ปภ.แจ้ง 55 จว.เหนือ อีสาน กลาง ใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ส่วนภาคใต้ 4 จว.เฝ้าระวังคลื่นลมแรงช่วง 4 – 6 ก.ค.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันรวมถึงบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันประกอบกับบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศรวมทั้งพิจารณาสาเหตุเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง พายุ “ไมสัก” ฉบับที่ 1 (104/2569) แจ้งว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ไมสัก” แล้วก็คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4 – 6 ก.ค.โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” ประกอบไปด้วยร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือหมายรวมไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย หมายรวมไปถึงอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ประกอบกับภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันตามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างประกอบกับอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม บวกกับคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.แยกเป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ร่วมกับดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ 17 จ. ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ รวมถึงอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร่วมกับอุบลราชธานี
ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ภาคใต้ 4 จว. ได้แก่ ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะขาว อ.ตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า รวมถึง อ.คุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) รวมไปถึงกระบี่ ( อ.เมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อ.เหนือคลอง รวมทั้ง อ.อ่าวลึก)
กองอำนวยการป้องกันรวมไปถึงบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันรวมถึงบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 55 จ. ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันร่วมกับบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นร่วมกับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน รวมไปถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุร่วมด้วยให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงร่วมกับบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนรวมทั้งปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด หมายรวมไปถึงให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และก็ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย ร่วมกับช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอให้ จว.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศร่วมด้วยข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือรวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
ในระยะนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THA DISASTER ALERT” ร่วมกับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว คนเขียนบล็อก รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ
