พิษทรัมเป็ดล่ออิหร่าน ทำน้ำมันแพง พอโลกจะเข้าสู่พลังงานทางเลือก แห่ไปออกรถ EV เพราะน้ำมันหายาก ค่าไฟแมร่งก็จ่อขึ้นอีก เริ่ม พค.69 นี้ รวยไม่รู้เรื่องแล้วโว้ย...ยยย เยสแหม่ม
1 พ.ค. 69 ค่าไฟจ่อขึ้น กกพ.ชง 3 ทางเลือก แพงสุด 4.59 บาท
ดร.พุลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เผยว่า ในการประชม กกพ. ครั้งที่ 10/2569 (ครั้งที่ 1000) มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที่) สําหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสําหรับงวด พ.ค. – ส.ค.69 เป็น 3 กรณี โดยเรียกเก็บที่ 3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย ดังนี้
กรณีที่ 1: ผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า E (จ่ายคืนภาระต้นทนคงค้าง กฟผ.ทั้งหมด) ค่า F. ขายปลีกเท่ากับ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า F, ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29,66 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อ ชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึนจริงของ กฟผ. จ๋านวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย he โดย กฟผ. จะได้รับเงินทีรับภาระต้นทนค่าเชือเพลิงรวมไปถึงค่าซือไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569 นำไปชำระเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนส่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คํานวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมลค่าเพิ่ม ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าหั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจบัน ทั้งนี้ ในการประมาณการยังไม่รวมถึงประมาณการรายการปรับปรุงค่า AFcs สําหรับเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม 2569 (งวดที่ 3 เป็นเงินจํานวน 2,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 3.66 สตางค์ต่อหน่วย
กรณีที่ 2: กรณีต้นทนFAC ประจํางวด(ข้อเสนอ กฟผ.) ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29.66 สตางค์ต่อ หน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทน AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้ฯ ทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน
กรณีที่ 3: กรณีต้นทุน FAC ประจํางวด ร่วมกับกกพ.พิจารณานําเงิน Claw back มาช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย สะท้อนแนวโน้มต้นทุน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ จะรับภาระต้นทน AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ร่วมกับ กกพ. พิจารณานําเงินเรียกคีนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมดจํานวนประมาณ 9,472 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย) มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก เมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉสี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผ้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจูบัน
โดยกกพ.จะเปิดรับฟังความเห็นทางเว็ปไซต์กกพ. วันที่ 25-31 มีนาคม 2569 จากนั้นจะสรุปร่วมกับประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
“แม้ต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกร่วมกับราคา LNG จะปรับตัวสูงขีนจาก วสู สถานการณ์พลังงานโลก ประกอบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นสาเหตุกดดันต่อค่าไฟฟ้าในงวดถัดไป แต่ กกพ. ยังมีเครื่องมือหมายรวมไปถึงกลไกในการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งการพิจารณาใช้เรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) หมายรวมไปถึงการทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ กกพ. สามารถรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท แตท. จํากัด (มหาชน) ควบคู่ไปกับความมันคงของระบบพลังงานในภาพรวมได้” ดร.พูลพัฒน์กล่าว
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา กกพ. ได้ทยอยชําระคืนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงจากต้นทุนคงค้าง (AF) ให้แก่ กฟผ. และก็ ปตท. อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2568 กกพ. ได้มีมติให้นําเงินเรียกคืนส่วนเกินรายได้ของการไฟฟ้า มาช่วยลดค่าไฟฟ้าจํานวน 2,640 ล้านบาท รวมทั้งเห็นชอบให้ทยอยคืนค่า AFgas รวม 6 งวด โดยเริ่มคืนงวดที สองในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2568 ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ยอดคงค้างของค่า AF ลดลงเหลือ 35,928 ล้านบาท บวกกับต้นทนค่าก๊าซธรรมชาติคงค้างของรัฐวิสาหกิจลดลงเหลือประมาณ 10,300 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงมาก แต่ยังเป็นเหตุลบที่กดดันค่าเอฟทีต่อไปจนกว่าจะทยอยชําระภาระค่าเชื้อเพลิงคงค้าง ทั้งหมดให้กับ กฟผ. รวมไปถึงบริษัท ปตท. จ๋ากัด (มหาชน) ที่เข้ามารับภาระแทนประชาชนผู้ใช้ไฟในงวดก่อนหน้านี้
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว คนเขียนบล็อก รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ
