ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

โครงการใหม่แกะกล่องจากภาครัฐ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เป็นโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่เริ่มจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรก ซึ่งผู้ที่จะเดินทางเข้าภูเก็ต ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (Standard Operation Procedures หรือ SOP) ที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 64



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้านำนักท่องเที่ยวเข้ามา 100,000 คน และมีเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวที่ 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของโครงการคือเดือน ก.ค.-ก.ย. 64

ในขณะเดียวกันสถานการณ์ของชาวเล ชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต ยังลำบาก เพราะไม่มีรายได้ และปลาที่หามาได้ก็ขายไม่ได้ ตอนนี้จึงพยายามทำโครงการข้าวแลกปลาโดยการนำปลามาแปรรูป เช่น ตากแห้ง ทำปลาดองเค็ม แต่ก็ไม่มีตลาดที่แลกเปลี่ยนมากนัก หากใครต้องการสามารถติดต่อมาที่ชาวเลชุมชนราไวย์ได้ และตอนนี้กำลังขยายผลไปยังชาวเลเกาะพีพี เพราะที่นั่นชาวเลก็ลำบากมาก เนื่องจากพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยว เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว ชาวบ้านก็ต้องหันมาจับปลา แต่ก็ไม่มีที่ขายเช่นกัน ดังนั้น จึงต้องพยายามหาปลาเพื่อแลกข้าว

แต่เมื่อถามถึงโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ของรัฐบาล ได้ส่งผลดีกับชาวเลบ้างหรือไม่ ชาวชุมชนได้ให้ข้อมูลว่า เพราะวิธีการดังกล่าวมุ่งไปยังธุรกิจขนาดใหญ่โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติไปพักตามโรงแรมที่ได้มาตรฐานการท่องเที่ยว ขณะที่ชุมชนชาวเลนั้น นักท่องเที่ยวที่สนใจคือผู้ที่อยากท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชน

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ควรกระจายนักท่องเที่ยวด้วย วันนี้บริเวณหาดราไวย์แม้ยังมีแผงขายปลาสด เงียบเหงา ขายได้แต่นักท่องเที่ยวในจังหวัด ไม่มีต่างชาติเลย แม้ตอนนี้ภายในชุมชนราไวย์ส่วนใหญ่ชาวเลได้ฉีดวัคซีนคนละ 2 เข็มแล้วก็ตาม แต่ที่เรากลัวคือหากเกิดการระบาดระลอก 4 ซึ่งไม่รู้ว่าเชื้อโรคจะกลายพันธุ์ไปอย่างไรบ้าง หากมีชาวเลติดสักคนคงตายกันหมด เพราะพวกเราอยู่กันอย่างแออัด นี่เป็นอีกเสียงหนึ่งของชาวเลชุมชนราไวย์ ภูเก็ต

ที่มา : prachatai.com/journal/2021/07/93773