<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ข่าวสาร ความรู้ ไอเดียเขียนบทความทำเว็บบล็อก - Recent Topics				            </title>
            <link>https://www.vwander.com/forum</link>
            <description>ข่าวสาร ข่าวเด่น เพื่อเป็นไอเดียสำหรับใช้ในการเขียนบทความลงบล็อก ข่าวกระแส เทรนด์โลก ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ใช้เขียนบทความได้</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Fri, 10 Jul 2026 23:13:07 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค.69</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/168</link>
                        <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 08:57:46 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาล กำชับ ส่วนราชการภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก-น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ เตือน ปชช.ติดตามข่าวสารใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำส...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>รัฐบาล กำชับ ส่วนราชการภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก-น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ เตือน ปชช.ติดตามข่าวสารใกล้ชิด</h2>
<p>เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 <strong>น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนพื้นที่ภาคใต้ ที่จะเกิดมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและก็อ่าวไทย ในช่วงวันที่ 10 – 15 ก.ค.69 นี้ ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 – 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนประกอบไปด้วยทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร</p>
<p>น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ในช่วงดังกล่าว จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคใต้ 4 จว. ได้แก่ จ.ระนอง อ.เมืองระนอง สุขสำราญ ร่วมด้วยอ.กะเปอร์ จ.พังงา อ.เกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า หมายรวมไปถึงอ.คุระบุรี จ.ภูเก็ต ทุก อ. จ.กระบี่ อ.เมืองกระบี่ คลองท่อม เกาะลันตา เหนือคลอง รวมไปถึงอ.อ่าวลึก จ.ตรัง อ.กันตัง สิเกา ปะเหลียน ประกอบไปด้วยอ.หาดสำราญ จ.สตูล อ.เมืองสตูล ละงู ท่าแพ แล้วก็อ.ทุ่งหว้า</p>
<p>น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกองอำนวยการป้องกันร่วมกับบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ประสานแจ้งศูนย์ป้องกันรวมไปถึงบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นเสี่ยงภัย ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดประกอบไปด้วยเตรียมความพร้อมรับมือ พร้อมกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนรวมถึงปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเล ห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ร่วมกับผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ทั้งนี้หากสถานการณ์ มีแนวโน้มรุนแรง ห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย แล้วก็ช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>อีกทั้งได้ประสานให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้อพยพให้เพียงพอ ร่วมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดเตรียมอาหารน้ำดื่มประกอบไปด้วยสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอในศูนย์พักพิงชั่วคราว ประกอบไปด้วยขอให้ จว.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือบวกกับปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/168</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>คลังปรับเกณฑ์บัตรคนจน ไม่นับเกณฑ์หักลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่-หนี้เกษตรกร</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/167</link>
                        <pubDate>Tue, 07 Jul 2026 04:01:43 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[คลังปรับเกณฑ์บัตรคนจน ไม่นับเกณฑ์หักลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่-หนี้เกษตรกร ลุ้นผู้ผ่านเกณฑ์ 17 ก.ค. ชงกลุ่มอกหักได้ใช้ 60/40 เงินเฟ้อมิย.สูงขึ้น 2.42%
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>คลังปรับเกณฑ์บัตรคนจน ไม่นับเกณฑ์หักลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่-หนี้เกษตรกร ลุ้นผู้ผ่านเกณฑ์ 17 ก.ค. ชงกลุ่มอกหักได้ใช้ 60/40 เงินเฟ้อมิย.สูงขึ้น 2.42%</h2>
<p>เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 <strong>นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง</strong> เปิดเผยสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากประกอบกับสังคม ครั้งที่ 8/2569 ที่ประชุมได้รับทราบผลการลงทะเบียนประกอบกับการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ในเบื้องต้น มีการเห็นชอบการเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย นำกลุ่มเปราะบางยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ <strong>กระทรวงมหาดไทยสำรวจพบระหว่างลงพื้นที่ลงทะเบียน (วันที่ 4 -21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป</strong></p>
<p>นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับการคัดกรองคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569<strong> จะไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้</strong> นอกจากนี้ ยังนำความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มาพิจารณา<strong>ทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร</strong> เนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เป็นสินเชื่อผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และบางกรณีเป็นการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนถึงความสามารถการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น</p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอ<strong>ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันจะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569)</strong> เนื่องจากผู้ถือบัตรดังกล่าวเป็นผู้ไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วงการเปิดลงทะเบียน ในขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนประกาศผลการลงทะเบียนตามกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ต่อไป</p>
<p>ด้าน<strong> นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและก็ยุทธศาสตร์การค้า(สนค.)</strong> กล่าวว่า<strong> ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 102.85 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 สูงขึ้น 2.42%</strong> ต้นเหตุจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับราคาสินค้าร่วมด้วยบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม<strong>แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง</strong> ผลจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อย่างอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ยังมีทิศทางทยอยขึ้นส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย อย่างผักสดร่วมกับเนื้อสัตว์ วัตถุดิบปรุงอาหาร ขณะเดียวกัน ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป รวมไปถึงน้ำอัดลม ปรับสูงขึ้นจากการสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 3 บวก 2.79 %</p>
<p>“<strong>ครึ่งปีหลังแนวโน้มเงินยังบวก เนื่องจากการปรับขึ้นของอาหารปรุงสำเร็จในวงกว้างไปทั่วประเทศ</strong> ส่วนใหญ่ขยับเพิ่ม 10 บาทต่อเมนู หรือขยับประมาณ 10-20% แม้แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงโลกลดลง แต่ยังมีต้นเหตุที่มีผลต่อเงินเฟ้อหมายความ น้ำมันดิบแม้ราคาเริ่มลงแต่เทียบปีก่อนราคายังสูง การปรับขึ้นราคาจานด่วน 3-5% ทั่วประเทศ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.90 บาท ดีเซลระดับ 35-40 บาท และก็อากาศปั่นป่วนจากภาวะเอลนีโญ อาจมีผลทั้งพายุรวมไปถึงแล้งรุนแรง จะมีผลกระทบต่อผักสดประกอบกับเนื้อสัตว์ ตอนนี้คนอาจรู้สึกอาหารยังไม่ได้แพงเพราะมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ช่วยลดภาระการจ่ายเงินประชาชนสำหรับอาหารจานด่วน ส่วนการควบคุมว่าราคาจานด่วนแพงเกินจริงมั้ย ทางนโยบายกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้พาณิชย์ จ.ติดตามสถานการณ์หมายรวมไปถึงหากเจอความผิดปกติก็ต้องหาแนวทางเข้าไปดูแลและกำชับการไม่ขายเกินราคาควรจริง”นางสาวณัฐิยา กล่าว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/167</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เหนือ อีสาน กลาง ใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/166</link>
                        <pubDate>Sat, 04 Jul 2026 03:30:52 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ปภ.แจ้ง 55 จว.เหนือ อีสาน กลาง ใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ส่วนภาคใต้ 4 จว.เฝ้าระวังคลื่นลมแรงช่วง 4 – 6 ก.ค.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัช...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2><strong>ปภ.แจ้ง 55 จว.เหนือ อีสาน กลาง ใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ส่วนภาคใต้ 4 จว.เฝ้าระวังคลื่นลมแรงช่วง 4 – 6 ก.ค.</strong></h2>
<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 <strong>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์</strong> อธิบดีกรมป้องกันรวมถึงบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันประกอบกับบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศรวมทั้งพิจารณาสาเหตุเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง พายุ “ไมสัก” ฉบับที่ 1 (104/2569) แจ้งว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ไมสัก” แล้วก็คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4 – 6 ก.ค.โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” ประกอบไปด้วยร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือหมายรวมไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย หมายรวมไปถึงอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ประกอบกับภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันตามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างประกอบกับอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม บวกกับคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.แยกเป็น</p>
<p>พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ร่วมกับดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ 17 จ. ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ รวมถึงอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร่วมกับอุบลราชธานี</p>
<p>ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์</p>
<p>ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล</p>
<p>พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ภาคใต้ 4 จว. ได้แก่ ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะขาว อ.ตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า รวมถึง อ.คุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) รวมไปถึงกระบี่ ( อ.เมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อ.เหนือคลอง รวมทั้ง อ.อ่าวลึก)</p>
<p>กองอำนวยการป้องกันรวมไปถึงบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันรวมถึงบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 55 จ. ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันร่วมกับบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นร่วมกับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน รวมไปถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุร่วมด้วยให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงร่วมกับบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ</p>
<p>สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนรวมทั้งปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด หมายรวมไปถึงให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และก็ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย ร่วมกับช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอให้ จว.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศร่วมด้วยข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือรวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด</p>
<p>ในระยะนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THA DISASTER ALERT” ร่วมกับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/166</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ไทยติดอันดับ 1 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณอายุ</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/165</link>
                        <pubDate>Wed, 01 Jul 2026 03:23:14 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ไทย ติดอันดับ 9 ของโลก อันดับ 1 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณอายุ รัฐบาล เร่ง พัฒนาไทยสู่จุดหมายปลายทางของผู้เกษียณจากทั่วโลก
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt"><strong>ไทย ติดอันดับ 9 ของโลก อันดับ 1 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณอายุ รัฐบาล เร่ง พัฒนาไทยสู่จุดหมายปลายทางของผู้เกษียณจากทั่วโลก</strong></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 <strong>น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ จาก International Living สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ด้านการใช้ชีวิตรวมไปถึงการเกษียณอายุในต่างประเทศ เผยแพร่ผลการจัดอันดับ Global Retirement Index 2026 โดยประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9 ของโลก และก็อันดับ 1 ของเอเชีย</p>
<p>เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ คะแนนรวม 80.0 คะแนน โดยประเมินจากจาก 7 เหตุสำคัญ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย วีซ่าประกอบกับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณ ค่าครองชีพ การพัฒนาและธรรมาภิบาล สภาพภูมิอากาศ ระบบสาธารณสุข และความเหมาะสมในการใช้ชีวิต</p>
<p>โดยอาศัยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้สื่อข่าว ร่วมด้วยชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในแต่ละประเทศจริง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้เกษียณอายุจากทั่วโลก ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ระบบสาธารณสุข ค่าครองชีพ รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย</p>
<p>น.ส.ลลิดากล่าวว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนโดดเด่นด้านค่าครองชีพ 96 คะแนน สะท้อนความคุ้มค่าในการใช้ชีวิตเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ ขณะที่ด้านการพัฒนาบวกกับธรรมาภิบาลได้ 84 คะแนน แสดงถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานหมายรวมไปถึงการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนด้านระบบสาธารณสุข ได้ 79 คะแนน สะท้อนมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ</p>
<p>รวมถึงด้านวีซ่าประกอบไปด้วยสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณที่ได้ 79 คะแนน ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับผู้เกษียณอายุจากทั่วโลก ทั้งนี้ผลการจัดอันดับดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของโลก และเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์รวมถึงสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ ร่วมกับการแพทย์มูลค่าสูง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย เพื่อรองรับทั้งประชาชนชาวไทยรวมไปถึงชาวต่างชาติ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของภูมิภาค</p>
<p>โดยรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการเกษียณอายุ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและก็บริการสุขภาพ เพิ่มการลงทุน รวมถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างยั่งยืน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/165</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หุ้นร่วง หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านซ้ำ</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/164</link>
                        <pubDate>Mon, 22 Jun 2026 02:22:30 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[น้ำมันโลกปรับขึ้น 1.1% หุ้นร่วง หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านซ้ำ
ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 69 ซึ่งเป็นการปรับลดตามตลาดหลักๆ ในตะวันตก หลังจากที่เนื่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2><strong>น้ำมันโลกปรับขึ้น 1.1% หุ้นร่วง หลังทรัมป์ขู่ พร้อมถล่มอิหร่านซ้ำ</strong></h2>
<p>ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 69 ซึ่งเป็นการปรับลดตามตลาดหลักๆ ในตะวันตก หลังจากที่เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่ากระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางว่าอาจไม่ราบรื่นเท่าใดนัก โดยอิหร่านได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ด้วยเหตุผลว่าสหรัฐรวมไปถึงอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง</p>
<p><strong>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong> ของสหรัฐ โพสต์ข้อความว่าขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ในเวลาเดียวกับที่รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ พบกับเจ้าหน้าที่อิหร่านเพื่อเจรจาครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่สวิตเซอร์แลนด์ ทรัมป์ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับค่าเงินปอนด์เมื่อโพสต์อีกว่า <strong>เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์</strong> นายรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมที่จะลาออก</p>
<p>บรรยากาศของการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสุดท้ายระหว่างสหรัฐประกอบไปด้วยอิหร่าน ถูกบดบังด้วยการที่รัฐบาลเตหะรานประกาศว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยข้อมูลจากเว็บติดตามการเดินเรือแสดงให้เห็นว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบลดลงอย่างชัดเจน หลังจากมีเรือผ่าน 32 ลำในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน แล้วก็ 26 ลำในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน</p>
<p>การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 81.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่ายังต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมที่ 126.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่มากก็ตาม</p>
<p>ด้านน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 2.7% ขึ้นไปอยู่ที่ 78.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังคงสูงกว่าระดับประมาณ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่ซื้อขายกันก่อนสงครามจะเริ่มต้น</p>
<p>ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองเชิงลบต่อความไม่แน่นอนดังกล่าว โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&amp;P 500 ของสหรัฐ ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq ลดลง 0.7%</p>
<p>ในยุโรป สัญญาล่วงหน้าดัชนี EURO STOXX 50 ลดลง 0.5% ดัชนี DAX ของเยอรมนีลดลง 0.3% บวกกับดัชนี FTSE ของอังกฤษอ่อนตัวลง 0.1%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับขึ้น 0.7% หลังจากทะยานขึ้นเกือบ 8% ในสัปดาห์ก่อนแล้วก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล ตรงกันข้าม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า ลดลง 0.9% หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 11% ในสัปดาห์ที่แล้วจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ส่วนดัชนี MSCI Asia-Pacific ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.4%</p>
<p>ขณะเดียวกัน เงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลง 0.2% มาอยู่ที่ 1.3210 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษหลังมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังพิจารณาอนาคตทางการเมืองของตนเอง ภายหลังจากที่คู่แข่งทางการเมืองอย่างในพรรคแรงงานอย่าง <strong>แอนดี เบิร์นแฮม</strong> ชนะการเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาอย่างถล่มทลาย จนทำให้รัฐมนตรีในพรรคแรงงานจำนวนมากขึ้นเริ่มเรียกร้องให้สตาร์เมอร์ลาออกจากตำแหน่ง</p>
<p>ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้กดดันราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4,154 ดอลลาร์ต่อออนซ์</p>
<p>ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วโลกกำลังประเมินความเสี่ยงจากสองปัจจัยสำคัญพร้อมกัน จะเป็นดังเช่น ความไม่แน่นอนของกระบวนการสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันโลก ร่วมด้วยแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรือแม้กระทั่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/164</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนร.ก่อนเปิดเทอม รัฐช่วย 500 บาท ไม่พอจ่าย</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/163</link>
                        <pubDate>Tue, 12 May 2026 04:52:07 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนร.ก่อนเปิดเทอม ชี้รัฐช่วย500ไม่พอ คนบ้านกรวดโอดขาดรายได้ ผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามชายแดน 
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศตามร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแต่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนร.ก่อนเปิดเทอม ชี้รัฐช่วย500ไม่พอ คนบ้านกรวดโอดขาดรายได้ ผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามชายแดน</strong> </span></p>
<p>เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศตามร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแต่ละพื้นที่คึกคักเป็นพิเศษในช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่เลือกซื้อชุดนักเรียนที่ลดราคาเพื่อลดค่าใช้จ่าย แม้มีเงินสนับสนุนจากรัฐบาลหัวละ 500 บาทก็ตาม เนื่องจากต้องซื้อชุดพิเศษอีกหลายรายการ</p>
<p>น.ส.<strong>เย็นจิต แก้วกันหา </strong>อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 12 บ้านสายโท 11 ใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ผู้ปกครอง กล่าวว่า ตอนนี้นอกจากจะต้องซื้อชุดนักเรียนปกติแล้ว โรงเรียนยังต้องซื้อเพิ่มชุดเนตรนารี ,ชุดยุวกาชาด รวมถึงชุดบำเพ็ญประโยชน์ นักเรียนคนไหนชอบสายไหนก็จะต้องซื้อใส่ ซึ่งเพิ่มภาระแน่นอน แต่ก็เป็นการสื่อสารให้เด็กรู้หน้าที่ของชุดนั้นๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งเพราะเด็กอยู่ในสังคม</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5714365 size-large" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/05/student3-1024x728.jpg" alt="" /></p>
<p>ขณะที่ นาง<strong>ชุจิตตา ภูสีฤทธิ์ </strong>อายุ 40 ปี ชาว ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รัฐบาลช่วยค่าชุดนักเรียนหัวละ 500 บาทนั้นไม่เพียงพอ ยอมรับว่าตอนนี้เศรษฐกิจแย่ โดยเฉพาะพวกตนอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ช่วงที่ผ่านมาต้องอพยพถึง 2 ครั้ง นอกจากขาดรายได้แล้ว ยังต้องไปกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในตอนนั้นด้วย จริงแล้วอยากให้รัฐบาลอุดหนุนให้มากกว่านี้</p>
<p>ด้าน น.ส.<strong>เพชรลดา เอี่ยมดี</strong> อายุ 21 ปี พนักงานร้านขายชุดนักเรียนในเขตเทศบาล ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า แม้เปิดเทอมปีนี้จะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่เป็นเงินจากการทำงานต่างจังหวัดของผู้ปกครอง ส่วนคนในพื้นที่ชายแดนไม่มีเงินอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ออกไปทำงานในช่วงเกิดการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5714367 size-large" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/05/student-1024x565.jpg" alt="" /></p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5714368 size-large" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/05/student4-1024x618.jpg" alt="" /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/163</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เงินเฟ้อไตรมาสแรกพุ่งเกือบ 3% พิษน้ำมันแพง</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/162</link>
                        <pubDate>Wed, 06 May 2026 05:48:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อาหารจานด่วนแห่ขึ้นราคา-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ เม.ย.ดีด 2.89% สูงสุด 38 เดือน
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ให้ข่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>อาหารจานด่วนแห่ขึ้นราคา-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ เม.ย.ดีด 2.89% สูงสุด 38 เดือน</h2>
<p>เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ให้ข่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 103.03 เทียบกับเดือนเมษายน 2568 สูงขึ้น 2.89% และสูงขึ้น 2.75 % จากเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 38 เดือน</p>
<p>ปัจจัยจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ จึงส่งผลกระทบให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบประกอบกับอื่นๆ ของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด</p>
<p>ทั้งนี้ สินค้า 464 รายการในการคำนวณเงินเฟ้อ พบว่าเดือนเมษายน 251 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 42 รายการราคาคงเดิม และก็ 171 รายการราคาลดลง เมื่องแยกเป็นหมวด พบว่า หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารหมายรวมไปถึงเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4.14 % จากราคากลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน บวกกับสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ส่วนหมวดอาหารรวมถึงเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.98%</p>
<p>ที่สำคัญมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างอาหารจานเดียว 7 รายการยอดนิยม เท่ากับ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา จำนวน 1396 รายการ พบว่าราคาเริ่มสูงขึ้น 136 รายการหรือ9.74% ซึ่งอัตราราคาที่สูงขึ้น ตั้งแต่ 10-25% โดยเมนูที่มีราคา 30-40 บาทจะปรับมากสุดเทียบกับราคาเมนูเกิน 40-50 บาท ขณะที่ราคาผักสด ไข่ไก่ ข้าวสารเจ้า ไก่สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ น้ำดื่มบริสุทธิ์ )และปลาหมายรวมไปถึงสัตว์น้ำสูงขึ้น นอกจากนี้ อาหารโทรสั่ง (Delivery) สูงขึ้นหลังสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมีมากขึ้น</p>
<p>สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดหมายรวมไปถึงพลังงานออก) สูงขึ้น 0.83% เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.57% บวกกับสูงขึ้น 0.41 จากเดือนก่อนหน้า โดยเฉลี่ย 4 เดือนแรกปี 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป สูงขึ้น 0.32 % แล้วก็ เงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น 0.64%</p>
<p>นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนพฤษภาคม 2569 คาดยังเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ต้นเหตุสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่</p>
<p>1. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวระดับสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ</p>
<p>2. ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย หลังจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน</p>
<p>3. ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรประกอบกับเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์แล้วก็ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>4.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง รวมไปถึงค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศประกอบไปด้วยระหว่างประเทศ จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แล้วก็</p>
<p>5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบประกอบไปด้วยค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น สำหรับต้นเหตุกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่</p>
<p>1.ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการไทยช่วยไทย</p>
<p>2. ค่ากระแสไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 แม้จะมีการปรับเพิ่มค่า Ft รอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569</p>
<p>นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569 จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ใช้ 200 หน่วยแรก อัตราค่าไฟฟ้าจะไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ประกอบไปด้วย 3. ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ รวมถึงมาตรการคนละครึ่งพลัสก็มีผลต่อเงินเฟ้อด้วย</p>
<p>“เศรษฐกิจไทยยังไม่เกิดภาวะ Stagflation แต่เป็นเศรษฐกิจขยายตัวต่ำประกอบไปด้วยเงินเฟ้อสูงขึ้น ต้นเหตุจาก Supply Shock ต้นทุนการผลิตสูงอย่างกะทันหัน จากราคาน้ำมันหมายรวมไปถึงพลังงานแพง</p>
<p>ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 % หรือ ค่ากลาง 2% บนสมมุติฐานจีดีพีขยายตัว 1.5-2.5 % น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันร่วมด้วยอาหารปรับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อทั้งปีจะขึ้นไปถึง 2.50-3.50 % “ นายนันทพงษ์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บนคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว 2% แยกเป็น ไตรมาสแรกลบ 0.54 % ไตรมาสสองบวก 3.07% (เม.ย.บวก 2.89% พ.ค. 3.06% มิ.ย. 3.27% ) ไตรมาสสามบวก 3.63% (ก.ค. 3.49 % ส.ค. 3.58% ก.ย. 3.78 %) ไตรมาส 4 บวก 3.84 %( ต.ค. 4.05% พ.ย. 3.85% ธ.ค. 3.60% )</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/162</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พอคนแห่ซื้อรถ EV ค่าไฟก็จ่อขึ้น แพงสุดหน่วยละเกือบ 5 บาท</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/161</link>
                        <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 07:51:57 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พิษทรัมเป็ดล่ออิหร่าน ทำน้ำมันแพง พอโลกจะเข้าสู่พลังงานทางเลือก แห่ไปออกรถ EV เพราะน้ำมันหายาก ค่าไฟแมร่งก็จ่อขึ้นอีก เริ่ม พค.69 นี้ รวยไม่รู้เรื่องแล้วโว้ย...ยยย เยสแหม่ม
1 พ.ค. 69 ค่าไฟจ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>พิษทรัมเป็ดล่ออิหร่าน ทำน้ำมันแพง พอโลกจะเข้าสู่พลังงานทางเลือก แห่ไปออกรถ EV เพราะน้ำมันหายาก ค่าไฟแมร่งก็จ่อขึ้นอีก เริ่ม พค.69 นี้ รวยไม่รู้เรื่องแล้วโว้ย...ยยย เยสแหม่ม</p>
<h2>1 พ.ค. 69 ค่าไฟจ่อขึ้น กกพ.ชง 3 ทางเลือก แพงสุด 4.59 บาท</h2>
<p>ดร.พุลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เผยว่า ในการประชม กกพ. ครั้งที่ 10/2569 (ครั้งที่ 1000) มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที่) สําหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสําหรับงวด พ.ค. – ส.ค.69 เป็น 3 กรณี โดยเรียกเก็บที่ 3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย ดังนี้</p>
<p>กรณีที่ 1: ผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า E (จ่ายคืนภาระต้นทนคงค้าง กฟผ.ทั้งหมด) ค่า F. ขายปลีกเท่ากับ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า F, ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29,66 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อ ชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึนจริงของ กฟผ. จ๋านวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย he โดย กฟผ. จะได้รับเงินทีรับภาระต้นทนค่าเชือเพลิงรวมไปถึงค่าซือไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569 นำไปชำระเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนส่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คํานวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมลค่าเพิ่ม ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าหั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจบัน ทั้งนี้ ในการประมาณการยังไม่รวมถึงประมาณการรายการปรับปรุงค่า AFcs สําหรับเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม 2569 (งวดที่ 3 เป็นเงินจํานวน 2,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 3.66 สตางค์ต่อหน่วย</p>
<p>กรณีที่ 2: กรณีต้นทนFAC ประจํางวด(ข้อเสนอ กฟผ.) ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29.66 สตางค์ต่อ หน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทน AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้ฯ ทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน</p>
<p>กรณีที่ 3: กรณีต้นทุน FAC ประจํางวด ร่วมกับกกพ.พิจารณานําเงิน Claw back มาช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย สะท้อนแนวโน้มต้นทุน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 จํานวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ จะรับภาระต้นทน AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ร่วมกับ กกพ. พิจารณานําเงินเรียกคีนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมดจํานวนประมาณ 9,472 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย) มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก เมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉสี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผ้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจูบัน</p>
<p>โดยกกพ.จะเปิดรับฟังความเห็นทางเว็ปไซต์กกพ. วันที่ 25-31 มีนาคม 2569 จากนั้นจะสรุปร่วมกับประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป</p>
<p>“แม้ต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกร่วมกับราคา LNG จะปรับตัวสูงขีนจาก วสู สถานการณ์พลังงานโลก ประกอบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นสาเหตุกดดันต่อค่าไฟฟ้าในงวดถัดไป แต่ กกพ. ยังมีเครื่องมือหมายรวมไปถึงกลไกในการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งการพิจารณาใช้เรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) หมายรวมไปถึงการทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ กกพ. สามารถรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท แตท. จํากัด (มหาชน) ควบคู่ไปกับความมันคงของระบบพลังงานในภาพรวมได้” ดร.พูลพัฒน์กล่าว</p>
<p>ดร.พูลพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา กกพ. ได้ทยอยชําระคืนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงจากต้นทุนคงค้าง (AF) ให้แก่ กฟผ. และก็ ปตท. อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2568 กกพ. ได้มีมติให้นําเงินเรียกคืนส่วนเกินรายได้ของการไฟฟ้า มาช่วยลดค่าไฟฟ้าจํานวน 2,640 ล้านบาท รวมทั้งเห็นชอบให้ทยอยคืนค่า AFgas รวม 6 งวด โดยเริ่มคืนงวดที สองในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2568 ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ยอดคงค้างของค่า AF ลดลงเหลือ 35,928 ล้านบาท บวกกับต้นทนค่าก๊าซธรรมชาติคงค้างของรัฐวิสาหกิจลดลงเหลือประมาณ 10,300 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงมาก แต่ยังเป็นเหตุลบที่กดดันค่าเอฟทีต่อไปจนกว่าจะทยอยชําระภาระค่าเชื้อเพลิงคงค้าง ทั้งหมดให้กับ กฟผ. รวมไปถึงบริษัท ปตท. จ๋ากัด (มหาชน) ที่เข้ามารับภาระแทนประชาชนผู้ใช้ไฟในงวดก่อนหน้านี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/161</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เศรษฐกิจไทยปี 69 ยังไม่พ้นอันตราย จีดีพีถดถอย 10 ปี</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/160</link>
                        <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 02:03:17 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี
เศรษฐกิจไทยปี 2569 – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี</strong></h4>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569</strong> – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ <strong>นณริฏ พิศลยบุตร</strong> นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะดีหรือไม่ ดูที่การเติบโตของจีดีพี โดยพื้นฐานตามศักยภาพแล้วเศรษฐกิจไทยควรโต 2.7% ต่อปี แต่ช่วงหลังโตไม่ถึง ซึ่งปี 2568 อาจโตเต็มที่ 2-2.2% ถือว่ายังต่ำ ปีหน้าอาจจะอันตรายกว่าเดิม เพราะอาจเหลือแค่ 1.7%</p>
<p>จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโต แต่เป็นการโตแบบต่ำกว่าศักยภาพ ต้องยอมรับว่าปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลปัจจุบันอาจจะอยู่ไม่ครบทั้งปี เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงมองได้เป็นสองส่วนหมายความ ช่วงที่รัฐบาลนี้ยังทำได้กับสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา</p>
<p>“รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน สิ่งที่ทำได้จะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร่งด่วน แต่ไม่กระทบการทำงานรัฐบาลหน้าที่ต้องบริหารประเทศ 4 ปี จึงไม่ควรทำอะไรที่เป็นผลผูกพัน ทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาทำงานต้องสะดุด เช่น แผนการพัฒนาประเทศแบบใหญ่ๆ หรือมีอะไรที่ต้องอาศัยงบผูกพัน ซึ่งไม่ควรเร่ง ควรให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้คัดเลือกว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร รวมถึงการใช้งบประมาณปี 2569 ที่คาบเกี่ยวเดือนตุลาคม-กันยายน 2569 หากว่ารัฐบาลปัจจุบันใช้เงินไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำนโยบายควิก<br />บิ๊กวิน ต้องระวังไม่ใช้เงินมากจนรัฐบาลหน้าไม่มีเงินใช้ ไม่ว่างบกลางที่ต้องใช้กรณีฉุกเฉิน เพราะไม่อย่างนั้นในช่วงไตรมาส2ประกอบไปด้วยไตรมาส 3 จะแห้งมาก เพราะจะไม่มีเงิน รัฐบาลขาดสภาพคล่องประกอบไปด้วยจะกระทบเศรษฐกิจ”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่รัฐบาลมีจำกัด คิดว่าหลายๆมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส รวมถึงความพยายามช่วยแก้หนี้ต่างๆ การแก้หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือต้องพยายามเข้าสู่โหมดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด รวมทั้งพยายามเคลียร์ปัญหาการเมืองให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะให้รัฐบาลหน้าเข้ามาประกอบกับอยู่ได้อย่างยาวๆ ไม่เจออุบัติเหตุทางด้านการเมืองจนทำให้มีการออกนโยบายทางเศรษฐกิจไม่ได้</p>
<p>เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หรือไม่“นณริฏ”มองว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นไอเดียที่ไปได้ ถ้าหากว่าโครงการมีการประเมินที่ดี มีผลตอบแทนร่วมกับสร้างรายได้สูง แต่ก็เป็นดาบสองคบ หากว่าลงทุนพลาดไม่เกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นความสูญเปล่า เหมือนกับ”โฮปเวลล์” ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีโครงการใหญ่หลายโครงการ ฟังดูดีแต่ท้ายสุดมันไม่เกิดผล สิ่งสำคัญต้องพิจารณาให้ชัด ต้องเกิดจริง เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นอย่าทำดีกว่า นอกจากนี้มองว่าไทยอาจจะพ้นยุคที่ต้องหาโครการใหญ่ๆแล้ว ต้องมองโครงการเล็กๆ ประกอบไปด้วยแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เกิดประโยชน์ เช่น ทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ช่วยได้ทั้งเกษตรแล้วก็ผันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว</p>
<p>ส่วน โครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูง แม้นว่ามองทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่าสร้างรายได้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ถ้าหากว่าพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพในปัจจุบันสร้างเต็มไปหมด ความเชื่อมโยงแม้นว่าเทียบกับสมัยก่อน เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้อสังหาฯบูมตามรถไฟฟ้าด้วย แต่ปัจจุบันมันเริ่มไม่ค่อยเกิดแล้ว แสดงว่าในแง่ประโยชน์การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมันจำกัดแล้ว แต่อาจจะมีคุณประโยชน์ทางอื่น เช่น มุมทางสังคม ช่วยลดต้นทุน ให้คนยากจนเข้าถึงโครงสร้างเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย ถ้าเกิดรัฐบาลจะลงทุนก็ต้องเน้นไปในมุมนี้ แต่ถ้าวิเคราะห์ในมุมเศรษฐกิจคิดว่ารถไฟฟ้าประโยชน์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอนนี้มีแค่โครงการเดียวสร้างจากกรุงเทพ-นครราชสีมา แต่โครงการสร้างไปถึงหนองคายยังไม่มีงบ บวกกับจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น</p>
<p>“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ ถ้าเกิดว่ารัฐจะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ น่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยการทำให้ประชาชนเข้ามาในโลกธุรกิจที่สามารถขายของทางออนไลน์ได้มากขึ้น ไม่ต้องสร้างถนน รถไฟฟ้าแล้ว เพราะดิจิทัลไปถึงทุกคนแล้ว ด้วยการอัพสกิลรวมถึงรีสกิลผู้ประกอบการให้เก่งจนมาขายบนแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วได้”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ประเมินจีดีพีของไทย โอกาสจะกลับไปโตถึง 5% มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแต่แย่ลง เต็มที่เช่นนั้นแล้วคือโต 2.7% จากนั้นอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 2.7% รวมไปถึงจะต่ำไปเรื่อยๆหรือถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะกลับมาสูงได้ แค่รักษา 2.7% ให้ได้ถือว่าเก่งแล้ว เรามีการศึกษาโดยมีข้อสรุปว่ามีโอกาสที่จะโตเกิน 5% แต่ต้องทำนโยบายอุตสาหกรรมทั้งสองขา เช่นนั้นแล้วคือ อุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคต้องให้การสนับสนุน มีซัพพลายเชนให้เกิดประโยชน์ อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้มีประโยชน์มากที่สุด ถ้าหากว่าทำนโยบายดีๆ บวกกับมีประโยชน์มากๆ จะทำให้เศรษฐกิจไทยโต กับอีกขาที่ต้องทำหมายความภาคบริการ ต้องทำให้มีโอกาสบวกกับการแข่งขัน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/160</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>รวมวิธีการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส</title>
                        <link>https://www.vwander.com/forum/topicid/159</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 02:52:07 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[บางคนสแกนแล้วแจ้งว่า อยู่นอกเหนือระยะ หรืออยู่นอกพื้นที่ แนะนำให้กดเปิดโลเคชั่นก่อน แล้วค่อยสแกนใหม่อีกครั้ง
รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>บางคนสแกนแล้วแจ้งว่า อยู่นอกเหนือระยะ หรืออยู่นอกพื้นที่ แนะนำให้กดเปิดโลเคชั่นก่อน แล้วค่อยสแกนใหม่อีกครั้ง</p>
<p><strong>รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ 200 เงินจะทบมั๊ย วันนี้เป็นแรกตั้งแต่เวลา 06.00 น.</strong></p>
<p>ถือเป็นการเริ่มใช้วันที่ 2 แล้ว สำหรับ โครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งนี้ หลังจากลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอพพ์ <strong>“เป๋าตัง”</strong> บวกกับได้รับสิทธิ 2,000-2,400 บาทแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มใช้สิทธิเมื่อวัน (29 ต.ค.68) เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีหลายข้องสัยที่ประชาชนหลายคนอาจจะยังไม่รู้ โดยวันนี้ได้รวบรวมว่าไว้แล้ว ดังนี้</p>
<h4><strong>ต้องใช้สิทธิวันแรกไม่เกินวันไหน ไม่ใช้ถูกริบคืน!</strong></h4>
<p><strong>หากไม่ใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 กระทรวงการคลังก็จะริบสิทธิคืนแล้วนำมาเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสใหม่</strong></p>
<h4><strong>วงเงินสูงสุด 200 บาท ใช้ไม่หมดทบไปวันอื่นไหม?</strong></h4>
<p>สำหรับผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5 มาก่อน คงสงสัยว่า วงเงินสูงสุด 200 บาท ที่รัฐออกเงินให้ใช้ต่อวันนั้น หากต้องการใช้ให้หมด ผู้ใช้สิทธิจะต้องเติมเงินเองอีก 200 บาท เพื่อซื้อสินค้าในราคา 400 บาทต่อวันด้วยหรือไม่ <strong>คำตอบ คือ ใช่</strong></p>
<h4><strong>กรณีไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจหายไปไหม?</strong></h4>
<p>หากเราซื้อของในราคาที่เกิน 400 บาท รัฐจะช่วยออกเงินให้ 200 บาทเท่าเดิม ส่วนที่เหลือผู้ใช้สิทธิต้องออกเอง แต่แม้กระนั้นซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่ถึง 200 บาท ในส่วนที่รัฐจ่ายให้ หรือวันนั้นไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจะถูกหักไหม</p>
<p>คำตอบ คือ<strong> ถ้าเกิดว่าวันไหนใช้เงินไม่หมด หรือไม่ได้ใช้เลย เงินที่รัฐให้วันละ 200 บาท จะไม่ถูกตัดทิ้ง ยอดเงินยังคงเหลือตามการใช้จริง</strong></p>
<p>เนื่องจากเงิน 2,000-2,400 บาท ที่ได้มาเป็นที่สามารถใช้จ่ายได้ตลอดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 2568</p>
<h4><strong>ต้องกดเข้าป๊อปอัพ/แบนเนอร โครงการคนลุครึ่งพลัส ก่อนสแกนจ่าย</strong></h4>
<p>ทั้งนี้ หลังเริ่มใช้โครงการคนละครึ่ง ปรากฏว่ามีประชาชนลายคนสับสน สแกนจ่ายโดยไม่ได้กดเข้าที่ป๊อปอัพ โครงการคนละครึ่ง ส่งผลให้การสะแกนจ่ายครั้งนั้นต้องจ่ายราคาเต็ม ดังนั้น โปรดระวัง แนะนำให้กดเข้าที่ ป๊อปอัพ/แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งก่อน ค่อยกดที่แถบสแกนจ่าย</p>
<p>นอกจากนี้ มีบางร้านค้าที่ฉวยโอกาส ไม่เปิดเสียแจ้งเตือน แล้วก็อ้างว่าเงินยังไม่เข้า ให้ลูกค้าสแกนหลายครั้ง ส่งผลให้เสียทรัพย์มากกว่าจำนวนจริง</p>
<p><img class="size-full wp-image-5433236 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633480600-1.jpg" alt="" width="1271" height="724" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5433237 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633467399-1.jpg" alt="" width="1263" height="713" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.vwander.com" rel="dofollow">คนเขียนบล็อก</a> รวมเนื้อหาสำหรับคนที่สนใจในการเขียนบล็อก ทำเว็บ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.vwander.com/forum"></category>                        <dc:creator>VWANDER</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.vwander.com/forum/topicid/159</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		