการทำเคมีบำบัด
  • ป้องกันระบบภูมิคุ้มกันและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อร้ายแรง
  • รู้สึกถึงความแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากขึ้น ตลอดช่วงเวลาของการรักษา
  • เพิ่มพลังงานชีวิตและปรับปรุงสภาพร่างกายภายนอกของคนไข้

วิธีใช้ Soursop รักษามะเร็ง

สำหรับการใช้ทุเรียนเทศเพื่อรักษามะเร็งให้ได้ผลนั้น ให้นำใบทุเรียนเทศตามธรรมชาติ สด ๆ มารับประทาน โดยคัดเลือกใบที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แก่หรือมีสีเขียวเข้มมากเกินไป หรือการนำใบแห้งจากกระบวนการอบแห้งด้วยการเป่าลมร้อน (Air Dry) มาชงเป็นชาดื่ม โดยมีวิธีในการชงชาจากใบทุเรียนเทศ หรือทุเรียนน้ำ ให้ฉีกใบแห้งเป็นชิ้นเล็ก ๆ และตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 ลิตร นำใบทุเรียนเทศไปต้มกับน้ำ และลดไฟให้ต่ำ เคี่ยวอีก 20 นาที ใช้ดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร โดยให้ดื่มน้ำชาแบบนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย หากดื่มติดต่อกันมานานเกิน 30 วันแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ดีขึ้น ให้พักก่อนสัก 1 สัปดาห์จึงค่อยดื่มชาต่อ

ทุเรียนน้ำแก้มะเร็ง Soursop Anti Cancer

ข้อควรระวังในการรับประทาน

  • มีงานวิจัยในแถบทะเลแคริบเบียนที่แสดงให้เห็นว่า ในผล เมล็ด และราก ของทุเรียนเทศ มีสารแอนโนนาซิน (Annonacin) ซึ่งมีความเชื่อมโยงสูงต่อการเกิดโรคพาร์คินสัน และมีสารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการทรับประทานผล ราก หรือน้ำผลไม้ที่ทำจากทุเรียนเทศมากจนเกินไป หรือรับประทานติดต่อกันทุกวัน
  • จากการทดลองพบว่า สารสำคัญในทุเรียนเทศนั้นจะไม่สามารถสกัดหรือสังเคราะห์ออกมาได้ ดังนั้นหากต้องการได้รับสารดังกล่าว จะต้องบริโภคแบบธรรมชาติเท่านั้น การทานในรูปแบบของยาอัดเม็ดหรือผลบรรจุแคปซูลนั้นจะไม่ได้ผลประโยชน์ใด ๆ เลยทั้งสิ้น
  • ารทานทุเรียนเทศให้ได้ประโยชน์นั้น ควรจะต้องรับประทานแบบธรรมชาติ หรือรับประทานสด ๆ เท่านั้น ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากทุเรียนเทศที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้กระป๋อง หรือใบชาบดผ่านกระดาษกรอง เพราะกระบวนการในการผลิตเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ประสิทธิภาพของทุเรียนเทศลดลง
  • การรักษามะเร็งให้ได้ผลจะต้องนำใบ หน่อ และกิ่ง ของต้นทุเรียนเทศ มาต้มทำเป็นชา ขณะที่การนำผลของทุเรียนเทศมาต้มเป็นชานั้นไม่ได้ให้ผลใด ๆ ในการรักษามะเร็ง เนื่องจากมีสารที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งอยู่น้อย

การรับประทานทุเรียนเทศ หรือทุเรียนน้ำให้ได้ผลจริงๆ นั้นจะต้องทานจากธรรมชาติเท่านั้น เพราะการทานทุเรียนเทศในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ นั้น นอกจากจะบันทอนสรรพคุณของทุเรียนเทศแล้ว เราอาจจะไม่ได้รับสารอันเป็นประโยชน์ใดๆ เลยก็ได้ ได้ผลดีที่สุดเมื่อได้มาจากธรรมชาติ เช่นกินผลสดจากต้น หรือใบที่ได้ในลักษณะธรรมชาติ ไม่มีการผ่านกระบวนการ ทำเป็น อัดเม็ด แคพซุล หรือ กินชาแบบทำเป็นซองชาผ่านกระดาษกรองพร้อมดื่ม การรับประทานให้ได้ผล ผลไม้นี้มีพลังมากกว่าคีโม ไม่ควรกินเป็นผลไม้หรืออาหารว่างที่นึกจะกินก็กิน กินไม้ยั้ง แต่มันต้องมีโดส มีปริมาณที่เหมาะสมที่ควรกินเพื่อรักษาโรคจริงๆ

สรุปข่าวเด่นประเด็นร้อน