<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พืชผักการเกษตรทฤษฎีใหม่ แบบวิถีพอเพียง</title>
	<atom:link href="http://www.vwander.com/save/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.vwander.com/save</link>
	<description>เทคนิคการปลูกพืช การเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง ปลูกถั่วฝักยาว การปลูกผักไร้ดิน  hydroponics systems</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 07:18:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>การไถกลบพืชปุ๋ยสดทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jul 2010 07:15:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การไถกลบพืชปุ๋ยสด]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยพืชสด]]></category>
		<category><![CDATA[พืชที่สามารถใช้แทนสารเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[พืชปุ๋ยสด]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=817</guid>
		<description><![CDATA[ปุ๋ยพืชสด เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการไถกลบ ส่วนต่างๆ ของพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชตระกูลถั่วในระยะช่วงออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่มีธาตุอาหารสูงสุด แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าเปื่อยผุพัง ย่อยสลายเป็นอาหารแก่พืชที่จะปลูกตามมา พืชที่ใช้ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด ได้แก่ โสนอินเดีย ปอเทือง อัญชัน ไมยราพไร้หนาม พืชตระกูลถั่วต่างๆ พืชที่ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดได้นั้น สิ่งที่เกษตรกรคุ้นเคยมากในการเพิ่มผลผลิตพืชให้แก่การปลูกผักสวนครัวก็คือ การใช้ปุ๋ยเคมี แต่ การใช้ปุ๋ยเคมีเพียง อย่างเดียว โดยไม่มีการเพิ่มอินทรียวัตถุ ให้แก่ดิน จะทำให้ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไปอย่างรวดเร็ว ดินจะแข็งไม่ร่วนซุย ดูดซับน้ำ และแร่ธาตุอาหารพืช ได้น้อยลงทำให้การปลูกพืชไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร การตัดสับและการไถกลบพืชสดนั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงอายุของพืชสดเป็นสำคัญ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการตัดสับและไถกลบ ควรทำขณะที่ต้นถั่วเริ่มออกดอกไปจนถึงระยะดอกบานเต็มที่ เนื่องจากในระยะนี้ต้นถั่วเจริญงอกงามสูงสุด เมื่อไถกลบแล้วจะทำให้ปริมาณอินทรียวัตถุและธาตุไนโตรเจนสะสมอยู่ในดินสูงด้วย กลุ่มเกษตรกรพะเยา รวมพลังไถกลบพืชปุ๋ยสดทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบ้านตุ่น จังหวัดพะเยา ร่วมใจจัดกิจกรรมปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ตามโครงการรณรงค์ไถกลบพืชปุ๋ยสด ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูดินดี วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเห็นประโยชน์ของการหันมาใช้ปุ๋ยพืชสดที่สามารถลดต้นทุนการ ผลิตโดยที่ผลผลิตไม่ลดลง และยังมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ที่แปลงนาบ้านตุ่น หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น ร่วมกับ สถานีพัฒนาที่ดินพะเยา [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-1-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรพอเพียง 1 ไร่'>เกษตรพอเพียง 1 ไร่</a> <small>ตัวอย่างของเกษตรพอเพียง ที่มีชื่อว่า พ่อผาย สร้อยสระกลาง ที่สามารถทำเกษตรประณีตเพียงเนื้อที่แค่ 1 ไร่ และได้ผลดี โดยมีหลักการคือ วิจัยให้รู้ทุกเรื่องที่ทำอยู่ใน 1 ไร่ ผสมผสานกิจกรรมการเกษตรเพื่อเลี้ยงตัวเอง ได้ให้ขั้นตอนของการทำเกษตรประณีต เกษตรพอเพียง 1 ไร่ ต้องกำหนดเป้าหมายโดยไม่เอาเงินเป็นที่ตั้ง เอาความสุขใจเป็นที่ตั้ง เอาความมีเป็นตัววัด มีในสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต มีการรวมพลังคนในหมู่บ้านและชุมชนเพื่อสร้างอาหารให้พลังแก่ตนเองและคนในแผ่นดิน รู้จักตัวเอง รู้จักสิ่งแวดล้อมเพื่อเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน ตั้งใจทำมาหากินเพื่อให้มีอยู่มีกิน พึ่งพาตัวเอง (เหมือนอิทธิบาท 4) ประเด็นเรื่องการปรับทัศนคิตและความคิดเกษตรพอเพียง ต้องเน้นคนเป็นหลัก (เหมือนผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์) ต้องไม่ล้มเลิกเพราะท้อแท้ (สำคัญมาก) ต้องปรับจิตใจตัวเองก่อน รู้จักตัวเองและเอาชนะตัวเองให้ได้ ถ้ารักครอบครัว รักตัวเอง ต้องให้ตัวเองและครอบครัวอยู่ดีมีสุข มีสุขภาวะที่ดีต้องประกอบไปด้ย ตัวเราดี มีอาหารดี ความเป็นอยู่ดี คนในครอบครัวมีความรัก ไม่ต้องวิ่งไปหาเงิน ให้เงินวิ่งเข้ามาหาเราเอง สะสมเงินให้รูปแบบของธรรมชาติในพื้นที่ ทำกินทุกอย่าง อุดรูรั่วค่าใช้จ่าย สิ่งทีคำนึงถึงในการทำเกษตรพอเพียง ต้องมีกิจกรรมต่างๆใน 1 ไร่หมุนเวียนตลอดปี ต้องดูสภาพภูมิศาสตร์, ปริมาณน้ำที่มีและหาได้, [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เทคนิคการทำสวนเกษตรพอเพียง'>เทคนิคการทำสวนเกษตรพอเพียง</a> <small>โดยปกติแล้วการทำสวนครัวและสวนเกษตรแบบพอเพียงนั้น ก็เพื่อให้ปลอดสารพิษและให้เก็บบริโภคได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อมาบริโภค ลดรายจ่ายในครัวเรือน เกษตรพอเพียง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัวคนไทย ทั้งในเมืองหลวงและในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่บางครอบครัว ไม่ได้ประกอบอาชีพการเกษตรอย่างจริงจัง แต่มีความต้องการให้สมาชิกครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้มีการบริโภคผักปลอดสารพิษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และได้โภชนาการอย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ในรูปแบบของการทำสวนเกษตรและการทำสวนครัวนั้น สมาชิกแต่ละคนที่อยู่ในครอบครัวเอง จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ และดำเนินการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อให้มีชนิดและปริมาณพืชผักที่ปลูก ตรงกับความชอบ และความต้องการรับประทานของคนในครอบครัวเอง และเพิ่มปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวไปบริโภคประจำวันได้ทุกวันโดยไม่ขาดแคลน โดยส่วนที่เหลืออาจเป็นส่วนที่สามารถเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนได้อีกทางหนั่ง การทำสวนเกษตรพอเพียงนี้ มีรูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ รูปแบบที่ใช้เนื้อที่ปลูกเพียง 36 ตารางเมตร สามารถปลูกพืชผักได้พร้อมกันในคราวเดียวหลายชนิด มีทั้งผักยืนต้นปานกลางอายุยืน ไปจนถึงพืชล้มลุกอายุยืนทั้งหลาย ซึ่งทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำมารับประทานได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีการปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นผสมลงในแปลงปลูก โดยสามารถปลูกหมุนเวียนกันได้ตลอดปี ไม่ทำให้ดินมีการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด การทำให้ชนิดผักต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันลงในแปลงปลูกแปลงเดียวนั้น มีขั้นตอนหลากหลายและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะเป็นการเพาะปลูกผักชนิดเดียวทั้งแปลง แต่การทำสวนเกษตรพอเพียงเป็นการดัดแปลงวิธีการปลูก ซึ่งเป็นการปลูกผักที่ล้วนเป็นผักที่คนทั่วไปคุ้นเคย ชอบบริโภค และพอใจที่จะปลูกได้เป็นสวนครัวในบ้าน จึงสามารถปลูกและนำมาใช้ประโยชน์ได้พร้อมกันทั้งหมด คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมี การทำสวนครัวผสม เป็นเทคนิคการปลูกผักสวนครัวอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบ การทำสวนครัวหรือสวนผักหลังบ้าน เป็นการทำสวนผักเล็กๆ น้อยๆ เป็นงานอดิเรก เพื่อให้มีผักไว้ใช้รับประทานในครอบครัว [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปุ๋ยพืชสด เป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการไถกลบ ส่วนต่างๆ ของพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชตระกูลถั่วในระยะช่วงออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่มีธาตุอาหารสูงสุด แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าเปื่อยผุพัง ย่อยสลายเป็นอาหารแก่พืชที่จะปลูกตามมา พืชที่ใช้ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด ได้แก่ โสนอินเดีย ปอเทือง อัญชัน ไมยราพไร้หนาม พืชตระกูลถั่วต่างๆ </p>
<p>พืชที่ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดได้นั้น สิ่งที่เกษตรกรคุ้นเคยมากในการเพิ่มผลผลิตพืชให้แก่<a href="http://www.vwander.com/save/">การปลูกผักสวนครัว</a>ก็คือ การใช้ปุ๋ยเคมี แต่ การใช้ปุ๋ยเคมีเพียง อย่างเดียว โดยไม่มีการเพิ่มอินทรียวัตถุ ให้แก่ดิน จะทำให้ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไปอย่างรวดเร็ว ดินจะแข็งไม่ร่วนซุย ดูดซับน้ำ และแร่ธาตุอาหารพืช ได้น้อยลงทำให้การปลูกพืชไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร<span id="more-817"></span></p>
<p>การตัดสับและการไถกลบพืชสดนั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงอายุของพืชสดเป็นสำคัญ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการตัดสับและไถกลบ ควรทำขณะที่ต้นถั่วเริ่มออกดอกไปจนถึงระยะดอกบานเต็มที่ เนื่องจากในระยะนี้ต้นถั่วเจริญงอกงามสูงสุด เมื่อไถกลบแล้วจะทำให้ปริมาณอินทรียวัตถุและธาตุไนโตรเจนสะสมอยู่ในดินสูงด้วย</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/021.jpg" alt="การไถกลบพืชปุ๋ยสด" title="การไถกลบพืชปุ๋ยสด" width="485" height="303" class="aligncenter size-full wp-image-820" /></p>
<p><strong>กลุ่มเกษตรกรพะเยา รวมพลังไถกลบพืชปุ๋ยสดทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี</strong></p>
<p>กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบ้านตุ่น จังหวัดพะเยา ร่วมใจจัดกิจกรรมปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ตามโครงการรณรงค์ไถกลบพืชปุ๋ยสด ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูดินดี วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเห็นประโยชน์ของการหันมาใช้ปุ๋ยพืชสดที่สามารถลดต้นทุนการ ผลิตโดยที่ผลผลิตไม่ลดลง และยังมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง</p>
<p>ที่แปลงนาบ้านตุ่น หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น ร่วมกับ สถานีพัฒนาที่ดินพะเยา นำเกษตรกรในพื้นที่จัดกิจกรรมภายใต้โครงการรณรงค์ไถกลบพืชปุ๋ยสด ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูดินดี วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีนายธีระชัย นิติมณฑล นายอำเภอเมืองพะเยา เป็นประธานในพิธี ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และยังร่วมปรับสภาพโครงสร้างดิน ทำให้ดินดีอย่างยั่งยืน ช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง โดยจะทำให้ผลผลิตพืชที่ได้ก็มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถแข่งขัน กับตลาดโลกในอนาคต </p>
<p>ด้านนางนุชสุพร กฤษฎาธาร ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินพะเยา กล่าวถึงความสำคัญของการหันมาใช้ปุ๋ยพืชสดในการเกษตรว่า ปุ๋ยพืชสดมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งสามารถเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ปรับปรุงสมบัติทางเคมี กายภาพ และชีวภาพของดิน รวมทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และสามารถใช้เป็นแหล่งธาตุอาหาร ไนโตรเจนทดแทนปุ๋ยเคมีในระบบเกษตรอินทรีย์ที่มีราคาถูก ประกอบกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นส่งผลกระทบให้ปุ๋ยเคมีมีราคาแพง การใช้ปุ๋ยพืชสดจึงเป็นการลดต้นทุนการผลิตลง เนื่องจากการใช้ปุ๋ยพืชสดสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ครึ่งหนึ่งของอัตราแนะ นำ โดยที่ผลผลิตไม่ลดลง และยังมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดหรือผู้บริโภค </p>
<p>ทั้งนี้ การไถกลบพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) ในครั้งนี้ ดำเนินการในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 100 ไร่ ซึ่งจากการสุ่มเก็บตัวอย่างต้นปอเทือง พบว่า สามารถให้น้ำหนักสด (bio mass) ได้ถึง 3,000 ตัน/ไร่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยพืชสดในการปรับปรุง บำรุงดิน และฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตรให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป </p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-1-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรพอเพียง 1 ไร่'>เกษตรพอเพียง 1 ไร่</a> <small>ตัวอย่างของเกษตรพอเพียง ที่มีชื่อว่า พ่อผาย สร้อยสระกลาง ที่สามารถทำเกษตรประณีตเพียงเนื้อที่แค่ 1 ไร่ และได้ผลดี โดยมีหลักการคือ วิจัยให้รู้ทุกเรื่องที่ทำอยู่ใน 1 ไร่ ผสมผสานกิจกรรมการเกษตรเพื่อเลี้ยงตัวเอง ได้ให้ขั้นตอนของการทำเกษตรประณีต เกษตรพอเพียง 1 ไร่ ต้องกำหนดเป้าหมายโดยไม่เอาเงินเป็นที่ตั้ง เอาความสุขใจเป็นที่ตั้ง เอาความมีเป็นตัววัด มีในสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต มีการรวมพลังคนในหมู่บ้านและชุมชนเพื่อสร้างอาหารให้พลังแก่ตนเองและคนในแผ่นดิน รู้จักตัวเอง รู้จักสิ่งแวดล้อมเพื่อเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน ตั้งใจทำมาหากินเพื่อให้มีอยู่มีกิน พึ่งพาตัวเอง (เหมือนอิทธิบาท 4) ประเด็นเรื่องการปรับทัศนคิตและความคิดเกษตรพอเพียง ต้องเน้นคนเป็นหลัก (เหมือนผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์) ต้องไม่ล้มเลิกเพราะท้อแท้ (สำคัญมาก) ต้องปรับจิตใจตัวเองก่อน รู้จักตัวเองและเอาชนะตัวเองให้ได้ ถ้ารักครอบครัว รักตัวเอง ต้องให้ตัวเองและครอบครัวอยู่ดีมีสุข มีสุขภาวะที่ดีต้องประกอบไปด้ย ตัวเราดี มีอาหารดี ความเป็นอยู่ดี คนในครอบครัวมีความรัก ไม่ต้องวิ่งไปหาเงิน ให้เงินวิ่งเข้ามาหาเราเอง สะสมเงินให้รูปแบบของธรรมชาติในพื้นที่ ทำกินทุกอย่าง อุดรูรั่วค่าใช้จ่าย สิ่งทีคำนึงถึงในการทำเกษตรพอเพียง ต้องมีกิจกรรมต่างๆใน 1 ไร่หมุนเวียนตลอดปี ต้องดูสภาพภูมิศาสตร์, ปริมาณน้ำที่มีและหาได้, [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เทคนิคการทำสวนเกษตรพอเพียง'>เทคนิคการทำสวนเกษตรพอเพียง</a> <small>โดยปกติแล้วการทำสวนครัวและสวนเกษตรแบบพอเพียงนั้น ก็เพื่อให้ปลอดสารพิษและให้เก็บบริโภคได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อมาบริโภค ลดรายจ่ายในครัวเรือน เกษตรพอเพียง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัวคนไทย ทั้งในเมืองหลวงและในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่บางครอบครัว ไม่ได้ประกอบอาชีพการเกษตรอย่างจริงจัง แต่มีความต้องการให้สมาชิกครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้มีการบริโภคผักปลอดสารพิษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และได้โภชนาการอย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ในรูปแบบของการทำสวนเกษตรและการทำสวนครัวนั้น สมาชิกแต่ละคนที่อยู่ในครอบครัวเอง จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ และดำเนินการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อให้มีชนิดและปริมาณพืชผักที่ปลูก ตรงกับความชอบ และความต้องการรับประทานของคนในครอบครัวเอง และเพิ่มปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวไปบริโภคประจำวันได้ทุกวันโดยไม่ขาดแคลน โดยส่วนที่เหลืออาจเป็นส่วนที่สามารถเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนได้อีกทางหนั่ง การทำสวนเกษตรพอเพียงนี้ มีรูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ รูปแบบที่ใช้เนื้อที่ปลูกเพียง 36 ตารางเมตร สามารถปลูกพืชผักได้พร้อมกันในคราวเดียวหลายชนิด มีทั้งผักยืนต้นปานกลางอายุยืน ไปจนถึงพืชล้มลุกอายุยืนทั้งหลาย ซึ่งทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำมารับประทานได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีการปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นผสมลงในแปลงปลูก โดยสามารถปลูกหมุนเวียนกันได้ตลอดปี ไม่ทำให้ดินมีการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด การทำให้ชนิดผักต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันลงในแปลงปลูกแปลงเดียวนั้น มีขั้นตอนหลากหลายและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะเป็นการเพาะปลูกผักชนิดเดียวทั้งแปลง แต่การทำสวนเกษตรพอเพียงเป็นการดัดแปลงวิธีการปลูก ซึ่งเป็นการปลูกผักที่ล้วนเป็นผักที่คนทั่วไปคุ้นเคย ชอบบริโภค และพอใจที่จะปลูกได้เป็นสวนครัวในบ้าน จึงสามารถปลูกและนำมาใช้ประโยชน์ได้พร้อมกันทั้งหมด คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมี การทำสวนครัวผสม เป็นเทคนิคการปลูกผักสวนครัวอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบ การทำสวนครัวหรือสวนผักหลังบ้าน เป็นการทำสวนผักเล็กๆ น้อยๆ เป็นงานอดิเรก เพื่อให้มีผักไว้ใช้รับประทานในครอบครัว [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชูธงสินค้าเกษตรบุกตลาดต่างประเทศ</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:40:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[สวนเกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรในตลาดอินเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[สถาบันอาหารประเทศไทยริเริ่มเพิ่มการกระตุ้นผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไทยรุกตลาดอินเดีย เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตสูง และกระแสนิยมอาหารไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแนะนำด้านอาหารประเภทสินค้าเกษตรและผลไม้ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ขณะที่ปัญหาภาษีและความยุ่งยากในระบบศุลกากรยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยนายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้เปิดเผยว่า สินค้าอาหารไทยส่งออกไปยังประเทศอินเดียระหว่างปี 2550-2552 นั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี แต่คู่แข่งสำคัญ คือ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนของอินเดีย โดยในปี 2551-2552 อินเดียนำเข้าสินค้าจากสิงคโปร์เฉลี่ยร้อยละ 28.1 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดจากอาเซียน ขณะที่นำเข้าสินค้าจากไทย เพียงร้อยละ 10.8 เท่านั้น นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็น 1 ใน 2 ชาติอาเซียนนอกจากไทยที่มี FTA ทวิภาคีกับอินเดียและมีผลบังคับใช้แล้ว ส่งผลให้สินค้าสิงคโปร์ได้รับสิทธิจาก FTA เช่นเดียวกับสินค้าไทย จากการที่เศรษฐกิจอินเดียมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นและต่อเนื่องนั้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-สูง เริ่มหันมาบริโภคอาหารต่างชาติรวมถึงอาหารไทยมากขึ้น โดยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในอินเดียอยู่ประมาณ 80 แห่ง แต่อย่างไรก็ตาม ชาวอินเดียยังนิยมรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศและรสชาติค่อน ข้างจัด และรับประทาน เนื้อไก่ ปลา และแกะ นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 50 [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย'>ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย</a> <small>ภาคประชาชนรวมพลังกดดัน ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย จากกรณีประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางเคมี 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก ขึ้นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดอกดึง และหนอนตายหยาก เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 บัญชี ข. ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมหาศาลให้กับสังคมไทยนั้น เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก แถลงข่าว &#8220;เมื่อพืชอาหารและสมุนไพร 13 ชนิดกลายเป็นวัตถุอันตราย ฮืม&#8221; ว่าหากภายใน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน'>รื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน</a> <small>รัฐ &#8211; ส.อ.ท. สั่งรื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน ชี้เหตุมีการเลิกจ้างลดลง โดยนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.ชุดใหม่วันที่ 24 พฤษภาคม จะเสนอการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งหาข้อสรุปแนวทางต่างๆให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงแรงงาน เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อวางระบบบริหารจัดการระยะยาว ซึ่งจะมีการประสานข้อมูลแรงงานร่วมกัน ก่อนจะร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อฝึกทักษะให้แรงงานใหม่ก่อนป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เบื้องต้นตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในปีแรกไว้ว่าจะมีแรงงานเข้าสู่ระบบ 50,000 คน &#8220;ระบบการบริหารแรงงานรูปแบบใหม่นี้ จะต้องใช้ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมที่จะส่งจำนวนผู้ว่างงานให้กรมการจัด หางาน จากนั้น ส.อ.ท.จะรวบรวมว่ามีความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมใด เพื่อแจ้งกลับไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จากเดิมที่หน่วยงานเหล่านี้จะทำงานแยกส่วนกัน ทางหนึ่งจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ว่างงานก็จ่ายไป อีกทางหางานให้ก็หาไป ไม่ได้ประสานกันเป็นระบบ&#8221; นายทวีกิจ กล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมยังขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ตัวเลขผู้ว่างงานล่าสุดจากรายงานการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและ แนวโน้มของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานของผู้ประกันตน ระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 20,624 [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การบำรุงดินให้สมบูรณ์'>การบำรุงดินให้สมบูรณ์</a> <small>โดยทั่วไปเกษตรกรไทยทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การบำรุงดินเป็นหัวใจหลักในการปลูกพืชให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ทั้งพืชที่ใช้รับประทาน หรือพืชยืนต้นใช้สอยอื่นๆ เพราะพืชต้องการอาหาร และอาหารก็อยู่ในดิน การใส่ปุ๋ยเคมีนั้น เป็นการให้อาหารพืชก็จริงแต่ไม่ได้เป็นการบำรุงดิน หนำซ้ำ จะเป็นวิธีการทำลายดินให้ตายอย่างช้างๆ อีกด้วย เพราะเท่าที่สังเกตุดูอาการดินแล้ว การใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานๆ จะทำให้ดินแห้งกรัง เค็ม เปรี้ยว ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับธาตุและสารเคมีที่มีการผสมลงในปุ๋ยเม็ดนั่นเอง ตั้งแต่สมัยเรียนประถมครูมักนิยมบอกกันว่า การปลูกพืชหมุนเวียน พืชตระกูลถั่ว มักจะเป็นการทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ข้อความที่ถูกสอนมาสามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแต่อย่างใด สังเกตุว่าร้านขายต้นไม้ดอก ไม้ประดับ มักนิยมนำใบก้ามปูมาทำปุ๋ย ควบกับแกลบ หรือเปลือกมะพร้าวสับละเอียด พืชตระกูลถั่วที่ใช้ใบแห่งมาทำปุ๋ยบำรุงดินได้ดี ถ้าพูดถึงพืชตระกูลถั่วแล้วประเทศไทยเรามีถั่วหลายร้อยชนิด เริ่มตั้งแต่พืชตระกูลถั่วที่ใหญ่ที่สุด เช่น มะแต้ มะค่า มะขามเทศ จามจุรี จนถึงพืชตระกูลถั่วที่เล็กที่สุด เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วขอ พืชตระกูลถั่วเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อดินเป็นอย่างมาก ถ้าหากเรารู้และสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินแล้ว ปุ๋ยเคมีก็จะไม่มีประโยชน์ต่อเราเลย วิธีการบำรุงดินแบบทั่วไป ใช้ปุ๋ยคอก การใช้มูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งมูลสัตว์มักจะสูญเสียธาตุอาหารไปได้ง่าย จึงควรใช้เศษซากพืช เช่น ฟาง แกลบฯ รองพื้นคอกสัตว์ เพื่อดูดซับธาตุอาหารจากมูลสัตว์ไว้ด้วย [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สถาบันอาหารประเทศไทยริเริ่มเพิ่มการกระตุ้นผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไทยรุกตลาดอินเดีย เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตสูง และกระแสนิยมอาหารไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแนะนำด้านอาหารประเภทสินค้าเกษตรและผลไม้ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ขณะที่ปัญหาภาษีและความยุ่งยากในระบบศุลกากรยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยนายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้เปิดเผยว่า สินค้าอาหารไทยส่งออกไปยังประเทศอินเดียระหว่างปี 2550-2552 นั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี แต่คู่แข่งสำคัญ คือ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนของอินเดีย โดยในปี 2551-2552 อินเดียนำเข้าสินค้าจากสิงคโปร์เฉลี่ยร้อยละ 28.1 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดจากอาเซียน ขณะที่นำเข้าสินค้าจากไทย เพียงร้อยละ 10.8 เท่านั้น นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็น 1 ใน 2 ชาติอาเซียนนอกจากไทยที่มี FTA ทวิภาคีกับอินเดียและมีผลบังคับใช้แล้ว ส่งผลให้สินค้าสิงคโปร์ได้รับสิทธิจาก FTA เช่นเดียวกับสินค้าไทย<span id="more-814"></span></p>
<p>จากการที่เศรษฐกิจอินเดียมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นและต่อเนื่องนั้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-สูง เริ่มหันมาบริโภคอาหารต่างชาติรวมถึงอาหารไทยมากขึ้น โดยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในอินเดียอยู่ประมาณ 80 แห่ง</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ชาวอินเดียยังนิยมรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศและรสชาติค่อน ข้างจัด และรับประทาน เนื้อไก่ ปลา และแกะ นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 50 ของประชากรจะบริโภคอาหารมังสวิรัติ และเนื่องจากเทคโนโลยีการเกษตรของอินเดียยังไม่ทันสมัย ประกอบกับยังไม่มีคู่แข่งจากประเทศอื่นเข้าไปทำตลาดมากนัก สินค้าเกษตรแปรรูปจึงเป็นกลุ่มสินค้าที่ค่อนข้างมีโอกาสสูงในการบุกตลาดอินเดีย</p>
<p>ทั้งนี้ สินค้าไทยที่อินเดียให้ความสนใจ คือ ผลไม้อบแห้ง สับปะรดกระป๋อง ข้าวโพดกระป๋อง ถั่วปรุงรส ขนมไทยสำเร็จรูป และบรรจุภัณฑ์อาหาร สำหรับอาหารสำเร็จรูปซึ่งปัจจุบันมีราคาแพง หากไทยจะขยายตลาดควรเน้นที่คุณภาพ ความปลอดภัย และบริหารต้นทุนให้ราคาสามารถแข่งขันได้</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/5530000105908011.jpeg" alt="สินค้าเกษตรพอเพียงบุกตลาดอินเดีย" title="สินค้าเกษตรพอเพียงบุกตลาดอินเดีย" width="410" height="307" class="aligncenter size-full wp-image-815" /></p>
<p>ทางด้านนายจักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา ผู้อำนวยการสำนักเอเชีย กรมเจราจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงภาพรวมการค้าระหว่างไทยกับอินเดียว่า อินเดียเป็นตลาดส่งออกอันดับ 10 และเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 15 ของไทย มูลค่าการค้ารวม 169 พันล้านบาท ในปี 2552 โดยอินเดียนั้นมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ของคนชั้นกลางที่มีรายได้ประมาณ 20,000 – 100,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 100 ล้านคน</p>
<p>สำหรับภาพรวมการลงทุนของไทยในอินเดียนั้น พบว่าไทยเป็นนักลงทุนอันดับที่ 33 มีมูลค่าลงทุนเพียง 44.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจอินเดียมีอัตราขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการค้า การผลิต การก่อสร้าง การขนส่ง สื่อสาร เหมืองแร่ พลังงาน และบริการ นอกจากนี้ภาครัฐยังมีนโยบายปฏิรูประบบโครงสร้างต่างๆ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค การศึกษา การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขยายฐานภาษี เปิดเสรีการค้า และส่งเสริมการลงทุน</p>
<p>“สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจเข้าไปทำธุรกิจร้านอาหารไทยในอินเดียนั้น นับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันพบว่าร้านอาหารไทยในอินเดียมีจำนวนน้อยไม่ถึง 100 ร้าน และส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก มักเปิดบริการในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว โดยขณะนี้อาหารไทยเป็นที่นิยมของคนอินเดีย และคนต่างชาติในอินเดียมาก โดยเฉพาะคนชั้นกลางที่เริ่มมีรสนิยมชอบออกไปทานข้าวนอกบ้าน ขณะเดียวกันก็มีการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกและการลงทุนสร้างโอกาสอย่างมาก กับธุรกิจร้านอาหารไทย โดยเฉพาะเมืองสำคัญ เช่น นิวเดลี มุมไบ กัลกัตตา บังคาลอร์ ที่คนมีกำลังซื้อสูงและมีคนต่างชาติมาทำงานมาก โดยอาหารไทยจานโปรดของผู้บริโภค ในอินเดีย ได้แก่ ผัดไทย แกงเขียวหวาน และต้มยำกุ้ง” นายจักรกฤษณ์ กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตามปัญหาและอุปสรรคทางการค้าในอินเดียที่สำคัญๆ คือ อินเดียเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง และยังมีการเก็บภาษีอื่นๆภายในประเทศ ระบบพิธีการศุลกากรมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และล่าช้า สาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการขนถ่ายสินค้า มีพื้นที่ขนาดใหญ่ การขนส่งสินค้าใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง มีการลอกเลียนแบบสินค้าเกิดขึ้นจำนวนมากและรวดเร็ว</p>
<p>อนึ่ง สถาบันอาหาร เปิดรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ทำธุรกิจผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งที่แปรรูปแล้วและยังไม่ได้แปรรูป ซึ่งมีศักยภาพในการส่งออก และมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีความต้องการเปิดตลาดการค้าภายในประเทศอินเดีย เพื่อร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางการค้า การเงิน และการคมนาคม ระหว่างวันที่ 15-21 สิงหาคม ศกนี้ โดยผู้ประกอบการจะได้พบปะ พูดคุย เจรจาการค้า และสร้างเครือข่ายธุรกิจกับตัวแทนผู้นำเข้าอาหารไปยังประเทศอินเดีย ทั้งสำรวจตลาด และพฤติกรรมการบริโภคของชาวอินเดีย พร้อมชมงานแสดงสินค้า Thailand Trade Exhibition 2010 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 2886 8088 ต่อ 5312, 5321, 5322, 5327 โทรสาร 0 2883 5021</p>
<p>ที่มา ผู้จัดการออนไลน์</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย'>ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย</a> <small>ภาคประชาชนรวมพลังกดดัน ถอดบัญชีคุมสมุนไพรวัตถุอันตราย จากกรณีประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางเคมี 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก ขึ้นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดอกดึง และหนอนตายหยาก เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 บัญชี ข. ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมหาศาลให้กับสังคมไทยนั้น เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก แถลงข่าว &#8220;เมื่อพืชอาหารและสมุนไพร 13 ชนิดกลายเป็นวัตถุอันตราย ฮืม&#8221; ว่าหากภายใน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน'>รื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน</a> <small>รัฐ &#8211; ส.อ.ท. สั่งรื้อระบบแรงงาน แก้วิกฤติขาดแคลน ชี้เหตุมีการเลิกจ้างลดลง โดยนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.ชุดใหม่วันที่ 24 พฤษภาคม จะเสนอการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งหาข้อสรุปแนวทางต่างๆให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงแรงงาน เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อวางระบบบริหารจัดการระยะยาว ซึ่งจะมีการประสานข้อมูลแรงงานร่วมกัน ก่อนจะร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อฝึกทักษะให้แรงงานใหม่ก่อนป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เบื้องต้นตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในปีแรกไว้ว่าจะมีแรงงานเข้าสู่ระบบ 50,000 คน &#8220;ระบบการบริหารแรงงานรูปแบบใหม่นี้ จะต้องใช้ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมที่จะส่งจำนวนผู้ว่างงานให้กรมการจัด หางาน จากนั้น ส.อ.ท.จะรวบรวมว่ามีความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมใด เพื่อแจ้งกลับไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จากเดิมที่หน่วยงานเหล่านี้จะทำงานแยกส่วนกัน ทางหนึ่งจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ว่างงานก็จ่ายไป อีกทางหางานให้ก็หาไป ไม่ได้ประสานกันเป็นระบบ&#8221; นายทวีกิจ กล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมยังขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ตัวเลขผู้ว่างงานล่าสุดจากรายงานการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและ แนวโน้มของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานของผู้ประกันตน ระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 20,624 [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การบำรุงดินให้สมบูรณ์'>การบำรุงดินให้สมบูรณ์</a> <small>โดยทั่วไปเกษตรกรไทยทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การบำรุงดินเป็นหัวใจหลักในการปลูกพืชให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ทั้งพืชที่ใช้รับประทาน หรือพืชยืนต้นใช้สอยอื่นๆ เพราะพืชต้องการอาหาร และอาหารก็อยู่ในดิน การใส่ปุ๋ยเคมีนั้น เป็นการให้อาหารพืชก็จริงแต่ไม่ได้เป็นการบำรุงดิน หนำซ้ำ จะเป็นวิธีการทำลายดินให้ตายอย่างช้างๆ อีกด้วย เพราะเท่าที่สังเกตุดูอาการดินแล้ว การใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานๆ จะทำให้ดินแห้งกรัง เค็ม เปรี้ยว ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับธาตุและสารเคมีที่มีการผสมลงในปุ๋ยเม็ดนั่นเอง ตั้งแต่สมัยเรียนประถมครูมักนิยมบอกกันว่า การปลูกพืชหมุนเวียน พืชตระกูลถั่ว มักจะเป็นการทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ข้อความที่ถูกสอนมาสามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแต่อย่างใด สังเกตุว่าร้านขายต้นไม้ดอก ไม้ประดับ มักนิยมนำใบก้ามปูมาทำปุ๋ย ควบกับแกลบ หรือเปลือกมะพร้าวสับละเอียด พืชตระกูลถั่วที่ใช้ใบแห่งมาทำปุ๋ยบำรุงดินได้ดี ถ้าพูดถึงพืชตระกูลถั่วแล้วประเทศไทยเรามีถั่วหลายร้อยชนิด เริ่มตั้งแต่พืชตระกูลถั่วที่ใหญ่ที่สุด เช่น มะแต้ มะค่า มะขามเทศ จามจุรี จนถึงพืชตระกูลถั่วที่เล็กที่สุด เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วขอ พืชตระกูลถั่วเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อดินเป็นอย่างมาก ถ้าหากเรารู้และสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินแล้ว ปุ๋ยเคมีก็จะไม่มีประโยชน์ต่อเราเลย วิธีการบำรุงดินแบบทั่วไป ใช้ปุ๋ยคอก การใช้มูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งมูลสัตว์มักจะสูญเสียธาตุอาหารไปได้ง่าย จึงควรใช้เศษซากพืช เช่น ฟาง แกลบฯ รองพื้นคอกสัตว์ เพื่อดูดซับธาตุอาหารจากมูลสัตว์ไว้ด้วย [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>update ข่าวการเกษตรวันนี้</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 09:27:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบพึ่งพาอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุในการจัดสวนพืชสมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=810</guid>
		<description><![CDATA[นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรอินทรีย์'>เกษตรอินทรีย์</a> <small>ชื่อนี้สำคัญไฉน ปกติทั่วไปการเกษตรไทยๆ นิยมของนอก คือนิยมนำปุ๋ยเคมีเข้ามาเพิ่มผลผลิตให้แก่พืชผลต่างๆ นับตั้งแต่อดีตที่มีการคิดค้นปุ๋ยเคมีขึ้นมาแล้ว และเทคโนโลยีใหม่ๆ รุดหน้าไปมากทำให้เกษตรกรไทยที่ยังคงวิถีเดิมๆ อยู่ไม่ได้ หรือไม่อยากจะอยู่ เนื่องจากสภาวะแวดล้อมปัจจุบันบังคับแกมข่มขู่ให้หันเข้าหาวงจรเคมี เพิ่มผลผลิต เพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋า โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า กำลังก้าวเท้าเข้าไปพบกับความยากจนยิ่งขึ้นๆ แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มที่จะสุดโต่ง และย้อนหันหลังกลับไปพบว่า วิธีแบบดั้งเดิมนั่นแหละ คือวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้น เกษตรอินทรีย์ หรือ Organic จึงเป็นคำที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในวินาทีนั้นและเริ่มแพร่หลายในปัจจุบันด้วยการเล็งเห็นถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และนำเกษตรกรไทยหันกลับสู่จุดเริ่มต้น ที่แต่แรกนั้นได้ก้าวเท้าออกมา เพราะในการผลิตและใช้จริง ต้องออกมาจากสมองและภูมิปัญญาอย่างแท้จริง โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพผลผลิตและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี 2553 นี้ ก็ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งหามาตรการรองรับโอกาสและภาวะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแนวทางสำคัญประการหนึ่งคือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลฯ และพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ CIM โดยได้มอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ลงพื้นที่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &#8220;การพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์” ตามแนวทางการพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์ไทยของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ 4 ภาค เพื่อให้เว็บไซต์ CIM เป็นแหล่งข้อมูลการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความทันสมัยทั้ง ในและต่างประเทศ ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/the-species-for-jasmine-rice/' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Species for jasmine rice'>The Species for jasmine rice</a> <small>เป็นสายพันธุ์ข้าวหอมจากถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่ปัจจุบันนั้นประเทศไทยไม่ค่อยได้สนใจที่จะดำเนินการในเรื่องของลิขสิทธิ์และการพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมากเท่าใดนัก Species for jasmine rice จัดเป็นข้าวนาปี ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ลักษณะข้าวเปลือกเรียวยาว เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวเมล็ดเรียว ยาว ขาวใสเป็นเงา แกร่ง มีท้องไข่น้อย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นพันธุ์ข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้ข้าวไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก หากถ้าพูดถึงในเรื่องของ genus and species for jasmine rice แล้วชาวต่างชาติจะไม่ได้นึกถึงประเทศไทยเท่าไหร่นัก แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทยเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ข้าวหอมจะมีการผสมกับข้าวพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากข้าวหอมมีราคาแพง การขายและส่งออกจึงมีการผสมพันธุ์ข้าวอื่นๆ ตามอัตราส่วน ที่บอกว่า ข้าวหอมมะลิแท้ 100% นั้นเป็นเพียงข้ออ้าง ซึ่งจริงๆ ในถุงบรรจุข้าวนั้นมีข้าวหอมมะลิจริงอยู่เพียง 10-20% ในน้ำหนักทั้งหมดเท่านั้น และมีการแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีกด้วยในบางตราหรือยี่ห้อสินค้า ในอดีตนั้นประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขตทุ่งกุลาร้องไห้) และมีพื้นที่เพาะปลูกครอบคลุมกว่า 19 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยมีแหล่งผลิตสำคัญ คือ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา อุบลราชธานี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ขยายเวลาขึ้นทะเบียนชาวนารอบ 2 ใน 14 จว.'>ขยายเวลาขึ้นทะเบียนชาวนารอบ 2 ใน 14 จว.</a> <small>ครม. ไฟเขียวขยายเวลาขึ้นทะเบียนเกษตรกรปลูกข้าวรอบ 2 ให้ชาวนา 14 จังหวัด ออกไปถึง 15 เม.ย.นี้ โดยนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายเวลาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ปลูกข้าวรอบที่ 2 ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง รวม 14 จังหวัด ออกไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. นี้ จากเดิมที่กำหนดให้สิ้นสุดในวันที่ 20 มี.ค. 53 เนื่องจากมีเกษตรกรบางรายติดภารกิจไม่สามารถมาขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ทัน ตามเวลาที่กำหนด และยังมีเกษตรกรอีกส่วนหนึ่งยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทำให้เกษตรกรทั้ง 2 กลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรได้ นอกจากนี้ครม.ยังรับทราบความก้าวหน้าในโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าว เปลือกปี 52/53 ตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงาน โดยการดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือก ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.- 31 มี.ค. 53 ได้เปิดจุดรับซื้อรวม 22 จังหวัด 83 จุด นั้นได้เข้าไปรับซื้อแล้ว 21 จุดใน [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น<span id="more-810"></span></p>
<p>โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรใน<a href="http://www.vwander.com/save/2010/06/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1/">การปลูกพืชผักสวนครัว</a></p>
<p>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554</p>
<p>นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึง 30 พฤศจิกายน 2553 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม 2553 และมันสำปะหลังตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึง 31 ตุลาคม 2553 เกษตรกรที่สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตร อำเภอ หรือที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลในพื้นที่ หรือที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน โทร. 0 – 5351-1120 ต่อ 17 </p>
<p>กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย รายงานขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง จำนวน 27 จังหวัด 189 อำเภอ 1,363 ตำบล 12,348 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน ลำปาง ลำพูน พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี</p>
<p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุบลราชธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี ลพบุรี</p>
<p>พื้นที่การเกษตรได้รับเสียหาย 1,183,834 ไร่ แยกเป็น พืชไร่ 916,784 ไร่ นาข้าว 89,313 ไร่ และพืชอื่นๆ 177,737 ไร่ ใน 45 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา จันทบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กระบี่ นครศรีธรรมราช ระนอง พัทลุง สตูล สุราษฎร์ธานี ตรัง</p>
<p>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยแล้งได้แจก จ่ายน้ำอุปโภคและบริโภคจำนวน 276,482,614 ลิตร พร้อมซ่อมสร้างทำนบและฝายกั้นน้ำ 1,001 แห่ง ขุดลอกแหล่งน้ำ 776 แห่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยแล้ง</p>
<p>ทั้งนี้ จากการติดตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า แม้จะเริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ตกบริเวณท้ายเขื่อน ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศยังมีปริมาณน้อยมาก ประกอบกับต้องระบายน้ำออกเพื่อรักษาระบบนิเวศและการอุปโภคบริโภค ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรอินทรีย์'>เกษตรอินทรีย์</a> <small>ชื่อนี้สำคัญไฉน ปกติทั่วไปการเกษตรไทยๆ นิยมของนอก คือนิยมนำปุ๋ยเคมีเข้ามาเพิ่มผลผลิตให้แก่พืชผลต่างๆ นับตั้งแต่อดีตที่มีการคิดค้นปุ๋ยเคมีขึ้นมาแล้ว และเทคโนโลยีใหม่ๆ รุดหน้าไปมากทำให้เกษตรกรไทยที่ยังคงวิถีเดิมๆ อยู่ไม่ได้ หรือไม่อยากจะอยู่ เนื่องจากสภาวะแวดล้อมปัจจุบันบังคับแกมข่มขู่ให้หันเข้าหาวงจรเคมี เพิ่มผลผลิต เพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋า โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า กำลังก้าวเท้าเข้าไปพบกับความยากจนยิ่งขึ้นๆ แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มที่จะสุดโต่ง และย้อนหันหลังกลับไปพบว่า วิธีแบบดั้งเดิมนั่นแหละ คือวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้น เกษตรอินทรีย์ หรือ Organic จึงเป็นคำที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในวินาทีนั้นและเริ่มแพร่หลายในปัจจุบันด้วยการเล็งเห็นถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และนำเกษตรกรไทยหันกลับสู่จุดเริ่มต้น ที่แต่แรกนั้นได้ก้าวเท้าออกมา เพราะในการผลิตและใช้จริง ต้องออกมาจากสมองและภูมิปัญญาอย่างแท้จริง โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพผลผลิตและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี 2553 นี้ ก็ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งหามาตรการรองรับโอกาสและภาวะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแนวทางสำคัญประการหนึ่งคือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลฯ และพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ CIM โดยได้มอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ลงพื้นที่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &#8220;การพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์” ตามแนวทางการพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์ไทยของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ 4 ภาค เพื่อให้เว็บไซต์ CIM เป็นแหล่งข้อมูลการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความทันสมัยทั้ง ในและต่างประเทศ ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/the-species-for-jasmine-rice/' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Species for jasmine rice'>The Species for jasmine rice</a> <small>เป็นสายพันธุ์ข้าวหอมจากถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่ปัจจุบันนั้นประเทศไทยไม่ค่อยได้สนใจที่จะดำเนินการในเรื่องของลิขสิทธิ์และการพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมากเท่าใดนัก Species for jasmine rice จัดเป็นข้าวนาปี ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ลักษณะข้าวเปลือกเรียวยาว เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวเมล็ดเรียว ยาว ขาวใสเป็นเงา แกร่ง มีท้องไข่น้อย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นพันธุ์ข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้ข้าวไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก หากถ้าพูดถึงในเรื่องของ genus and species for jasmine rice แล้วชาวต่างชาติจะไม่ได้นึกถึงประเทศไทยเท่าไหร่นัก แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทยเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ข้าวหอมจะมีการผสมกับข้าวพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากข้าวหอมมีราคาแพง การขายและส่งออกจึงมีการผสมพันธุ์ข้าวอื่นๆ ตามอัตราส่วน ที่บอกว่า ข้าวหอมมะลิแท้ 100% นั้นเป็นเพียงข้ออ้าง ซึ่งจริงๆ ในถุงบรรจุข้าวนั้นมีข้าวหอมมะลิจริงอยู่เพียง 10-20% ในน้ำหนักทั้งหมดเท่านั้น และมีการแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีกด้วยในบางตราหรือยี่ห้อสินค้า ในอดีตนั้นประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขตทุ่งกุลาร้องไห้) และมีพื้นที่เพาะปลูกครอบคลุมกว่า 19 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยมีแหล่งผลิตสำคัญ คือ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา อุบลราชธานี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ขยายเวลาขึ้นทะเบียนชาวนารอบ 2 ใน 14 จว.'>ขยายเวลาขึ้นทะเบียนชาวนารอบ 2 ใน 14 จว.</a> <small>ครม. ไฟเขียวขยายเวลาขึ้นทะเบียนเกษตรกรปลูกข้าวรอบ 2 ให้ชาวนา 14 จังหวัด ออกไปถึง 15 เม.ย.นี้ โดยนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายเวลาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ปลูกข้าวรอบที่ 2 ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง รวม 14 จังหวัด ออกไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. นี้ จากเดิมที่กำหนดให้สิ้นสุดในวันที่ 20 มี.ค. 53 เนื่องจากมีเกษตรกรบางรายติดภารกิจไม่สามารถมาขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ทัน ตามเวลาที่กำหนด และยังมีเกษตรกรอีกส่วนหนึ่งยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทำให้เกษตรกรทั้ง 2 กลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรได้ นอกจากนี้ครม.ยังรับทราบความก้าวหน้าในโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าว เปลือกปี 52/53 ตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงาน โดยการดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือก ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.- 31 มี.ค. 53 ได้เปิดจุดรับซื้อรวม 22 จังหวัด 83 จุด นั้นได้เข้าไปรับซื้อแล้ว 21 จุดใน [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการทำสวนเกษตรพอเพียง</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 07:36:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิถีพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกผักไร้ดินแบบประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[สวนเกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[แปลงผักเกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[แปลงผักแบบผสม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=801</guid>
		<description><![CDATA[โดยปกติแล้วการทำสวนครัวและสวนเกษตรแบบพอเพียงนั้น ก็เพื่อให้ปลอดสารพิษและให้เก็บบริโภคได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อมาบริโภค ลดรายจ่ายในครัวเรือน เกษตรพอเพียง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัวคนไทย ทั้งในเมืองหลวงและในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่บางครอบครัว ไม่ได้ประกอบอาชีพการเกษตรอย่างจริงจัง แต่มีความต้องการให้สมาชิกครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้มีการบริโภคผักปลอดสารพิษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และได้โภชนาการอย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ในรูปแบบของการทำสวนเกษตรและการทำสวนครัวนั้น สมาชิกแต่ละคนที่อยู่ในครอบครัวเอง จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ และดำเนินการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อให้มีชนิดและปริมาณพืชผักที่ปลูก ตรงกับความชอบ และความต้องการรับประทานของคนในครอบครัวเอง และเพิ่มปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวไปบริโภคประจำวันได้ทุกวันโดยไม่ขาดแคลน โดยส่วนที่เหลืออาจเป็นส่วนที่สามารถเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนได้อีกทางหนั่ง การทำสวนเกษตรพอเพียงนี้ มีรูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ รูปแบบที่ใช้เนื้อที่ปลูกเพียง 36 ตารางเมตร สามารถปลูกพืชผักได้พร้อมกันในคราวเดียวหลายชนิด มีทั้งผักยืนต้นปานกลางอายุยืน ไปจนถึงพืชล้มลุกอายุยืนทั้งหลาย ซึ่งทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำมารับประทานได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีการปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นผสมลงในแปลงปลูก โดยสามารถปลูกหมุนเวียนกันได้ตลอดปี ไม่ทำให้ดินมีการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด การทำให้ชนิดผักต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันลงในแปลงปลูกแปลงเดียวนั้น มีขั้นตอนหลากหลายและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะเป็นการเพาะปลูกผักชนิดเดียวทั้งแปลง แต่การทำสวนเกษตรพอเพียงเป็นการดัดแปลงวิธีการปลูก ซึ่งเป็นการปลูกผักที่ล้วนเป็นผักที่คนทั่วไปคุ้นเคย ชอบบริโภค และพอใจที่จะปลูกได้เป็นสวนครัวในบ้าน จึงสามารถปลูกและนำมาใช้ประโยชน์ได้พร้อมกันทั้งหมด คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมี การทำสวนครัวผสม เป็นเทคนิคการปลูกผักสวนครัวอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบ การทำสวนครัวหรือสวนผักหลังบ้าน เป็นการทำสวนผักเล็กๆ น้อยๆ เป็นงานอดิเรก เพื่อให้มีผักไว้ใช้รับประทานในครอบครัว [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักไร้ดิน'>การปลูกผักไร้ดิน</a> <small>การปลูกผักไร้ดิน แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง กระแสรักสุขภาพของคนไทยยังเป็นที่นิยมอยู่ คนไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมาก “ผักปลอดสารพิษ” จึงยังคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน หรือ “การปลูกผักไร้ดิน” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ซึ่งก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยวันนี้ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลการปลูก “ระบบน้ำ ถาดไหลหมุนเวียน” หรือ “Dynamic Root Floating Technique (DRFT)” เป็นระบบปั๊มอากาศเข้าไปช่วยให้เกิดออกซิเจน รากพืชจะลอยไปมาในน้ำที่มีสารอาหาร มานำเสนอ ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดปลอดสารพิษ ที่ใช้ระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษนั้น เคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่ด้วยความที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงติดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว การที่มาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษก็เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดี และช่วงนั้นคนนิยมรับประทานผักปลอดสารพิษกันมาก มีตลาดส่งที่แน่นอน จึงเลือกที่จะมาลงทำธุรกิจตัวนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลูกผักไร้ดินยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาเลย แต่พอเริ่มมีความคิดที่จะทำ ก็เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและพยายามไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ “จนมั่นใจว่ามีความรู้พอ จึงตัดสินใจลงมือทำ” ช่วงแรกที่ลงทุนทดลองปลูก ๔ แปลง เมื่อสินค้าออกวางตลาดก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ตลาดก็ยังอยู่ในวงที่ไม่กว้าง ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมาปรับปรุงในธุรกิจ และทำให้เริ่มมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ชนิดของผักที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น มีผักสลัดต่างประเทศ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3-gap-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-53/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรกร GAP ดีเด่นปี 53'>เกษตรกร GAP ดีเด่นปี 53</a> <small>ธนิดา ขุนนา อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างและทำธุรกิจส่วนตัวหลายบริษัท จำต้องล้มเลิกกิจการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ได้ผันชีวิตเข้าสู่ภาคเกษตรโดยพลิกฟื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ ในพื้นที่ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้รักสุขภาพ ซึ่งกระบวนการผลิตพืชผักของ ธนิดาได้ดำเนินตามระบบการจัดคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ฟาร์มผักของเธอประสบความสำเร็จทั้งการผลิตและการตลาด ได้รับคัดเลือกเป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2553 นางธนิดา ขุนนา กล่าวว่า ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แปลงนาเดิมเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษเมื่อปี 2548 เบื้องต้นได้เร่งปรับปรุงบำรุงดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียวให้เหมาะสมต่อการปลูกผัก ทั้งยังได้เร่งพัฒนาระบบน้ำโดยขุดคลองส่งน้ำและขุดบ่อพักเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกเอง มีการเจาะน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องกรองน้ำพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสำหรับการล้างและแปรรูปผัก ขณะเดียวกันยังมีการปลูกไผ่ ปลูกกล้วย ไม้ผลและไม้ยืนต้นรอบฟาร์มเป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันลมและแมลงศัตรูพืชด้วย ปี 2550 มีแนวคิดพัฒนาระบบปลูกผักรูปแบบใหม่ โดยปลูกแบบยกแคร่ในโรงเรือนซึ่งประยุกต์จากแปลงปลูกพืชไฮโดรโปนิก ปรับเปลี่ยนจากการปลูกใน น้ำมาเป็นปลูกในดินบนแคร่ที่ยกพื้นสูง ประมาณ 80 เซนติเมตรแทน วิธีนี้มีข้อดี คือ สามารถช่วยระบายน้ำ ระบายความร้อน ทั้งยังสามารถลดปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืช และวัชพืชได้ค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชลงได้มาก และความสูงของแคร่ยังช่วยให้ดูแลผักได้สะดวกและง่ายขึ้น ปัจจุบันมีโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ขนาด 90 [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด'>ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด</a> <small>จังหวัดมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย มีการปลูกผักรายได้เพิ่มหลังน้ำชีลด รายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ หลังแม่น้ำชีที่ลดลงเนื่องจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรตามลุ่มแม่น้ำมีพื้นที่เพาะปลูกผักเพิ่ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง ที่มหาสารคาม เกษตรกรโกสุมพิสัยไม่ห่วงเรื่องแม่น้ำชีลดระดับน้ำลงเกือบ 10 เมตร เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง มีการปลูกผักสวนครัวได้รับผลตอบแทนสูง เหตุน้ำลดมีพื้นที่ปลูกเพิ่ม ทั้งดินมีคุณภาพ โอ่มีรายได้ช่วงหน้าแล้งกว่าวันละ 1,000 บาท นางมณีจันทร์ เธอเมืองปัก เกษตรกรในอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงปีนี้ ทำให้ระดับน้ำชีผ่านพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ลดลงเกือบ 10 เมตร ชาวบ้านที่มีบ้านติดริมน้ำชีส่วนใหญ่จะเลี้ยงปลากระชัง ส่วนตนได้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 2 ไร่ ปลูกผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือขาว หรือมะเขือเผาะไปขายที่ตลาดโกสุมพิสัย ทั้งขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดต่ำลงเกือบ 10 เมตร ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ระดับน้ำที่ลดลงไปส่งผลให้ดินมีสภาพดี เกษตรกรผู้ปลูกผักไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหนึ่ง เฉลี่ยแต่ละวันจะสามารถเก็บมะเขือไปขายได้วันละกว่า 50 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนถั่วฝักยาวจะนำมามัดเป็นกำๆละ 10-15 ต้นขายกำละ 10 บาท [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย'>ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย</a> <small>ดร.เหวียน บา ฮุง (Dr.Nguyen Ba Hung) เป็นผู้ปลูกผักที่ได้มาตรฐานของยุโรปเพียงรายเดียวที่อยู่ในประเทศเวียดนาม โดย ดร.ฮุง สำเร็จการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และมีความสนใจทางด้านการเกษตรมาก เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ไม่ยอมไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย หันมายึดอาชีพเป็นเกษตรกรเสียเอง ทั้งนี้ เพราะท่านมีความรักและสนใจอาชีพการเกษตร ประกอบกับท่านอยากจะช่วยเหลือเกษตรกรพี่น้องของท่านที่ยังยากจนและขาดความรู้ทางด้านการพัฒนาเกษตรแผนใหม่ เพื่อพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก ท่านได้พัฒนาฟาร์มของท่านเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรรอบๆ ฟาร์ม โดยเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่และหาได้ในท้องถิ่น แม้แต่โครงของโรงเรือนปลูกผักก็ทำด้วยไม้ไผ่ แต่ท่านก็สามารถได้มาตรฐาน UREPGAP ท่านเพาะปลูกพืชผัก ทั้งผักกินใบและผักกินผล รวมทั้งสิ้น 89 ชนิด โดยเน้นพืชผักที่เก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุน้อยๆ และพืชผักที่มีขนาดเล็กที่เรียกว่า &#8220;เบบี้&#8221; (baby vegetable) มีเกษตรกรที่อยู่ในเครือ (Contract farmer) ของท่าน จำนวน 12 ครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวมีพื้นที่เพาะปลูกผัก ครอบครัวละ 2 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 ไร่เศษ ผลิตผักต่างๆ ได้สัปดาห์ละ 5 ตัน เมล็ดพันธุ์ผักส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทางยุโรป เช่น ฮอลแลนด์ [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดยปกติแล้วการทำสวนครัวและสวนเกษตรแบบพอเพียงนั้น ก็เพื่อให้ปลอดสารพิษและให้เก็บบริโภคได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อมาบริโภค ลดรายจ่ายในครัวเรือน <a href="http://www.vwander.com/save/">เกษตรพอเพียง</a> มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ครอบครัวคนไทย ทั้งในเมืองหลวงและในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่บางครอบครัว ไม่ได้ประกอบอาชีพการเกษตรอย่างจริงจัง แต่มีความต้องการให้สมาชิกครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้มีการบริโภคผักปลอดสารพิษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และได้โภชนาการอย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ<span id="more-801"></span></p>
<p>ในรูปแบบของการทำสวนเกษตรและการทำสวนครัวนั้น สมาชิกแต่ละคนที่อยู่ในครอบครัวเอง จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ และดำเนินการดูแลรักษาอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อให้มีชนิดและปริมาณพืชผักที่ปลูก ตรงกับความชอบ และความต้องการรับประทานของคนในครอบครัวเอง และเพิ่มปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวไปบริโภคประจำวันได้ทุกวันโดยไม่ขาดแคลน โดยส่วนที่เหลืออาจเป็นส่วนที่สามารถเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนได้อีกทางหนั่ง</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/090708-04-e1279179296766.jpg" alt="แปลงผักเกษตรพอเพียง" title="แปลงผักเกษตรพอเพียง" width="333" height="500" class="aligncenter size-full wp-image-805" /></p>
<p>การทำสวนเกษตรพอเพียงนี้ มีรูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ รูปแบบที่ใช้เนื้อที่ปลูกเพียง 36 ตารางเมตร สามารถปลูกพืชผักได้พร้อมกันในคราวเดียวหลายชนิด มีทั้งผักยืนต้นปานกลางอายุยืน ไปจนถึงพืชล้มลุกอายุยืนทั้งหลาย ซึ่งทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำมารับประทานได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีการปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นผสมลงในแปลงปลูก โดยสามารถปลูกหมุนเวียนกันได้ตลอดปี ไม่ทำให้ดินมีการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด การทำให้ชนิดผักต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันลงในแปลงปลูกแปลงเดียวนั้น มีขั้นตอนหลากหลายและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะเป็นการเพาะปลูกผักชนิดเดียวทั้งแปลง แต่การทำสวนเกษตรพอเพียงเป็นการดัดแปลงวิธีการปลูก ซึ่งเป็นการปลูกผักที่ล้วนเป็นผักที่คนทั่วไปคุ้นเคย ชอบบริโภค และพอใจที่จะปลูกได้เป็นสวนครัวในบ้าน จึงสามารถปลูกและนำมาใช้ประโยชน์ได้พร้อมกันทั้งหมด คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมี <a href="http://www.vwander.com/save/2010/06/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1/">การทำสวนครัวผสม</a> เป็นเทคนิคการปลูกผักสวนครัวอีกอย่างหนึ่งที่ควรทราบ</p>
<p><strong>การทำสวนครัวหรือสวนผักหลังบ้าน</strong></p>
<p>เป็นการทำสวนผักเล็กๆ น้อยๆ เป็นงานอดิเรก เพื่อให้มีผักไว้ใช้รับประทานในครอบครัว เป็นการประหยัดรายจ่าย นอกจากนั้นอาจจะมีเหลือแจกจ่ายเพื่อนบ้าน หรือขายเป็นรายได้พิเศษ</p>
<p>การทำสวนครัวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกครัวเรือน เพราะการที่เรามีผักสดรสดีไว้รับประทานเอง เราจะไม่ต้องพะวงเรื่องความสกปรก และพิษยาฆ่าโรคแมลงที่ตกค้างเหมือนกับผักที่ไปซื้อหามา การทำสวนครัวเหมาะต่อการฝึกเด็กๆ ที่บ้านให้รู้จักทำงาน ให้รู้จักธรรมชาติ รู้จักใช้มือ ใช้สมองตลอดจนเป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว</p>
<p>การทำสวนครัว <a href="http://www.vwander.com/save/">เกษตรพอเพียง</a> เหมาะต่อคนทุกเพศวัยเหมาะที่สุดสำหรับคนเมืองหลวง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องออกทำงานนอกบ้านต้องพบกับภาวะประจำวันที่น่าเบื่อหน่าย อาทิถนนสายต่างๆ รถติดยาวเหยียด อากาศที่ร้อนอบอ้าว ประกอบกับไอร้อนและควันพิษรถยนต์ ถ้าทุกคนทุกครอบครัวหันมาทำสวนครัวกันเสียก็จะช่วยสุขภาพจิตได้ การทำสวนครัวจึงเป็นยารักษาจิตอย่างหนึ่งที่ใช้ในโรงพยาบาลประสาท ถ้าท่านไม่มีที่ดินจะปลูกผัก ก็อาจปลูกในปีบรั่ว ถังแตกกะละมังทะลุ ลังไม้ ที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ฯลฯ ท่านจะปลูกผักอะไรก็ได้ ถึงแม้ไม่มีที่ภายนอกอาคารเลย อย่างน้อยท่านอาจจะเพาะถั่วงอกไว้กินเองได้โดยเพาะกับกระสอบเก่าๆ ที่ชุบน้ำให้ชื้นหรือใช้ถุงพลาสติกใส่ขี้เลื่อยเพาะเห็ดทำได้ไม่ยาก</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/obb0161-e1279179186292.jpg" alt="แปลงผักแบบผสมผสาน เกษตรพอเพียง" title="แปลงผักแบบผสมผสาน เกษตรพอเพียง" width="500" height="375" class="aligncenter size-full wp-image-804" /></p>
<p><strong>สารสกัดธรรมชาติสำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชในแปลงผักเกษตรพอเพียง</strong></p>
<p>การสกัดเอาสารเคมีจากพืชในธรรมชาติมาใช้ในการฆ่าแมลง เป็นที่นิยมใช้และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายได้แก่สารจำพวก นิโคติน โรทีโนน ไพรีทริน และสารสกัดจากสะเดา</p>
<p><strong>นิโคติน (Nicotine)</strong> เป็นสารเคมีธรรมชาติที่พบในใบยาสูบ มีพิษต่อระบบประสาทของสิ่งที่มีชีวิต มี LD50 เท่ากับ 40 มิลลิกรัม/หนึ่งกิโลกรัม ของน้ำหนักตัว ทำในรูปการค้าเป็นนิโคตินซัลเฟต เช่น Black Leaf 40 ใช้ป้องกันกำจัดแมลงพวกปากดูด เช่น เพลี้ย มวน ฯลฯ และใช้เป็นยารมกำจัดแมลงในเรือนเพาะชำ</p>
<p><strong>โรทีโนน (Rotenone)</strong> เป็นสารเคมีในธรรมชาติที่มนุษย์สกัดมาจากต้นใต้ดินและรากของต้นหางไหล หรือโล่ติ้น หรืออวดน้ำ เป็นพืชวงศ์ถั่วมีชื่อว่า derris elliptica Benth นอกจากนั้นยังสามารถสกัดได้จากรากและต้นของต้นหนอนตายอยาก (Stemona collinsae Craib) หรือมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Stemona และจากใบและเมล็ดของมันแกว มนุษย์ใช้สารโรทีโนนจากโล่ติ้น เป็นยาเบื่อปลามาตั้งแต่สมัยโบราณ มีพิษน้อยต่อสัตว์เลือดอุ่น รากป่นแห้งของต้นหนอนตายอยาก สามารถกำจัดแมลงในบ้าน ได้แก่ เรือด หมัด ลูกน้ำยุง และหนอนแมลงวัน และกำจัดแมลงศัตรูพืชได้แก่ ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว (Callosobruchus chinensis) หนอนกระทู้ผัก (Spodopteralitura) หนอนเจาะสมอฝ้าย (Heliothis armigera) หนอนใยผัก (Plutellaxylostella) แมลงวันแตง (Dacus cucurbitae) เพลี้ยอ่อนฝ้าย (Aphis gossypii) หนอนกะหล่ำ (Crocidoiomia binoltalis) หนอนแตง (Margalonia indica) เป็นต้น สารโรทีโนนนี้เป็นสารที่มีพิษต่อระบบหายใจของสิ่งมีชีวิต แมลงที่ถูกสารนี้จะมีอาการขาดออกซิเจน เป็นอัมพาต และตายในที่สุด</p>
<p><strong>ไพรีทริน (Pyrethrin)</strong> เป็นสารเคมีธรรมชาติที่มนุษย์สกัดได้จากดอกแห้งของไพรีทรัม (Pyrethrum) ซึ่งมีสีขาวอยู่ในวงศ์ compositae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า chrysanthemum cinerariae folium ชอบขึ้นและเจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศเย็น สารไพรีทรินเป็นยาฆ่าแมลงประเภทถูกตัวตาย ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาทของแมลง โดยเข้าไปสกัดประจุโซเดียมบนผิวของเส้นประสาท ทำให้ระบบไฟฟ้าของเส้นประสาท (Neuroelectrical) หยุดชะงัก ทำให้แมลงสลบโดยทันทีและตายในที่สุด ไพรีทรินมีอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่นน้อยมาก เนื่องจากสลายตัวได้รวดเร็วในร่างกายของคนและสัตว์เลี้ยง คนที่แพ้อาจมีอาการคล้ายคนเป็นโรคหอบหืด ไม่มีพิษตกค้าง สลายตัวได้ดีในสิ่งแวดล้อม สารเคมีสังเคราะห์คล้ายพวกไพรีทรินมีหลายชนิดคือ Allerthrin, Resmethrin, Bioresmethrin, Tetramethrin, Bioallerthrin, Permethrin, Cypermethrin, Cyfluthrin มีคุณสมบัติในการกำจัดแมลงศัตรูพืชคือ เพลี้ยอ่อน หมัดกระโดด ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ (Pieris rapae) หนอนกะหล่ำใหญ่ (Pieris brassicae) เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย (Amarasca biguttuia) หนอนเจาะมะเขือ (Leucinodes orbonalis) และหนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว (Ophiomyia reticulata)</p>
<p><strong>สะเดา (Azadirachta indica)</strong> หรือเรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Nim (Neem) สะเดาเป็นไม้เนื้อแข็ง โตเร็ว เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศอินเดียและไทย สะเดาจะออกดอกติดผลเมื่อมีอายุ 4-5 ปี โดยเฉลี่ยจะให้ผล 30-50 กิโลกรัมต่อต้น สารฆ่าแมลงมีในทุกส่วนของต้น แต่จะมีมากที่สุดในเมล็ดเป็นสารฆ่าเชื้อรา และไส้เดือนฝอยอีกด้วย แมลงที่สารสะเดาสามารถควบคุมและป้องกันกำจัดได้คือ ด้วงงวงข้าวโพด (Sitophylus zeamais) หนอนเจาะสมอฝ้าย (Heliothis armigera) เพลี้ยอ่อนทั่วไป เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Nilaparvata lugens) หนอนใยผัก (plutella xylostella) หนอนกระทู้ (Spodoptera frugiperda) ด้วงหมัด (Podagrica uniforma) เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียว (nephotettix virescens) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza spp.) ไรทั่วไป เพลี้ยกระโดดหลังขาว (Sogatella furcifera) แมลงหวี่ขาว (Bemesiatabaci) เต่ามะเขือ (Epilachna chrysomelina) หนอนเจาะยอดกะหล่ำ (Hellula undalis)</p>
<p>สารออกฤทธิ์ของสะเดาได้แก่ azadirachtin, Salannin, Meliantriol และ Nimbin สารออกฤทธิ์จะหมดฤทธิ์ในสภาพที่มีแดด ซึ่งมีรังสีอัลตราไวโอเล็ต จึงควรใช้สารสะเดากับพืชเวลาเย็น หรือตอนกลางคืน สารสะเดาไม่เป็นอันตรายต่อแมลงพวกต่อ แตน ผึ้ง สัตว์เลือดอุ่น และมนุษย์</p>
<p><strong>การทำแปลงปลูกสวนเกษตรพอเพียง</strong></p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/nped41.jpg" alt="แปลงผัก สวนเกษตรพอเพียง" title="แปลงผัก สวนเกษตรพอเพียง" width="381" height="392" class="aligncenter size-full wp-image-803" /></p>
<ol>
<li>เนื้อที่ในการทำสวนครัวไม่ควรเกิน 36 ตารางเมตร (กว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร)</li>
<li>ทำรั้วล้อมเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าไปทำลายผลผลิต</li>
<li>ทำแปลงปลูกผักยืนต้นชนิดเป็นพุ่มปานกลาง หรืออายุยืนมากสุด ติดกับรั้วด้านในกว้าง 50 เซนติเมตร แบ่งแปลงออกเป็นแปลง เล็กๆ โดยให้ยาวแปลงละ 1 เมตร จำนวน 16 แปลง และแปลงรอบรั้วติดกับประตูทางเข้าอีก 4 แปลง ยาวแปลงละ 1.25 เมตร รวม 20 แปลงเล็ก ซึ่งจะปลูกพืชยืนต้นและยืนต้นปานกลางได้มากถึง 14 ชนิด</li>
<li>ทำแปลงปลูกพืชผักล้มลุกหมุนเวียน ให้มีความกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร จำนวน 3 แปลง แบ่งแต่ละแปลงเป็นแปลง เล็ก ๆ แปลงละ 1 ตารางเมตร จะปลูกพืชล้มลุกหมุนเวียนได้ครั้งละ 12 ชนิด หมุนเวียนตลอดปี จะปลูกได้มากถึง 34 ชนิด</li>
<li>ทำประตูเข้า-ออก ความกว้าง 1 เมตร อยู่ทางทิศเหนือ ด้านข้างแปลงควรอยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตก</li>
<li>แปลงผักสวนครัว ควรอยู่ด้านเหนือหรือด้านใต้ของตัวบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงเงาบ้านทอดทับแปลงผัก</li>
<li>แปลงผักสวนครัว ควรได้รับแสงแดดตลอดวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวันและควรเป็นช่วงเช้า</li>
</ol>
<p><em>หมายเหตุ : จากภาพ หมายเลข 1-12 ปลูกผักล้มลุกหมุนเวียนตลอดปี 12 แปลงย่อย, หมายเลข 13-32 ปลูกผักยืนต้นปานกลางและผักยืนต้น 20 แปลงย่อย</em></p>
<p><strong>การใช้สารสกัดจากสะเดา</strong></p>
<p>การใช้บดเมล็ดสะเดาให้ละเอียด ห่อด้วยผ้าขาวบาง แช่น้ำ 1 คืน ด้วยอัตราการใช้ผงสะเดา 25-30 กรัม/ลิตร หรือเมล็ดสะเดาบด 1 กิดลกรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่น้ำเป็นเวลา 1-2 คืน แล้วกรองเอากากออก ใช้ฉีดพ่นป้องกันกำจัดแมลงได้ โดยนำไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชได้เลย และควรผสมยาจับใบทุกครั้งที่มีการฉีดพ่น</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิงจาก ku.ac.th</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักไร้ดิน'>การปลูกผักไร้ดิน</a> <small>การปลูกผักไร้ดิน แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง กระแสรักสุขภาพของคนไทยยังเป็นที่นิยมอยู่ คนไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมาก “ผักปลอดสารพิษ” จึงยังคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน หรือ “การปลูกผักไร้ดิน” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ซึ่งก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยวันนี้ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลการปลูก “ระบบน้ำ ถาดไหลหมุนเวียน” หรือ “Dynamic Root Floating Technique (DRFT)” เป็นระบบปั๊มอากาศเข้าไปช่วยให้เกิดออกซิเจน รากพืชจะลอยไปมาในน้ำที่มีสารอาหาร มานำเสนอ ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดปลอดสารพิษ ที่ใช้ระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษนั้น เคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่ด้วยความที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงติดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว การที่มาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษก็เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดี และช่วงนั้นคนนิยมรับประทานผักปลอดสารพิษกันมาก มีตลาดส่งที่แน่นอน จึงเลือกที่จะมาลงทำธุรกิจตัวนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลูกผักไร้ดินยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาเลย แต่พอเริ่มมีความคิดที่จะทำ ก็เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและพยายามไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ “จนมั่นใจว่ามีความรู้พอ จึงตัดสินใจลงมือทำ” ช่วงแรกที่ลงทุนทดลองปลูก ๔ แปลง เมื่อสินค้าออกวางตลาดก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ตลาดก็ยังอยู่ในวงที่ไม่กว้าง ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมาปรับปรุงในธุรกิจ และทำให้เริ่มมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ชนิดของผักที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น มีผักสลัดต่างประเทศ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3-gap-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-53/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรกร GAP ดีเด่นปี 53'>เกษตรกร GAP ดีเด่นปี 53</a> <small>ธนิดา ขุนนา อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างและทำธุรกิจส่วนตัวหลายบริษัท จำต้องล้มเลิกกิจการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ได้ผันชีวิตเข้าสู่ภาคเกษตรโดยพลิกฟื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ ในพื้นที่ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้รักสุขภาพ ซึ่งกระบวนการผลิตพืชผักของ ธนิดาได้ดำเนินตามระบบการจัดคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ฟาร์มผักของเธอประสบความสำเร็จทั้งการผลิตและการตลาด ได้รับคัดเลือกเป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2553 นางธนิดา ขุนนา กล่าวว่า ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แปลงนาเดิมเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษเมื่อปี 2548 เบื้องต้นได้เร่งปรับปรุงบำรุงดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียวให้เหมาะสมต่อการปลูกผัก ทั้งยังได้เร่งพัฒนาระบบน้ำโดยขุดคลองส่งน้ำและขุดบ่อพักเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกเอง มีการเจาะน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องกรองน้ำพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสำหรับการล้างและแปรรูปผัก ขณะเดียวกันยังมีการปลูกไผ่ ปลูกกล้วย ไม้ผลและไม้ยืนต้นรอบฟาร์มเป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันลมและแมลงศัตรูพืชด้วย ปี 2550 มีแนวคิดพัฒนาระบบปลูกผักรูปแบบใหม่ โดยปลูกแบบยกแคร่ในโรงเรือนซึ่งประยุกต์จากแปลงปลูกพืชไฮโดรโปนิก ปรับเปลี่ยนจากการปลูกใน น้ำมาเป็นปลูกในดินบนแคร่ที่ยกพื้นสูง ประมาณ 80 เซนติเมตรแทน วิธีนี้มีข้อดี คือ สามารถช่วยระบายน้ำ ระบายความร้อน ทั้งยังสามารถลดปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืช และวัชพืชได้ค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชลงได้มาก และความสูงของแคร่ยังช่วยให้ดูแลผักได้สะดวกและง่ายขึ้น ปัจจุบันมีโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ขนาด 90 [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด'>ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด</a> <small>จังหวัดมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย มีการปลูกผักรายได้เพิ่มหลังน้ำชีลด รายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ หลังแม่น้ำชีที่ลดลงเนื่องจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรตามลุ่มแม่น้ำมีพื้นที่เพาะปลูกผักเพิ่ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง ที่มหาสารคาม เกษตรกรโกสุมพิสัยไม่ห่วงเรื่องแม่น้ำชีลดระดับน้ำลงเกือบ 10 เมตร เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง มีการปลูกผักสวนครัวได้รับผลตอบแทนสูง เหตุน้ำลดมีพื้นที่ปลูกเพิ่ม ทั้งดินมีคุณภาพ โอ่มีรายได้ช่วงหน้าแล้งกว่าวันละ 1,000 บาท นางมณีจันทร์ เธอเมืองปัก เกษตรกรในอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงปีนี้ ทำให้ระดับน้ำชีผ่านพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ลดลงเกือบ 10 เมตร ชาวบ้านที่มีบ้านติดริมน้ำชีส่วนใหญ่จะเลี้ยงปลากระชัง ส่วนตนได้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 2 ไร่ ปลูกผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือขาว หรือมะเขือเผาะไปขายที่ตลาดโกสุมพิสัย ทั้งขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดต่ำลงเกือบ 10 เมตร ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ระดับน้ำที่ลดลงไปส่งผลให้ดินมีสภาพดี เกษตรกรผู้ปลูกผักไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหนึ่ง เฉลี่ยแต่ละวันจะสามารถเก็บมะเขือไปขายได้วันละกว่า 50 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนถั่วฝักยาวจะนำมามัดเป็นกำๆละ 10-15 ต้นขายกำละ 10 บาท [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย'>ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย</a> <small>ดร.เหวียน บา ฮุง (Dr.Nguyen Ba Hung) เป็นผู้ปลูกผักที่ได้มาตรฐานของยุโรปเพียงรายเดียวที่อยู่ในประเทศเวียดนาม โดย ดร.ฮุง สำเร็จการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และมีความสนใจทางด้านการเกษตรมาก เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ไม่ยอมไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย หันมายึดอาชีพเป็นเกษตรกรเสียเอง ทั้งนี้ เพราะท่านมีความรักและสนใจอาชีพการเกษตร ประกอบกับท่านอยากจะช่วยเหลือเกษตรกรพี่น้องของท่านที่ยังยากจนและขาดความรู้ทางด้านการพัฒนาเกษตรแผนใหม่ เพื่อพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก ท่านได้พัฒนาฟาร์มของท่านเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรรอบๆ ฟาร์ม โดยเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่และหาได้ในท้องถิ่น แม้แต่โครงของโรงเรือนปลูกผักก็ทำด้วยไม้ไผ่ แต่ท่านก็สามารถได้มาตรฐาน UREPGAP ท่านเพาะปลูกพืชผัก ทั้งผักกินใบและผักกินผล รวมทั้งสิ้น 89 ชนิด โดยเน้นพืชผักที่เก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุน้อยๆ และพืชผักที่มีขนาดเล็กที่เรียกว่า &#8220;เบบี้&#8221; (baby vegetable) มีเกษตรกรที่อยู่ในเครือ (Contract farmer) ของท่าน จำนวน 12 ครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวมีพื้นที่เพาะปลูกผัก ครอบครัวละ 2 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 ไร่เศษ ผลิตผักต่างๆ ได้สัปดาห์ละ 5 ตัน เมล็ดพันธุ์ผักส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทางยุโรป เช่น ฮอลแลนด์ [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถั่วฝักยาว ประโยชน์มากมาย</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 11:23:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช]]></category>
		<category><![CDATA[Yard Long Bean]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบพึ่งพาอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วฝักยาวพันธุ์หยกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรทฤษฎีใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=799</guid>
		<description><![CDATA[ถั่วฝักยาว เป็นถั่วที่มีลักษณะเฉพาะตัว ใครเห็นเป็นต้องรู้จัก เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีรูปร่างและลักษณะเป็นฝักยาวๆ สีเขียว หรือสีแดงต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ โดยทั่วไป ถั่วฝักยาว ถือเป็นถั่วที่มีฝักยาวที่สุดในบรรดาพืชตระกูลถั่วด้วยกันเอง ภาษาอังกฤษ เรียกถั่วชนิดนี้ว่า Yard Long Bean ซึ่งหมายถึงถั่วยาวเป็นหลานั่นเอง ถั่วฝักยาวนี้บ้างก็ใช้เป็นผักเครื่องเคียง เช่นในส้มตำ ขนมจีนจานอร่อย หรือนำมาจิ้มน้ำพริกก็ได้ แต่ก็สามารถนำมาประกอบเป็นส่วนหลักของอาหารอย่างถั่วฝักยาวผัดพริก หรือแกงส้มก็ได้เช่นกัน โดยประโยชน์ของถั่ว ชนิดนี้ก็คือให้แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส มีวิตามินซีที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี มีกากใยอาหารที่สามารถละลายในน้ำได้ ซึ่งกากใยอาหารชนิดนี้นอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีแล้ว ก็ยังจะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหารทำให้อิ่มเร็วและอิ่มนาน ทั้งยังเป็นยาบำรุงไต และม้าม แก้ร้อนใน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แต่ก่อนจะบริโภคถั่วฝักยาวเข้าไป ต้องรู้ก่อนว่าผักชนิดนี้มีการฉีดยาฆ่าแมลงในปริมาณสูงมากทีเดียว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนกินก็จะต้องล้างให้สะอาด แช่น้ำเกลือไว้สัก 10 นาทีก่อนจะนำไปปรุงอาหารก็ดีเหมือนกัน คุณค่าทางอาหารของถั่วฝักยาว ความจริงถั่วฝักยาวทำอาหารได้หลายอย่างนอกจากกินสดเป็นผักแกล้มอาหารจำพวก ของแซบของเผ็ด เด็ดสุดยอดก็ต้องส้มตำหรือตำส้มใส่ถั่วฝักยาว มีมะดันสักลูกเติมลงไปด้วยหรือจะเพิ่มน้ำปลาร้าต้มสุกก็ยิ่งเพิ่มความหอมใน สไตล์อีสานบ้านเรามากขึ้น เอาง่ายๆ อีกชนิดก็คือผัดกับไข่ ใส่ในแกงส้ม ต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อยไปหมด อย่างต้มนี้จะกินเปล่าก็อร่อยเพราะรสชาติก็ออกหวานนิดๆ ถั่วฝักยาวนั้นมีสารอาหารในปริมาณสูง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากมาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีและโปรตีน แต่อย่างไรก็ตามการกินถั่วฝักยาวดิบก็อาจทำให้ท้องอืดได้ ทั้งมีข้อที่ควรระวังเพราะถั่วฝักยาวเป็นพืชผักที่มีแมลงรบกวนมาก [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการปลูกถั่วฝักยาว'>วิธีการปลูกถั่วฝักยาว</a> <small>ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ การเตรียมดินก่อนปลูกถั่วฝักยาวนั้น ควรไถพรวนหน้าดินโดยมีความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อทำลายเชื่อโรคและไข่ของแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูพืช และควรเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้หมด หลังจากนั้นทำการปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ให้ไถคราดหน้าดินและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปพร้อมกันในระหว่างไถคราดได้เลย เสร็จแล้วยกร่อง สำหรับปลูกโดยมีความกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวให้เหมาะสมกับแปลงปลูก เตรียมร่องระหว่างแปลงสำหรับเดินเข้าออกประมาณ ไม่เกิน 1 เมตร สำหรับแปลงดินที่ยังไม่เคยปลูกมาก่อนควรนำดินมาวัดค่า pH และวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงจำนวนแร่ธาตุต่างๆ ในดินเพื่อจะได้ปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมในการปลูกต่อไป เมื่อเตรียมดินได้ที่แล้วจึงเป็นขั้นตอนของการปลูกโดยละเอียดดังนี้ 1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ เนื้อที่ 1 ไร่ควรใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัม คัดเมล็ดพันธุ์ที่ดี ไม่แตกหรือมีจำหนิ หรือมีสภาพไม่เหมาะกับการปลูกออกแยกไว้แล้วนำไปคลุกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนเพื่อป้องกันการโดนทำลาย 2. เตรียมหลุมปลูก ให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 0.8-1เมตร ระหว่างหลุมต่อหลุม 0.5 เมตร (หรือแล้วแต่พิจารณา) โดยให้หลุมลึกประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย'>ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย</a> <small>ดร.เหวียน บา ฮุง (Dr.Nguyen Ba Hung) เป็นผู้ปลูกผักที่ได้มาตรฐานของยุโรปเพียงรายเดียวที่อยู่ในประเทศเวียดนาม โดย ดร.ฮุง สำเร็จการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และมีความสนใจทางด้านการเกษตรมาก เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ไม่ยอมไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย หันมายึดอาชีพเป็นเกษตรกรเสียเอง ทั้งนี้ เพราะท่านมีความรักและสนใจอาชีพการเกษตร ประกอบกับท่านอยากจะช่วยเหลือเกษตรกรพี่น้องของท่านที่ยังยากจนและขาดความรู้ทางด้านการพัฒนาเกษตรแผนใหม่ เพื่อพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก ท่านได้พัฒนาฟาร์มของท่านเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรรอบๆ ฟาร์ม โดยเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่และหาได้ในท้องถิ่น แม้แต่โครงของโรงเรือนปลูกผักก็ทำด้วยไม้ไผ่ แต่ท่านก็สามารถได้มาตรฐาน UREPGAP ท่านเพาะปลูกพืชผัก ทั้งผักกินใบและผักกินผล รวมทั้งสิ้น 89 ชนิด โดยเน้นพืชผักที่เก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุน้อยๆ และพืชผักที่มีขนาดเล็กที่เรียกว่า &#8220;เบบี้&#8221; (baby vegetable) มีเกษตรกรที่อยู่ในเครือ (Contract farmer) ของท่าน จำนวน 12 ครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวมีพื้นที่เพาะปลูกผัก ครอบครัวละ 2 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 ไร่เศษ ผลิตผักต่างๆ ได้สัปดาห์ละ 5 ตัน เมล็ดพันธุ์ผักส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทางยุโรป เช่น ฮอลแลนด์ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การทำสวนครัวผสม'>การทำสวนครัวผสม</a> <small>ทำสวนกระถาง หรือกระบะ สำหรับการปลูกพริก ปลูกผักที่ใช้กินประจำ เช่น สะระแหน่ โหระพา กระเพรา ผักชี ใบหอม ลงในกระถางหรือกระบะ กระถางหรือกระบะ เราสามารถหาที่วางไว้ทีระเบียงอพาร์ทเม้นท์ คอนโดหรือข้างบันได ขอบระเบียงบ้านได้หรือใช้เนื้อที่มี่มีแสงส่องถึงได้โดยไม่เสียพื้นที่ใช้สอย ปลูกต้นพริก ขุดหลุมตื้นๆ ลึกประมาณ 1 นิ้ว แล้วหยอดเมล็ดพริกลงไปกลบดิน แล้วก็รดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอด ไม่นานพริกก็เริ่มงอกมาให้เห็น ส่วนพวกโหระพา กะเพราะ สะระแหน่ ก็ใช้ก้านที่เราเด็ดใบแล้วมาปัก ตะไคร้นี่ง่ายสุดๆ แค่เอาต้นตะไคร้มาปัก (ด้านหัวลงดิน) ไม่กี่วันจะกลายเป็นกอเลย การทำสวนครัวแบบผสมผสาน การปลูกผักบุ้งในกระถางก็ทำได้ หรือการปลูกผักบุ้งบนต้นกล้วยก็สามารถทำได้ ผักบุ้งเป็นไม้ที่ปลูกได้ในดินทุกชนิด ตั้งแต่ในดินที่แห้งแล้งไปจน ถึงที่ที่มีน้ำมาก และหากมีน้ำมากก็จะทำให้ลำต้นเจริญงอกงามดี มีความกรอบมากกว่าผัก บุ้งที่เจริญในที่แห้งแล้ง นอกจากนี้ผักบุ้งยังเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็วสามารถปลูกหรือขยายพันธุ์ได้โดยการแยกกิ่งแก่ไปปักชำเท่านั้น การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้แบบ สวนครัวผสม นี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากเกษตรอำเภออีกด้วย ดังเช่น ที่วัดคู้ธรรมสถิติ์วราราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้มีการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช ซึ่งนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงานโครงการฯ [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถั่วฝักยาว เป็นถั่วที่มีลักษณะเฉพาะตัว ใครเห็นเป็นต้องรู้จัก เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีรูปร่างและลักษณะเป็นฝักยาวๆ สีเขียว หรือสีแดงต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ โดยทั่วไป ถั่วฝักยาว ถือเป็นถั่วที่มีฝักยาวที่สุดในบรรดาพืชตระกูลถั่วด้วยกันเอง ภาษาอังกฤษ เรียกถั่วชนิดนี้ว่า Yard Long Bean ซึ่งหมายถึงถั่วยาวเป็นหลานั่นเอง</p>
<p>ถั่วฝักยาวนี้บ้างก็ใช้เป็นผักเครื่องเคียง เช่นในส้มตำ ขนมจีนจานอร่อย หรือนำมาจิ้มน้ำพริกก็ได้ แต่ก็สามารถนำมาประกอบเป็นส่วนหลักของอาหารอย่างถั่วฝักยาวผัดพริก หรือแกงส้มก็ได้เช่นกัน โดยประโยชน์ของถั่ว ชนิดนี้ก็คือให้แร่ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส มีวิตามินซีที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี มีกากใยอาหารที่สามารถละลายในน้ำได้ ซึ่งกากใยอาหารชนิดนี้นอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีแล้ว ก็ยังจะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหารทำให้อิ่มเร็วและอิ่มนาน ทั้งยังเป็นยาบำรุงไต และม้าม แก้ร้อนใน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้<span id="more-799"></span></p>
<p><a href="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/26_20090218095137.1.jpg"><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/26_20090218095137.1.jpg" alt="ปลูกถั่วฝักยาว" title="ปลูกถั่วฝักยาว" width="300" height="243" class="aligncenter size-full wp-image-797" /></a></p>
<p>       แต่ก่อนจะบริโภคถั่วฝักยาวเข้าไป ต้องรู้ก่อนว่าผักชนิดนี้มีการฉีดยาฆ่าแมลงในปริมาณสูงมากทีเดียว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนกินก็จะต้องล้างให้สะอาด แช่น้ำเกลือไว้สัก 10 นาทีก่อนจะนำไปปรุงอาหารก็ดีเหมือนกัน</p>
<p><strong>คุณค่าทางอาหารของถั่วฝักยาว</strong></p>
<p>ความจริงถั่วฝักยาวทำอาหารได้หลายอย่างนอกจากกินสดเป็นผักแกล้มอาหารจำพวก ของแซบของเผ็ด เด็ดสุดยอดก็ต้องส้มตำหรือตำส้มใส่ถั่วฝักยาว มีมะดันสักลูกเติมลงไปด้วยหรือจะเพิ่มน้ำปลาร้าต้มสุกก็ยิ่งเพิ่มความหอมใน สไตล์อีสานบ้านเรามากขึ้น เอาง่ายๆ อีกชนิดก็คือผัดกับไข่ ใส่ในแกงส้ม ต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อยไปหมด อย่างต้มนี้จะกินเปล่าก็อร่อยเพราะรสชาติก็ออกหวานนิดๆ </p>
<p>ถั่วฝักยาวนั้นมีสารอาหารในปริมาณสูง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากมาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีและโปรตีน แต่อย่างไรก็ตามการกินถั่วฝักยาวดิบก็อาจทำให้ท้องอืดได้ ทั้งมีข้อที่ควรระวังเพราะถั่วฝักยาวเป็นพืชผักที่มีแมลงรบกวนมาก เกษตรกรบ้านเราจึงต้องใช้ยาฆ่าแมลงมากตามไปด้วย ควรล้างด้วยน้ำยาสำหรับล้างผักรหือน้ำส้มสายชูแช่ไว้สัก 10 นาที ค่อยล้างด้วยน้ำสำอาดในปริมาณมาก ๆ หลาย ๆ ครั้ง แม้ว่าจะดูเปลืองน้ำไปสักนิด แต่ก็กินได้อย่างสบายใจ</p>
<p><strong>สายพันธุ์ถั่วฝักยาว</strong></p>
<p>ในเมืองไทยสามารถปลูกได้และให้ผลิตผลที่ดีในช่วงหน้าฝน หน้าร้อน ส่วนในฤดูหนาวมักให้ผลผลิตน้อย ยังมีปัญหาโรคแมลงเข้ารบกวน ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลงปริมาณที่มาก นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ที่มีขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ ไม่สามารถเก็บทำพันธุ์ขยายได้ ชวนกันมา <a href="http://www.vwander.com/save/2010/03/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7/">ปลูกถั่วฝักยาว</a></p>
<p>ฉะนี้&#8230;เพื่อเป็นทางเลือก รศ.ดร.สุชีลา เตชะวงษ์เสถียร พร้อมคณะจากศูนย์วิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหา-วิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น จึงทำการวิจัยพัฒนากระ-ทั่งได้ &#8220;ถั่วฝักยาวสายพันธุ์หยกขาว&#8221; ขึ้น โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนวิจัย</p>
<p>รศ.ดร.สุชีลา เล่าให้ฟังว่า&#8230;การปรับปรุงพันธุ์พืชชนิดต่างๆต้องใช้ระยะเวลายาวนานจึงได้ สายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่นกระจายพันธุ์ดีสู่เกษตรกรได้ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐมีการทำงานวิจัยด้านนี้มาโดยตลอด แต่บางครั้งไม่สามารถส่งต่อถึงเกษตรกรได้ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อีกทั้งเป็นการ ส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรมีโอกาสปลูกพืชที่คุ้นเคย ตลาดมีความต้องการ และ เก็บเมล็ดทำพันธุ์ขยาย ได้ ทีมวิจัยจึงร่วมกับ สนง.เกษตรอำเภอซำสูง จ.ขอนแก่น และ สนง.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา ทดสอบสายพันธุ์ ซึ่งมีทั้ง พริก มะเขือเทศ รวมทั้ง ถั่วฝักยาว ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อกระจายขยายพันธุ์ดีสู่เกษตรกร</p>
<p><a href="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/11.jpg"><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/11.jpg" alt="แปลงถั่วฝักยาว" title="แปลงถั่วฝักยาว" width="350" height="225" class="aligncenter size-full wp-image-756" /></a></p>
<p><strong>ถั่วฝักยาวพันธุ์หยกขาว ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี</strong></p>
<p>สำหรับขั้นตอนการวิจัย นั้น รศ.ดร.สุชีลาบอกว่า ทีมงานได้นำ ถั่วฝักยาวสายพันธุ์ไร้ค้าง จาก สาธารณรัฐประชาชนจีน มาปลูก และคัด เลือกต้นที่มีลักษณะทรงต้นพุ่ม ขนาดฝักสั้น สีเขียวอ่อน ผิวเรียบ สามารถ เจริญเติบโตได้ดีในฤดูหนาว มาปลูกในปี 2541 แล้วคัดเลือกต้นที่มีลักษณะเด่น นำมาทำการผสมข้ามกับ ถั่วฝักยาวไร้ค้างพันธุ์ มข.25 ซึ่งเป็นพันธุ์เดิมของมหาวิทยาลัย ที่ปรับปรุงพันธุ์โดย รศ.ดร.สนิท ลวดทอง สายพันธุ์ดังกล่าวมีลักษณะเด่นคือ ทรงพุ่ม ฝักยาว เนื้อหนา แต่ไม่ทนต่อโรคในฤดูหนาว ทำการปรับปรุงพันธุ์เรื่อยมา กระทั่งได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นคือ สามารถเจริญเติบโต มีฝักสีเขียวนวล และยังมีรสชาติหวานกรอบ</p>
<p><strong>เมล็ดถั่วที่เกษตรกรสามารถเก็บทำพันธุ์ในฤดูถัดไปได้</strong></p>
<p>ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนาน ทนทานต่อโรคโคนเน่า โดยทีมวิจัยให้ชื่อถั่วฝักยาวสายพันธุ์นี้ว่า &#8220;หยกขาว&#8221; ที่มีผลผลิตเฉลี่ยอัตรา 25 กก./ไร่ ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต และให้หลังการเก็บเกี่ยวทุกสัปดาห์ อัตรา 5-10 กก./ไร่ และเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่ดี ทีมวิจัยจะอบรมเกษตรกรที่สนใจทั้งในเรื่องการเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา และวิธีการเก็บ เกี่ยวที่ เกษตรกรต้องคัดเลือกเพื่อเก็บทำพันธุ์ขยาย ควบคู่กับการ ส่งคืนเมล็ดพันธุ์ ให้กับทีมวิจัย เพื่อกระจายสู่เกษตรกรรายอื่น ต่อไป ถั่วฝักยาวพันธุ์หยกขาว นอกจากสามารถปลูกและให้ผลผลิตตลอดทั้งปีแล้ว ยังสามารถเก็บไว้ทำพันธุ์ขยายเพื่อปลูกในฤดูถัดไป ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิตในด้านเมล็ดพันธุ์ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>ขึ้นทะเบียนชาวนา <a href="http://www.vwander.com/save/2010/04/%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2/">ปลูกถั่วฝักยาว</a></p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการปลูกถั่วฝักยาว'>วิธีการปลูกถั่วฝักยาว</a> <small>ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ การเตรียมดินก่อนปลูกถั่วฝักยาวนั้น ควรไถพรวนหน้าดินโดยมีความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อทำลายเชื่อโรคและไข่ของแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูพืช และควรเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้หมด หลังจากนั้นทำการปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ให้ไถคราดหน้าดินและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปพร้อมกันในระหว่างไถคราดได้เลย เสร็จแล้วยกร่อง สำหรับปลูกโดยมีความกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวให้เหมาะสมกับแปลงปลูก เตรียมร่องระหว่างแปลงสำหรับเดินเข้าออกประมาณ ไม่เกิน 1 เมตร สำหรับแปลงดินที่ยังไม่เคยปลูกมาก่อนควรนำดินมาวัดค่า pH และวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงจำนวนแร่ธาตุต่างๆ ในดินเพื่อจะได้ปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมในการปลูกต่อไป เมื่อเตรียมดินได้ที่แล้วจึงเป็นขั้นตอนของการปลูกโดยละเอียดดังนี้ 1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ เนื้อที่ 1 ไร่ควรใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัม คัดเมล็ดพันธุ์ที่ดี ไม่แตกหรือมีจำหนิ หรือมีสภาพไม่เหมาะกับการปลูกออกแยกไว้แล้วนำไปคลุกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนเพื่อป้องกันการโดนทำลาย 2. เตรียมหลุมปลูก ให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 0.8-1เมตร ระหว่างหลุมต่อหลุม 0.5 เมตร (หรือแล้วแต่พิจารณา) โดยให้หลุมลึกประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย'>ปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย</a> <small>ดร.เหวียน บา ฮุง (Dr.Nguyen Ba Hung) เป็นผู้ปลูกผักที่ได้มาตรฐานของยุโรปเพียงรายเดียวที่อยู่ในประเทศเวียดนาม โดย ดร.ฮุง สำเร็จการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และมีความสนใจทางด้านการเกษตรมาก เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ไม่ยอมไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย หันมายึดอาชีพเป็นเกษตรกรเสียเอง ทั้งนี้ เพราะท่านมีความรักและสนใจอาชีพการเกษตร ประกอบกับท่านอยากจะช่วยเหลือเกษตรกรพี่น้องของท่านที่ยังยากจนและขาดความรู้ทางด้านการพัฒนาเกษตรแผนใหม่ เพื่อพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก ท่านได้พัฒนาฟาร์มของท่านเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรรอบๆ ฟาร์ม โดยเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่และหาได้ในท้องถิ่น แม้แต่โครงของโรงเรือนปลูกผักก็ทำด้วยไม้ไผ่ แต่ท่านก็สามารถได้มาตรฐาน UREPGAP ท่านเพาะปลูกพืชผัก ทั้งผักกินใบและผักกินผล รวมทั้งสิ้น 89 ชนิด โดยเน้นพืชผักที่เก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุน้อยๆ และพืชผักที่มีขนาดเล็กที่เรียกว่า &#8220;เบบี้&#8221; (baby vegetable) มีเกษตรกรที่อยู่ในเครือ (Contract farmer) ของท่าน จำนวน 12 ครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวมีพื้นที่เพาะปลูกผัก ครอบครัวละ 2 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 ไร่เศษ ผลิตผักต่างๆ ได้สัปดาห์ละ 5 ตัน เมล็ดพันธุ์ผักส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทางยุโรป เช่น ฮอลแลนด์ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การทำสวนครัวผสม'>การทำสวนครัวผสม</a> <small>ทำสวนกระถาง หรือกระบะ สำหรับการปลูกพริก ปลูกผักที่ใช้กินประจำ เช่น สะระแหน่ โหระพา กระเพรา ผักชี ใบหอม ลงในกระถางหรือกระบะ กระถางหรือกระบะ เราสามารถหาที่วางไว้ทีระเบียงอพาร์ทเม้นท์ คอนโดหรือข้างบันได ขอบระเบียงบ้านได้หรือใช้เนื้อที่มี่มีแสงส่องถึงได้โดยไม่เสียพื้นที่ใช้สอย ปลูกต้นพริก ขุดหลุมตื้นๆ ลึกประมาณ 1 นิ้ว แล้วหยอดเมล็ดพริกลงไปกลบดิน แล้วก็รดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอด ไม่นานพริกก็เริ่มงอกมาให้เห็น ส่วนพวกโหระพา กะเพราะ สะระแหน่ ก็ใช้ก้านที่เราเด็ดใบแล้วมาปัก ตะไคร้นี่ง่ายสุดๆ แค่เอาต้นตะไคร้มาปัก (ด้านหัวลงดิน) ไม่กี่วันจะกลายเป็นกอเลย การทำสวนครัวแบบผสมผสาน การปลูกผักบุ้งในกระถางก็ทำได้ หรือการปลูกผักบุ้งบนต้นกล้วยก็สามารถทำได้ ผักบุ้งเป็นไม้ที่ปลูกได้ในดินทุกชนิด ตั้งแต่ในดินที่แห้งแล้งไปจน ถึงที่ที่มีน้ำมาก และหากมีน้ำมากก็จะทำให้ลำต้นเจริญงอกงามดี มีความกรอบมากกว่าผัก บุ้งที่เจริญในที่แห้งแล้ง นอกจากนี้ผักบุ้งยังเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็วสามารถปลูกหรือขยายพันธุ์ได้โดยการแยกกิ่งแก่ไปปักชำเท่านั้น การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้แบบ สวนครัวผสม นี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากเกษตรอำเภออีกด้วย ดังเช่น ที่วัดคู้ธรรมสถิติ์วราราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้มีการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช ซึ่งนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงานโครงการฯ [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน ต้นทุนต่ำกำไรงาม</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2010 09:09:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงปลา]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบพึ่งพาอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงปลาดุก]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อาหารปลาดุก]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความอาชีพอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาดุกบิ๊กอุย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรทฤษฎีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกบ่อปูน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคปลาดุกและการป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคและการเกิดโรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=786</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณอยากมีรายได้เสริม เพิ่มเติมจากรายได้หลักและมีการลงทุนไม่สูงมาก หรืออยากทำอาชีพเสริมแต่ไม่มีต้นทุนมากพอ และพอมีพื้นที่อยู่บ้างเล็กน้อยในบริเวณบ้าน เราขอแนะนำอาชีพอิสระที่น่าสนใจ คือการเลี้ยงปลาดุกในบ่อวงปูน ซึ่งเป็นอาชีพที่ลงทุนด้วยเงินลงทุนไม่มากนัก แต่รายได้ดีเนื่องจากปลาดุกตลาดรับซื้อค่อนข้างกว้าง ขายได้แน่ๆ หรือคุณจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครอบครัวของคุณก็ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำบัญชีครัวเรือนได้ไม่ขัดสน โดยปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็ว ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อดิน อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคค่อนข้างสูง ปลาดุกอุย หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” เป็นปลาที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกรัสเซียกับปลาดุกอุย โดยใช้ปลาดุกรัสเซียเพศเมีย และปลาดุกอุยเพศผู้ลูกปลาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุยมาก คืออัตราการเจริญเติบโตสูง และมีความทนทานต่อโรคสูง เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี ราคาถูก และเป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก ต้องแล้วแต่ขนาดของตัวปลา โดยปกติแล้วจะมีรายละเอียดการให้อาหารดังนี้ ถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) ควรเป็นอาหารเม็ด ผสมข้าวสุก คลุกกับน้ำแล้วปั้นให้เป็นก้อนๆ ถ้าปลาโตแล้วจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้อาหารเม็ด, รำละเอียด, เศษผัก หรือเศษอาหาร ใช้อัตราส่วน 2 : 4 : 4 หรือใครจะใช้เป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้ [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปรุงยา สมุนไพรไทย'>การปรุงยา สมุนไพรไทย</a> <small>ข้อควรรู้เกี่ยวกับการปรุงยาไทย สมุนไพรไทย ข้อควรเข้าใจโดยทั่วไปที่เกี่ยวกับสมุนไพร ถ้าไม่ได้บอกว่าใช้สดหรือแห้ง ให้ถือว่าใช้สด เวลาใช้ภายใน ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้แล้ว ให้เข้าใจว่าใช้วิธีต้ม เวลาใช้ภายนอก ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้แล้ว ให้เข้าใจว่าใช้ตำพอก ยากินหรือรับประทาน ให้กินหรือรับประทานวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ยาต้ม ใช้ครั้งละ 1/2 &#8211; 1 แก้ว (250 ซี.ซี.) ยาดอง, ยาคั้นเอาน้ำ ใช้ครั้งละ 1/2 &#8211; 1 ช้อนโต๊ะ ยาผง ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนชา ยาปั้น, ลูกกลอน ใช้ครั้งละ 1-2 เม็ด (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม.) ยาชง ใช้ครั้งละ 1 แก้ว วิธีปรุงยาสมุนไพร ยาต้ม ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไปใช้ 1 กำมือ คือเอาต้นยามาขดมัดรอบกันเป็นท่อนกลม ยาวขนาด 1 ฝ่ามือ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84-prrs-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเฝ้าระวังการเกิดโรค PRRS โรคหูม่วงในสุกร'>การเฝ้าระวังการเกิดโรค PRRS โรคหูม่วงในสุกร</a> <small>จากข้อมูลสำคัญของโรคหูม่วงที่พบในหมูนั้น รายละเอียดคือเป็นโรคที่เกิดในลูกสุกร ลักษณะอาการเบื้องต้นคล้ายกับอหิวาต์สุกร ซึ่งบางครั้งเรียกว่า โรคหูม่วง เกิดจากเชื้อไวรัส โดยที่ความรุนแรงของโรคจะเกิดจากการจัดการฟาร์มและการสุขาภิบาลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การตายของสุกรเกิดจากภาวะโรคแทรกซ้อน ถุงหุ้มปอดจะหนาตัว การควบคุมโรคที่ดี คือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ / การพ่นยาฆ่าเชื้อโรค / ไม่ซื้อสุกรที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ที่สำคัญไม่ใช่โรคที่ติดต่อสู่คน ไทยรัฐวันนี้ ลงข่าวเกี่ยวกับโรคหูหมูนํ้าเงิน ชี้ 3 อำเภอเขตระบาดห้ามขนย้าย &#8211; บริโภค หนองคาย วิกฤติ ปศุสัตว์ ต้องประกาศพื้นที่ 3 อำเภอเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวหลังผลตรวจยืนยันหมูติดเชื้อ PRRS หรือโรคหูหมูน้ำเงิน เป็นโรคการสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกกรณี และห้ามนำหมูตายจากโรคไปชำแหละรับประทาน ขณะที่ยอดหมูป่วยตายเริ่มลดลง แนะเกษตรกรให้ยาต่อเนื่องพร้อมหมั่นทำความสะอาดคอกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดเชื้อ ขณะที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุ เกษตรกรหมดสิทธิได้รับเงินชดเชยสัตว์ ตายจากภาครัฐ เพราะไม่รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ภายใน 24 ชั่วโมง กรณีหมูใน ฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกร เจ็บป่วยและล้มตายไม่ทราบสาเหตุในพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.ท่าบ่อ อ.ศรี–เชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพบหมูป่วยกว่า 700 ตัว [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เลี้ยงปลาดุกให้เป็นปลาเนื้ออ่อน'>เลี้ยงปลาดุกให้เป็นปลาเนื้ออ่อน</a> <small>ปกติทั่วไปในเรือกสวนไร่นามักจะมีปลาดุกนาให้จับกินอยู่เสมอไม่ขาด ในช่วงก่อนเข้าหน้าแล้ง ปลาจะหนีน้ำหาที่จำศีล หรือจับคู่ และช่วงเข้าหน้าฝนใหม่ๆ ปลาจะออกมาหาที่วางไข่ ส่วนใหญ่นักจับปลาจะได้ปลาเนื้อดีตัวใหญ่ไว้เป็นอาหาร แต่หากเป็นบ่อเลี้ยงในสวนเกษตรพอเพียงนั้น จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาชนิดทั้งปลานิล ทับทิม ปลาช่อน ปลาดุก ทำอาหารในหลากหลายเมนูอร่อยยิ่ง โดยเฉพาะปลาดุกสามารถนำมาทำอาหารได้อร่อยหลายอย่าง เนื้อปลาดุกไม่เหนียวมากโดยเฉพาะปลาดุกนา ปลาดุกด้าน เนื้อจะมีความแน่นมากกว่าปลาดุกอุย แต่หากเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนด้วยล่ะก็เนื้อจะหวาน นิ่ม อร่อยมากทีเดียว แต่การที่จะจับปลาเนื้ออ่อนมาทำอาหารนั้นค่อนข้างยากเพราะปกติทั่วไปจะหาปลาเนื้ออ่อนตามไร่นาบ่อปลานั้นยากยิ่ง หากไม่ได้มีการเลี้ยงโดยเฉพาะจริงๆ วันนี้จะมาเสนอวิธีการเลี้ยงปลาดุกด้านธรรมดาๆ ให้กลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนกัน ด้วยเทคนิคง่ายๆ ประโยชน์คือ เพื่อเพิ่มความน่ากินให้ปลาดุกด้านที่เลี้ยงไว้ วิธีการง่ายๆ คือให้นำดินโคลนหรือดินจอมปลวกใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงปลาในปริมาณ 10% ของบ่อ ปลาจะมีสีเหลืองสวยงาม และปลาดุกด้านจะกลายเป็นปลาเนื้ออ่อนได้ โดยคุณลุงบุญชู เพชรรักษ์ ปราชญ์เกษตร ของ สปก. และเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ได้บอกว่าการเลี้ยงปลาดุกในปัจจุบันที่เลี้ยงกันอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นปลาดุกด้านเกือบจะทั้งหมด (ปลาดุกด้าน เป็นชื่อเรียกทางภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะเนื้อที่แข็ง สีของปลาจะมีสีดำ ทางภาคกลางจะเรียกว่าปลาดุกนา) ซึ่งในเรื่องรสชาติและลักษณะของเนื้อปลาจะสู้ปลาดุกเนื้ออ่อนไม่ได้ แต่สำหรับคุณลุงบุญชูมีเทคนิคและวิธีการในการทำให้ปลาดุกกลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนได้อย่างง่ายดาย ในระหว่างการเลี้ยงปลาดุกให้นำดินเหนียว หรือดินจอมปลวกมาใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงประมาณ 5-10% ของบ่อ แค่นี้เองปลาดุกที่เราเลี้ยงไว้ก็จะกลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า'>การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า</a> <small>ส่วนใหญ่นั้นการเพาะเห็ดในตะกร้าทั่วไป เป็นการเพาะเห็ดอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำได้ง่ายและใช้พื้นที่น้อย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากมาก สามารถทำได้ทุกครัวเรือน ทำไว้สำหรับบริโภค ดอกเห็ดสามารถทยอยออกได้เรื่อยๆ เป็นการลดรายจ่ายด้านอาหารในครัวเรือน และสามารถทำเป็นกิจกรรมเสริมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย โดยใช้วัสดุที่เหลือใช้จากไร่นาได้เกือบทั้งสิ้น เช่นเดียวกับการเพาะเห็ดฟางแบบอื่นๆ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สามารถนำก้อนเชื้อเห็ดที่เก็บดอกหมดแล้วมาใช้ได้ ทั้งเห็ดฟาง เห็ดขอนขาว เห็ดนางฟ้า และเห็ดนางรม และสามารถเพาะเห็ดแบบผสมผสานหลายชนิดพร้อมกันในตะกร้าเดียวได้ โดย การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า สามารถดูรายละเอียดของการเพาะได้ที่นี่ สำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเพาะเห็ดก็หาได้ง่ายทั่วไป ประกอบด้วยตะกร้าพลาสติค ขนาด 12-14 นิ้ว มีตาห่างประมาณ 2&#215;2 เชื้อเห็ดฟางที่พร้อมเพาะ หรือก้อนเชื้อเห็ดเก่า ปุ๋ยหมัก หรือผักตบชวาหั่นสด ท่อนไม้ สำหรับรองก้นตะกร้า โครงไม้ไผ่แบบสุ่ม และผ้าพลาสติคคลุมสุ่ม ส่วนวิธีการเพาะนั้น ก่อนอื่นให้เทก้อนเชื้อเห็ดเก่าออกจากถุงโดยขยี้ให้แตก อัดลงในตะกร้า หนาชั้นละ 3 นิ้ว ใส่อาหารเสริมจำพวกปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือผักตบชวาสับ ชั้นละ 1-2 กำมือ โรยเชื้อเห็ดฟาง รดน้ำพอชุ่มแล้วทำชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ต่อไปเหมือนกัน โดยชั้นที่ 3 [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณอยากมีรายได้เสริม เพิ่มเติมจากรายได้หลักและมีการลงทุนไม่สูงมาก หรืออยากทำอาชีพเสริมแต่ไม่มีต้นทุนมากพอ และพอมีพื้นที่อยู่บ้างเล็กน้อยในบริเวณบ้าน เราขอแนะนำอาชีพอิสระที่น่าสนใจ คือการเลี้ยงปลาดุกในบ่อวงปูน ซึ่งเป็นอาชีพที่ลงทุนด้วยเงินลงทุนไม่มากนัก แต่รายได้ดีเนื่องจากปลาดุกตลาดรับซื้อค่อนข้างกว้าง ขายได้แน่ๆ หรือคุณจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครอบครัวของคุณก็ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำบัญชีครัวเรือนได้ไม่ขัดสน โดยปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็ว ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อดิน อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคค่อนข้างสูง<span id="more-786"></span></p>
<p>ปลาดุกอุย หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” เป็นปลาที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกรัสเซียกับปลาดุกอุย โดยใช้ปลาดุกรัสเซียเพศเมีย และปลาดุกอุยเพศผู้ลูกปลาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุยมาก คืออัตราการเจริญเติบโตสูง และมีความทนทานต่อโรคสูง เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี ราคาถูก และเป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย</p>
<p><strong>อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก</strong> ต้องแล้วแต่ขนาดของตัวปลา โดยปกติแล้วจะมีรายละเอียดการให้อาหารดังนี้</p>
<ol>
<li>ถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) ควรเป็นอาหารเม็ด ผสมข้าวสุก คลุกกับน้ำแล้วปั้นให้เป็นก้อนๆ</li>
<li>ถ้าปลาโตแล้วจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้อาหารเม็ด, รำละเอียด, เศษผัก หรือเศษอาหาร ใช้อัตราส่วน 2 : 4 : 4 หรือใครจะใช้เป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ต้นทุนมันจะสูงกว่า อาหารผสมแบบนี้ </li>
<li>ถ้าลูกปลามีขนาด 10 ตัว ต่อกิโลกรัม คุณก็หาผักตบชวา หรือผักบุ้งใส่ลงไปในปูนวงที่เลี้ยงปลาดุก แล้วก็ค่อยลดปริมาณอาหารสำเร็จรูปลงเรื่อยๆ เมื่อปลาหิวจัดๆ มันก็จะกินผักตบชวา หรือผักบุ้งเป็นอาหาร ในช่วงเย็น เราก็ให้อาหารเม็ดกินเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว สำหรับปลาดุก 1 ปูนวง และในหนึ่งบ่อเราจะใช้ผักตบชวาประมาณ 4 กอ ต่อ 7 วัน ซึ่งปลาจะกัดกินบริเวณใบและยอดอ่อนจนหมด เหลือไว้เพียงลำต้นแก่ๆ เท่านั้น</li>
</ol>
<p><center><div id="attachment_787" class="wp-caption aligncenter" style="width: 330px"><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/fish_01.jpg" alt="การเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ รายได้ดี" title="การเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ รายได้ดี" width="320" height="240" class="size-full wp-image-787" /><p class="wp-caption-text">การเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ รายได้ดี</p></div></center></p>
<p>จำนวนในการเลี้ยงปลาดุก ควรเลี้ยง 70 ตัว / หนึ่งปูนวงนะ จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ 5 วัน ต่อครั้ง และในแต่ละครั้งจะเปิดน้ำที่เลี้ยงปลาออกทิ้งจนหมด จากนั้นก็ดูดน้ำใหม่มาใส่ทันที วงปูนที่เราใช้เลี้ยงปลานั้น จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร และสูง 50 เซนติเมตร ส่วนพื้นบ่อปูน วงก็ทำพื้นปูนปิด และต่อท่อพลาสติกเพื่อใช้ในการถ่านน้ำออก</p>
<p>ในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวงนี้ จะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 เดือนกว่าๆ คุณจะได้ปลาดุกขนาด 4 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ ราคาขายของปลาดุกในขณะนี้ตกกิโลละ 40 &#8211; 45 บาท</p>
<p><strong>เทคนิคและวิธีการเลี้ยงปลาดุก</strong></p>
<ol>
<li>ขนาดปลาที่จะนำมาเลี้ยง ปลาที่เริ่มเลี้ยงยาวตั้งแต่ 1.5 นิ้วขึ้นไปไม่ควรนำปลามาเลี้ยงในฤดูหนาวเพราะปลามีความต้านทานต่อโรคต่ำ</li>
<li>อัตราการเลี้ยงปล่อยลูกปลาในอัตรา 50 – 70 ตัว/ตารางเมตร</li>
<li>การปล่อยปลาแช่ถุงลูกปลาไว้ในบ่อเลี้ยง 30 นาที จึงค่อยๆ ปล่อยลงบ่อ ช่วงแรกที่ปล่อยให้เติมน้ำลงบ่อมีความสูงประมาณ 10 ซม.แล้วค่อยเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกๆ อาทิตย์จนมีระดับสูงสุด 30-50 ซม.</li>
<li>การถ่ายเทน้ำ ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อน้ำเริ่มเสีย ไม่ควรถ่ายน้ำออกหมด เหลือน้ำเก่าไว้ 2/3 เปลี่ยนถ่ายน้ำหลังให้อาหารแล้วไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง น้ำที่ถ่ายออกสามารถนำไปรดพืชผักได้</li>
</ol>
<p><strong>การให้อาหารปลาดุก</strong><br />
การให้อาหารปลา การเลี้ยงปลา 1 รุ่น ใช้เวลา 3 เดือน อาหารเสริม (ไส้ไก่ ไก่บด) ให้อาหารสำเร็จรูปโปรตีน 2 กระสอบ โดยให้วันละ 2.5 กก./1 มื้อ/ 1,000 ตัว ให้อาหารเม็ดเล็กและบุบพอแตกสำหรับปลาเล็ก อาหารสดพวกเศษเนื้อ สับให้ปลากินได้ ตัวปลวก แมลงเม่า<br />
และแมลงอื่น ๆ โปรยให้ปลากิน ให้อาหารเป็นเวลาวันละ 2 มื้อ เช้า &#8211; เย็น</p>
<p><strong>โรคปลาดุกและการป้องกัน</strong><br />
การเกิดโรคของปลาดุกที่เลี้ยงมักจะเกิดจากปัญหาคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุของการให้อาหารมากเกินไปจนอาหารเหลือเน่าเสีย เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้โดยต้องหมั่นสังเกตว่าเมือปลาหยุดกินอาหารจะต้องหยุดให้อาหารทันที เพราะปลาดุกลูกผสมมีนิสัยชอบกินอาหารที่ให้ใหม่ โดยถึงแม้จะกินอิ่มแล้วถ้าให้อาหารใหม่อีกก็จะคายหรือสำรอกอาหารเก่าทิ้งแล้วกินอาหารให้ใหม่อีกซึ่งปริมาณอาหาร ที่ให้ไม่ควรเกิน 4 &#8211; 5 % ของน้ำหนักตัวปลา หากมีอาหารเหลือให้ช้อนทิ้ง</p>
<p><strong>วิธีป้องกันและกำจัดโรคปลาดุก</strong></p>
<ol>
<li>ควรใช้ EM ขยาย จำนวน 2 ลิตร/สัปดาห์</li>
<li>ซื้อพันธุ์ปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าเป็นปลาแข็งแรง และปราศจากโรค</li>
<li>หมั่นตรวจดูอาการของปลาอย่างสม่ำเสมอถ้าเห็นอาการผิดปกติต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว</li>
<li>อย่าให้อาหารจนเหลือ หรือมากเกินไป</li>
</ol>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปรุงยา สมุนไพรไทย'>การปรุงยา สมุนไพรไทย</a> <small>ข้อควรรู้เกี่ยวกับการปรุงยาไทย สมุนไพรไทย ข้อควรเข้าใจโดยทั่วไปที่เกี่ยวกับสมุนไพร ถ้าไม่ได้บอกว่าใช้สดหรือแห้ง ให้ถือว่าใช้สด เวลาใช้ภายใน ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้แล้ว ให้เข้าใจว่าใช้วิธีต้ม เวลาใช้ภายนอก ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้แล้ว ให้เข้าใจว่าใช้ตำพอก ยากินหรือรับประทาน ให้กินหรือรับประทานวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ยาต้ม ใช้ครั้งละ 1/2 &#8211; 1 แก้ว (250 ซี.ซี.) ยาดอง, ยาคั้นเอาน้ำ ใช้ครั้งละ 1/2 &#8211; 1 ช้อนโต๊ะ ยาผง ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนชา ยาปั้น, ลูกกลอน ใช้ครั้งละ 1-2 เม็ด (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม.) ยาชง ใช้ครั้งละ 1 แก้ว วิธีปรุงยาสมุนไพร ยาต้ม ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไปใช้ 1 กำมือ คือเอาต้นยามาขดมัดรอบกันเป็นท่อนกลม ยาวขนาด 1 ฝ่ามือ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84-prrs-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเฝ้าระวังการเกิดโรค PRRS โรคหูม่วงในสุกร'>การเฝ้าระวังการเกิดโรค PRRS โรคหูม่วงในสุกร</a> <small>จากข้อมูลสำคัญของโรคหูม่วงที่พบในหมูนั้น รายละเอียดคือเป็นโรคที่เกิดในลูกสุกร ลักษณะอาการเบื้องต้นคล้ายกับอหิวาต์สุกร ซึ่งบางครั้งเรียกว่า โรคหูม่วง เกิดจากเชื้อไวรัส โดยที่ความรุนแรงของโรคจะเกิดจากการจัดการฟาร์มและการสุขาภิบาลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การตายของสุกรเกิดจากภาวะโรคแทรกซ้อน ถุงหุ้มปอดจะหนาตัว การควบคุมโรคที่ดี คือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ / การพ่นยาฆ่าเชื้อโรค / ไม่ซื้อสุกรที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ที่สำคัญไม่ใช่โรคที่ติดต่อสู่คน ไทยรัฐวันนี้ ลงข่าวเกี่ยวกับโรคหูหมูนํ้าเงิน ชี้ 3 อำเภอเขตระบาดห้ามขนย้าย &#8211; บริโภค หนองคาย วิกฤติ ปศุสัตว์ ต้องประกาศพื้นที่ 3 อำเภอเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวหลังผลตรวจยืนยันหมูติดเชื้อ PRRS หรือโรคหูหมูน้ำเงิน เป็นโรคการสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกกรณี และห้ามนำหมูตายจากโรคไปชำแหละรับประทาน ขณะที่ยอดหมูป่วยตายเริ่มลดลง แนะเกษตรกรให้ยาต่อเนื่องพร้อมหมั่นทำความสะอาดคอกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดเชื้อ ขณะที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุ เกษตรกรหมดสิทธิได้รับเงินชดเชยสัตว์ ตายจากภาครัฐ เพราะไม่รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ภายใน 24 ชั่วโมง กรณีหมูใน ฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกร เจ็บป่วยและล้มตายไม่ทราบสาเหตุในพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.ท่าบ่อ อ.ศรี–เชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพบหมูป่วยกว่า 700 ตัว [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เลี้ยงปลาดุกให้เป็นปลาเนื้ออ่อน'>เลี้ยงปลาดุกให้เป็นปลาเนื้ออ่อน</a> <small>ปกติทั่วไปในเรือกสวนไร่นามักจะมีปลาดุกนาให้จับกินอยู่เสมอไม่ขาด ในช่วงก่อนเข้าหน้าแล้ง ปลาจะหนีน้ำหาที่จำศีล หรือจับคู่ และช่วงเข้าหน้าฝนใหม่ๆ ปลาจะออกมาหาที่วางไข่ ส่วนใหญ่นักจับปลาจะได้ปลาเนื้อดีตัวใหญ่ไว้เป็นอาหาร แต่หากเป็นบ่อเลี้ยงในสวนเกษตรพอเพียงนั้น จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาชนิดทั้งปลานิล ทับทิม ปลาช่อน ปลาดุก ทำอาหารในหลากหลายเมนูอร่อยยิ่ง โดยเฉพาะปลาดุกสามารถนำมาทำอาหารได้อร่อยหลายอย่าง เนื้อปลาดุกไม่เหนียวมากโดยเฉพาะปลาดุกนา ปลาดุกด้าน เนื้อจะมีความแน่นมากกว่าปลาดุกอุย แต่หากเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนด้วยล่ะก็เนื้อจะหวาน นิ่ม อร่อยมากทีเดียว แต่การที่จะจับปลาเนื้ออ่อนมาทำอาหารนั้นค่อนข้างยากเพราะปกติทั่วไปจะหาปลาเนื้ออ่อนตามไร่นาบ่อปลานั้นยากยิ่ง หากไม่ได้มีการเลี้ยงโดยเฉพาะจริงๆ วันนี้จะมาเสนอวิธีการเลี้ยงปลาดุกด้านธรรมดาๆ ให้กลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนกัน ด้วยเทคนิคง่ายๆ ประโยชน์คือ เพื่อเพิ่มความน่ากินให้ปลาดุกด้านที่เลี้ยงไว้ วิธีการง่ายๆ คือให้นำดินโคลนหรือดินจอมปลวกใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงปลาในปริมาณ 10% ของบ่อ ปลาจะมีสีเหลืองสวยงาม และปลาดุกด้านจะกลายเป็นปลาเนื้ออ่อนได้ โดยคุณลุงบุญชู เพชรรักษ์ ปราชญ์เกษตร ของ สปก. และเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ได้บอกว่าการเลี้ยงปลาดุกในปัจจุบันที่เลี้ยงกันอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นปลาดุกด้านเกือบจะทั้งหมด (ปลาดุกด้าน เป็นชื่อเรียกทางภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะเนื้อที่แข็ง สีของปลาจะมีสีดำ ทางภาคกลางจะเรียกว่าปลาดุกนา) ซึ่งในเรื่องรสชาติและลักษณะของเนื้อปลาจะสู้ปลาดุกเนื้ออ่อนไม่ได้ แต่สำหรับคุณลุงบุญชูมีเทคนิคและวิธีการในการทำให้ปลาดุกกลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อนได้อย่างง่ายดาย ในระหว่างการเลี้ยงปลาดุกให้นำดินเหนียว หรือดินจอมปลวกมาใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงประมาณ 5-10% ของบ่อ แค่นี้เองปลาดุกที่เราเลี้ยงไว้ก็จะกลายเป็นปลาดุกเนื้ออ่อน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า'>การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า</a> <small>ส่วนใหญ่นั้นการเพาะเห็ดในตะกร้าทั่วไป เป็นการเพาะเห็ดอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำได้ง่ายและใช้พื้นที่น้อย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากมาก สามารถทำได้ทุกครัวเรือน ทำไว้สำหรับบริโภค ดอกเห็ดสามารถทยอยออกได้เรื่อยๆ เป็นการลดรายจ่ายด้านอาหารในครัวเรือน และสามารถทำเป็นกิจกรรมเสริมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย โดยใช้วัสดุที่เหลือใช้จากไร่นาได้เกือบทั้งสิ้น เช่นเดียวกับการเพาะเห็ดฟางแบบอื่นๆ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สามารถนำก้อนเชื้อเห็ดที่เก็บดอกหมดแล้วมาใช้ได้ ทั้งเห็ดฟาง เห็ดขอนขาว เห็ดนางฟ้า และเห็ดนางรม และสามารถเพาะเห็ดแบบผสมผสานหลายชนิดพร้อมกันในตะกร้าเดียวได้ โดย การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า สามารถดูรายละเอียดของการเพาะได้ที่นี่ สำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเพาะเห็ดก็หาได้ง่ายทั่วไป ประกอบด้วยตะกร้าพลาสติค ขนาด 12-14 นิ้ว มีตาห่างประมาณ 2&#215;2 เชื้อเห็ดฟางที่พร้อมเพาะ หรือก้อนเชื้อเห็ดเก่า ปุ๋ยหมัก หรือผักตบชวาหั่นสด ท่อนไม้ สำหรับรองก้นตะกร้า โครงไม้ไผ่แบบสุ่ม และผ้าพลาสติคคลุมสุ่ม ส่วนวิธีการเพาะนั้น ก่อนอื่นให้เทก้อนเชื้อเห็ดเก่าออกจากถุงโดยขยี้ให้แตก อัดลงในตะกร้า หนาชั้นละ 3 นิ้ว ใส่อาหารเสริมจำพวกปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือผักตบชวาสับ ชั้นละ 1-2 กำมือ โรยเชื้อเห็ดฟาง รดน้ำพอชุ่มแล้วทำชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ต่อไปเหมือนกัน โดยชั้นที่ 3 [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเฝ้าระวังการเกิดโรค PRRS โรคหูม่วงในสุกร</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84-prrs-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84-prrs-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2010 07:18:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[PRRS]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การป้องกันโรคในสุกร]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายจากสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหูม่วงในสุกร]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหูม่วงในหมู]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหูหมูนํ้าเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคในสุกร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=777</guid>
		<description><![CDATA[จากข้อมูลสำคัญของโรคหูม่วงที่พบในหมูนั้น รายละเอียดคือเป็นโรคที่เกิดในลูกสุกร ลักษณะอาการเบื้องต้นคล้ายกับอหิวาต์สุกร ซึ่งบางครั้งเรียกว่า โรคหูม่วง เกิดจากเชื้อไวรัส โดยที่ความรุนแรงของโรคจะเกิดจากการจัดการฟาร์มและการสุขาภิบาลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การตายของสุกรเกิดจากภาวะโรคแทรกซ้อน ถุงหุ้มปอดจะหนาตัว การควบคุมโรคที่ดี คือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ / การพ่นยาฆ่าเชื้อโรค / ไม่ซื้อสุกรที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ที่สำคัญไม่ใช่โรคที่ติดต่อสู่คน ไทยรัฐวันนี้ ลงข่าวเกี่ยวกับโรคหูหมูนํ้าเงิน ชี้ 3 อำเภอเขตระบาดห้ามขนย้าย &#8211; บริโภค หนองคาย วิกฤติ ปศุสัตว์ ต้องประกาศพื้นที่ 3 อำเภอเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวหลังผลตรวจยืนยันหมูติดเชื้อ PRRS หรือโรคหูหมูน้ำเงิน เป็นโรคการสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกกรณี และห้ามนำหมูตายจากโรคไปชำแหละรับประทาน ขณะที่ยอดหมูป่วยตายเริ่มลดลง แนะเกษตรกรให้ยาต่อเนื่องพร้อมหมั่นทำความสะอาดคอกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดเชื้อ ขณะที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุ เกษตรกรหมดสิทธิได้รับเงินชดเชยสัตว์ ตายจากภาครัฐ เพราะไม่รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ภายใน 24 ชั่วโมง กรณีหมูใน ฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกร เจ็บป่วยและล้มตายไม่ทราบสาเหตุในพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.ท่าบ่อ อ.ศรี–เชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพบหมูป่วยกว่า 700 ตัว [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน ต้นทุนต่ำกำไรงาม'>เลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน ต้นทุนต่ำกำไรงาม</a> <small>หากคุณอยากมีรายได้เสริม เพิ่มเติมจากรายได้หลักและมีการลงทุนไม่สูงมาก หรืออยากทำอาชีพเสริมแต่ไม่มีต้นทุนมากพอ และพอมีพื้นที่อยู่บ้างเล็กน้อยในบริเวณบ้าน เราขอแนะนำอาชีพอิสระที่น่าสนใจ คือการเลี้ยงปลาดุกในบ่อวงปูน ซึ่งเป็นอาชีพที่ลงทุนด้วยเงินลงทุนไม่มากนัก แต่รายได้ดีเนื่องจากปลาดุกตลาดรับซื้อค่อนข้างกว้าง ขายได้แน่ๆ หรือคุณจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครอบครัวของคุณก็ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำบัญชีครัวเรือนได้ไม่ขัดสน โดยปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็ว ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อดิน อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคค่อนข้างสูง ปลาดุกอุย หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” เป็นปลาที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกรัสเซียกับปลาดุกอุย โดยใช้ปลาดุกรัสเซียเพศเมีย และปลาดุกอุยเพศผู้ลูกปลาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุยมาก คืออัตราการเจริญเติบโตสูง และมีความทนทานต่อโรคสูง เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี ราคาถูก และเป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก ต้องแล้วแต่ขนาดของตัวปลา โดยปกติแล้วจะมีรายละเอียดการให้อาหารดังนี้ ถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) ควรเป็นอาหารเม็ด ผสมข้าวสุก คลุกกับน้ำแล้วปั้นให้เป็นก้อนๆ ถ้าปลาโตแล้วจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้อาหารเม็ด, รำละเอียด, เศษผัก หรือเศษอาหาร ใช้อัตราส่วน 2 : 4 : 4 หรือใครจะใช้เป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยกระดับสหกรณ์สร้างความเข้มแข็งชุมชน'>ยกระดับสหกรณ์สร้างความเข้มแข็งชุมชน</a> <small>นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับการสหกรณ์และองค์กรเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร พบว่า สหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น โดยสหกรณ์ในประเทศไทยนั้นแม้ว่าในภาพรวมจะมีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อยู่ในฐานะที่พึงพาตนเองได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเสริมสร้าง และพัฒนา เพื่อผลักดันให้สหกรณ์เป็นวาระแห่งชาติ โดยจัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่อง &#8220;ทำอย่างไรให้ระบบสหกรณ์มั่นคงประชาชนมั่นใจ ชุมชนไทยเข้มแข็ง&#8221; ขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการผลักดันให้สหกรณ์ เป็นวาระแห่งชาติ นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดแนวทางพัฒนาสหกรณ์ในช่วง5 ปี คือ พ.ศ.2553-2557 ไว้ 3 ส่วน คือ การสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกสหกรณ์ การพัฒนาระบบบริหารสหกรณ์ให้ทันสมัย และการพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งและยืนได้ด้วยตนเองบนพื้นฐานของงานวิจัยและ พัฒนาข้อมูลสารสนเทศ ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ ในปัจจุบันเห็นว่าควรมีการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้สอดคล้องกับทิศทาง ของแผนพัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2550-2554) โดยเน้นใน 4 ด้าน คือ 1.ด้านการสร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและขยายผลสู่ประชาชนทั่วไป2.สร้างผู้นำในการเปลี่ยนแปลงใน สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 3.พัฒนาเครือข่ายและการสร้างพันธมิตรทางการเงิน การผลิต การตลาดและเทคโนโลยี และ4.พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ'>เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ</a> <small>ก่อนหน้านั้นได้บอกเรื่องของการดูแลสุขภาพการกิน เกี่ยวกับอาหารเช้าไปบ้าง บางส่วนแล้ว วันนี้เลยมาเล่าต่อถึงการกินอาหารเช้า ที่สำคัญที่สุด ว่าร่างกายคนเราต้องการอาหารช่วงเช้าอย่างไรกันเลย น้ำผึ้งก็เป็นยาอายุวัฒนะ สารอาหารสำคัญๆที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในน้ำผึ้งก็คือ โปรตีน วิตามินบี1 บี2 บี5 และบี12 ไบโอติน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส ซิลิคอน แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส กำมะถัน โบรมีน และคลอรีน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สดชื่น เพิ่มพลัง แก้เบื่ออาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงข้อต่างๆ ช่วยให้นอนหลับสบาย น้ำผึ้งจัดเป็นอาหารเสริมที่ดีที่คุณควรสนใจ หมั่นรับประทานเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ก็จะช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีอย่างที่คุณพิสูจน์ได้ ตาสว่าง สมองโลดแล่น ด้วยสะระแหน่ ในอาหารจานยำหรือจานผัดที่มีสะระแหน่โรยมาด้วยนั้นคุณควรจะรับประทานมากๆ เพราะ สะระแหน่ใบเล็กๆ กลิ่นแรงๆ นี่แหละมีคุณค่าสารอาหารไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สะระแหน่มีเมนทอลและน้ำมันหอมระเหย จึงช่วยกระตุ้นปลายประสาทผิวหนัง ช่วยขับเหงื่อ ลดคลาย อาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้อาการเป็นหวัดคัดจมูก แก้ร้อนใน บำรุงสมองให้ปลอดโปร่งและช่วยให้ตาสว่าง คึกคักสดชื่น ไม่ง่วงซึม [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากข้อมูลสำคัญของโรคหูม่วงที่พบในหมูนั้น รายละเอียดคือเป็นโรคที่เกิดในลูกสุกร ลักษณะอาการเบื้องต้นคล้ายกับอหิวาต์สุกร ซึ่งบางครั้งเรียกว่า โรคหูม่วง เกิดจากเชื้อไวรัส โดยที่ความรุนแรงของโรคจะเกิดจากการจัดการฟาร์มและการสุขาภิบาลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การตายของสุกรเกิดจากภาวะโรคแทรกซ้อน ถุงหุ้มปอดจะหนาตัว <strong>การควบคุมโรคที่ดี</strong> คือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ / การพ่นยาฆ่าเชื้อโรค / ไม่ซื้อสุกรที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ที่สำคัญไม่ใช่โรคที่ติดต่อสู่คน<span id="more-777"></span></p>
<p><strong>ไทยรัฐวันนี้ ลงข่าวเกี่ยวกับโรคหูหมูนํ้าเงิน ชี้ 3 อำเภอเขตระบาดห้ามขนย้าย &#8211; บริโภค</strong> </p>
<p>หนองคาย วิกฤติ  ปศุสัตว์ ต้องประกาศพื้นที่  3 อำเภอเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวหลังผลตรวจยืนยันหมูติดเชื้อ PRRS หรือโรคหูหมูน้ำเงิน เป็นโรคการสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกกรณี และห้ามนำหมูตายจากโรคไปชำแหละรับประทาน ขณะที่ยอดหมูป่วยตายเริ่มลดลง แนะเกษตรกรให้ยาต่อเนื่องพร้อมหมั่นทำความสะอาดคอกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดเชื้อ ขณะที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุ เกษตรกรหมดสิทธิได้รับเงินชดเชยสัตว์ ตายจากภาครัฐ เพราะไม่รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ภายใน 24 ชั่วโมง</p>
<p>กรณีหมูใน ฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกร เจ็บป่วยและล้มตายไม่ทราบสาเหตุในพื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.ท่าบ่อ อ.ศรี–เชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพบหมูป่วยกว่า 700 ตัว ล้มตาย 50 ตัวนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.ค. นายศักดิ์สิทธิ์ ทิพยธร ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากนำซากชิ้นส่วนหมูตายส่งตรวจพิสูจน์โรคที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการ สัตวแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จ.ขอนแก่น ผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันแล้วพบว่า หมูติดเชื้อ Porcine Repro-ductive and Respiratory Syndrome หรือ PRRS ซึ่งเป็นโรคระบาดในสุกรจากเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการในระบบสืบพันธุ์ แม่สุกรแท้ง และทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งติดต่อได้จากการสัมผัสสุกรป่วย</p>
<div id="attachment_778" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/07/2010131172334971-e1278055205948.jpg" alt="PRRS โรคหูม่วง โรคหูน้ำเงิน ในสุกร" title="PRRS โรคหูม่วง โรคหูน้ำเงิน ในสุกร" width="500" height="256" class="size-full wp-image-778" /><p class="wp-caption-text">PRRS โรคหูม่วง โรคหูน้ำเงิน ในสุกร</p></div>
<p>นาย ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากมีการติดเชื้อในฝูงสุกร จะติดต่อกันได้ทางการหายใจในระยะใกล้ หรือน้ำเชื้อที่ใช้ผสมเทียม  ซึ่งหมูที่ติดเชื้อจะมีอาการเซื่องซึม ตัวแดง มีไข้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะเป็นเลือด และถ่ายเหลวจนล้มตายในที่สุด หลังจากได้ผลยืนยันแล้ว ได้ประกาศให้พื้นที่ อ.โพธิ์ตาก อ.ท่าบ่อ และ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว ทั้งนี้ ตั้งแต่ทราบว่ามีหมูป่วยตายในพื้นที่   จังหวัดได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และอาสาสมัครปศุสัตว์ลงพื้นที่ นำยาปฏิชีวนะฉีดให้กับหมูที่ป่วย เพื่อช่วยในการลดไข้ เสริมยาบำรุงให้หมูกินอาหารได้ ประกอบกับเกษตรกรต้องหมั่นทำความสะอาดคอกสัตว์ ล้างน้ำสะอาด ยาฆ่าเชื้อโรค เกษตรกรที่สัมผัสหมูต้องใส่ถุงมือ สวมรองเท้าบูท ล้างมือทุกครั้งหลังจากจับหมู และต้องแยกหมูป่วยออกจากหมูปกติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากหมูด้วยกัน</p>
<p>ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า หลังจากดำเนินการมาตรการดังกล่าวพบว่า ปริมาณหมูตายลดลง หมูป่วยมีอาการทรงตัวจนถึงดีขึ้น ที่สำคัญต้องหมั่นทำความสะอาดคอกสัตว์เพื่อไม่ให้มีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปใน ร่างกายหมูทำให้หมูอาการทรุดหนัก การที่โรคระบาดเร็วเนื่องจากสุขาภิบาลโรงเรือนไม่ดี ไม่สะอาด  ห้ามมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ในทุกกรณี หมูที่ตายต้องฝังกลบเท่านั้น ห้ามไม่ให้นำไปชำแหละรับประทาน เพราะอาจมีเชื้อกระจายได้ ทำให้ควบคุมโรคได้ลำบากขึ้น ซึ่งเกษตรกรให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามด้วยดี</p>
<p>ด้าน นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงการระบาดของโรค PRRS ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากปศุสัตว์ในพื้นที่ และได้สั่งการให้สืบหาสาเหตุที่มาของโรค พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงใน จ.หนองคาย ได้สั่งแม่สุกรมาจากทาง จ.ขอนแก่น และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด  ได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่กักสุกร และห้ามเคลื่อนย้าย พร้อมทั้งแนะนำระบบการเลี้ยง โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดภายในคอกหรือฟาร์ม ควรทำวัคซีน PRRS ในแม่สุกร หากมีการเคลื่อนย้ายควรมีการทำประวัติ</p>
<p>ต่อข้อถามถึงเงินค่าชดเชยที่เกษตรกรจะได้รับหรือไม่นั้น อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า กรณีนี้ภาครัฐไม่สามารถช่วยเหลือได้ จะให้ก็ต่อเมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งสุกร สัตว์ปีก โค กระบือ พบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ เซื่องซึม เบื่ออาหาร และแสดงอาการบ่งชี้ว่าอาจเป็นโรคชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว ผู้เลี้ยงรีบแจ้งให้ปศุสัตว์ ในพื้นที่ทราบเพื่อมาทำการสุ่มและเก็บเชื้อไปตรวจหาที่มาของโรคภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น เกษตรกรจึงจะได้รับค่าชดเชยหากสัตว์เลี้ยงตายลง นอกจากนี้ทางกรมยังได้รับรายงานว่า มีสุกรที่เลี้ยงโดยเกษตรกรรายย่อยเกิดล้มป่วยและตายไปแล้วหลายราย สาเหตุของโรคพบว่าเกิดจากเชื้ออหิวาต์ ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในเขตรับ ผิดชอบเข้าไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อแล้ว ส่วนกรณีที่วัวของผู้เลี้ยงใน จ.สตูลล้มป่วยตายนั้น พบว่าสาเหตุเกิดจากการวางยาใส่ในกล้วย เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของผู้ไม่หวังดี</p>
<p>สำหรับโรค PRRS เป็นโรคเกิดจากการสืบพันธุ์ และระบบทางเดินหายใจสุกร หรือที่เรียกว่าโรคหูหมูน้ำเงิน เกิดจากไวรัส  PRRS  ซึ่งเชื้อดังกล่าวจะผ่านจากท้องแม่สุกรที่ยังไม่คลอดลูก และลูกสุกรแรกเกิดที่จะติดเชื้อไวรัสจะใช้เวลาราว  100  วัน  จากนั้นจะเริ่มมีปัญหาทางเดินระบบหายใจและตายในที่สุด ก่อนหน้านี้เคยเกิดในประเทศจีน แต่มีการใช้วัคซีนควบคุมโรค ส่วนในไทยมีรายงานว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เคยเกิดการระบาดมาแล้วใน จ.นครปฐม และราชบุรี</p>
<p>ด้าน น.สพ.พลายยงค์ สักการะเศรณี นายสัตวแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 10 กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรค PRRS ที่ระบาดในสุกรขณะนี้ เป็นโรคที่ระบาดเฉพาะในสัตว์เท่านั้น ไม่ติดต่อสู่คน แต่ที่ต้องระวังคือหากหมูป่วยตายด้วยโรคดังกล่าว ไม่ควรนำมาชำแหละรับประทาน เพราะการชำแหละอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปติดสัตว์อื่นๆ หรือสัตว์ในคอกเลี้ยงเดียวกัน ส่วนการบริโภคเนื้อหมูนั้น ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ยังรับประทานได้ตามปกติ ยกเว้นเนื้อหมูที่ป่วยตายจากโรคนี้ หรือโรคอื่นๆห้ามนำมาปรุงอาหาร</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/update-%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: update ข่าวการเกษตรวันนี้'>update ข่าวการเกษตรวันนี้</a> <small>นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานหรือปุ๋ยปลอมทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ย อินทรีย์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร โดยผู้ประกอบการใช้วิธีผลิตปุ๋ยปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งระบายสินค้าไปสู่เกษตรกรโดยตรง ไม่เก็บค้างไว้ในโกดัง ขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นขายปุ๋ยเพื่อดึงดูดใจเกษตรกรด้วย อาทิ มีของแถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การลดราคาพิเศษ หรือให้สินเชื่อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยไปตามหมู่บ้านต่างๆ และมีนายหน้าในพื้นที่คอยชักชวนเกษตรกรและเปิดโต๊ะจองปุ๋ยราคาถูกด้วย ซึ่งขบวนการดังกล่าวติดตามจับกุมได้ยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกข้าว ซึ่งคาดการณ์ว่า เกษตรกรจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายในตลาด ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยปลอมและปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดไปสู่พื้นที่เพาะปลูก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรในการปลูกพืชผักสวนครัว สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2553/2554 นายบำรุง สังข์สว่าง เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายเร่งด่วนและจำ เป็น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืช เศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปีการผลิต2553 / 2554 เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้เป็นหลักฐานเข้าร่วมโครงการตามมาตรการประกันราย ได้เกษตรกรของรัฐบาล ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนผู้ปลุกพืชข้าวนาปี [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน ต้นทุนต่ำกำไรงาม'>เลี้ยงปลาดุกในบ่อปูน ต้นทุนต่ำกำไรงาม</a> <small>หากคุณอยากมีรายได้เสริม เพิ่มเติมจากรายได้หลักและมีการลงทุนไม่สูงมาก หรืออยากทำอาชีพเสริมแต่ไม่มีต้นทุนมากพอ และพอมีพื้นที่อยู่บ้างเล็กน้อยในบริเวณบ้าน เราขอแนะนำอาชีพอิสระที่น่าสนใจ คือการเลี้ยงปลาดุกในบ่อวงปูน ซึ่งเป็นอาชีพที่ลงทุนด้วยเงินลงทุนไม่มากนัก แต่รายได้ดีเนื่องจากปลาดุกตลาดรับซื้อค่อนข้างกว้าง ขายได้แน่ๆ หรือคุณจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครอบครัวของคุณก็ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำบัญชีครัวเรือนได้ไม่ขัดสน โดยปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็ว ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อดิน อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคค่อนข้างสูง ปลาดุกอุย หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” เป็นปลาที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกรัสเซียกับปลาดุกอุย โดยใช้ปลาดุกรัสเซียเพศเมีย และปลาดุกอุยเพศผู้ลูกปลาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุยมาก คืออัตราการเจริญเติบโตสูง และมีความทนทานต่อโรคสูง เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี ราคาถูก และเป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก ต้องแล้วแต่ขนาดของตัวปลา โดยปกติแล้วจะมีรายละเอียดการให้อาหารดังนี้ ถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) ควรเป็นอาหารเม็ด ผสมข้าวสุก คลุกกับน้ำแล้วปั้นให้เป็นก้อนๆ ถ้าปลาโตแล้วจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้อาหารเม็ด, รำละเอียด, เศษผัก หรือเศษอาหาร ใช้อัตราส่วน 2 : 4 : 4 หรือใครจะใช้เป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยกระดับสหกรณ์สร้างความเข้มแข็งชุมชน'>ยกระดับสหกรณ์สร้างความเข้มแข็งชุมชน</a> <small>นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับการสหกรณ์และองค์กรเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร พบว่า สหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น โดยสหกรณ์ในประเทศไทยนั้นแม้ว่าในภาพรวมจะมีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อยู่ในฐานะที่พึงพาตนเองได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเสริมสร้าง และพัฒนา เพื่อผลักดันให้สหกรณ์เป็นวาระแห่งชาติ โดยจัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่อง &#8220;ทำอย่างไรให้ระบบสหกรณ์มั่นคงประชาชนมั่นใจ ชุมชนไทยเข้มแข็ง&#8221; ขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการผลักดันให้สหกรณ์ เป็นวาระแห่งชาติ นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดแนวทางพัฒนาสหกรณ์ในช่วง5 ปี คือ พ.ศ.2553-2557 ไว้ 3 ส่วน คือ การสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกสหกรณ์ การพัฒนาระบบบริหารสหกรณ์ให้ทันสมัย และการพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งและยืนได้ด้วยตนเองบนพื้นฐานของงานวิจัยและ พัฒนาข้อมูลสารสนเทศ ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ ในปัจจุบันเห็นว่าควรมีการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้สอดคล้องกับทิศทาง ของแผนพัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2550-2554) โดยเน้นใน 4 ด้าน คือ 1.ด้านการสร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและขยายผลสู่ประชาชนทั่วไป2.สร้างผู้นำในการเปลี่ยนแปลงใน สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 3.พัฒนาเครือข่ายและการสร้างพันธมิตรทางการเงิน การผลิต การตลาดและเทคโนโลยี และ4.พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ'>เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ</a> <small>ก่อนหน้านั้นได้บอกเรื่องของการดูแลสุขภาพการกิน เกี่ยวกับอาหารเช้าไปบ้าง บางส่วนแล้ว วันนี้เลยมาเล่าต่อถึงการกินอาหารเช้า ที่สำคัญที่สุด ว่าร่างกายคนเราต้องการอาหารช่วงเช้าอย่างไรกันเลย น้ำผึ้งก็เป็นยาอายุวัฒนะ สารอาหารสำคัญๆที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในน้ำผึ้งก็คือ โปรตีน วิตามินบี1 บี2 บี5 และบี12 ไบโอติน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส ซิลิคอน แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส กำมะถัน โบรมีน และคลอรีน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สดชื่น เพิ่มพลัง แก้เบื่ออาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงข้อต่างๆ ช่วยให้นอนหลับสบาย น้ำผึ้งจัดเป็นอาหารเสริมที่ดีที่คุณควรสนใจ หมั่นรับประทานเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ก็จะช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีอย่างที่คุณพิสูจน์ได้ ตาสว่าง สมองโลดแล่น ด้วยสะระแหน่ ในอาหารจานยำหรือจานผัดที่มีสะระแหน่โรยมาด้วยนั้นคุณควรจะรับประทานมากๆ เพราะ สะระแหน่ใบเล็กๆ กลิ่นแรงๆ นี่แหละมีคุณค่าสารอาหารไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สะระแหน่มีเมนทอลและน้ำมันหอมระเหย จึงช่วยกระตุ้นปลายประสาทผิวหนัง ช่วยขับเหงื่อ ลดคลาย อาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แก้อาการเป็นหวัดคัดจมูก แก้ร้อนใน บำรุงสมองให้ปลอดโปร่งและช่วยให้ตาสว่าง คึกคักสดชื่น ไม่ง่วงซึม [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84-prrs-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผักปลอดภัยภายใต้ระบบ GAP</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-gap/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-gap/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2010 06:21:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช]]></category>
		<category><![CDATA[GAP ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Good Agricultural Practice]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบพึ่งพาอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุม สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการป้องกันศัตรูพืชตามระบบมาตรฐาน GAP]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรป้องกันมะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=772</guid>
		<description><![CDATA[GAP (Good Agricultural Practice) หมายถึง ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม โดยพิจารณาตั้งแต่พื้นที่การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีลักษณะตรงตามความต้องการ และมีความปลอดภัยต่อการบริโภค ในประเทศไทยได้มีการเริ่มจัดทำระบบ GAP ของแต่ละพืช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยเน้นด้านการปฏิบัติตามคู่มือการผลิต ดังตัวอย่างที่ปรากฏในลักษณะของเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่รู้จักกันในชื่อ GAP ของพืชหลายชนิด โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการแก้ไขให้เป็นเอกสารการจัดทำระบบการผลิตตามข้อกำหนด GAP ของประเทศต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า ผักผลไม้สดที่วางขายตามท้องตลาด ส่วนใหญ่ต้องดูสวย ไม่มีร่องรอยของการถูทำลายโดยโรคและแมลงศัตรูพืช แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความปลอดภัยทางอาหารอย่างแท้จริง ในทางกลับกันอาจมีสารปนเปื้อนจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารของคน ดังนั้นขั้นตอนและวิธีการจัดการให้ผลผลิตปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งใน ระบบความปลอดภัยของอาหาร ตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงโต๊ะอาหาร (From Farm to Table) เทคโนโลยีที่ช่วยลดการปนเปื้อนดังกล่าวได้ถูกคิดค้น คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เช่น การใช้สารชีวภัณฑ์จากธรรมชาติทดแทนสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช การลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในผลผลิตระหว่างกระบวนผลิตไปจนถึงหลังการเก็บ เกี่ยวด้วยสารสกัดจากสมุนไพร ข้อกำหนดของ ประเทศผู้ซื้อที่จัดได้ว่าเข้มแข็งที่สุดและนิยมใช้ในการอ้างอิงมากที่สุด คือ ข้อกำหนดของสมาพันธ์การค้าปลีกในตลาดยุโรปที่เรียกว่า [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักสวนครัว'>การปลูกผักสวนครัว</a> <small>ตัวอย่างโครงการเกษตรพอเพียงการปลูกผักสวนครัว ผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ เป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุวิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมีราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย ชี้ให้เห็นว่าประชากรของประเทศไทยโดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และพวกเด็กๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุวิตามินกันมาก ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบ ทำให้มีค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพืชผักเพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน ทำให้ได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกาย และช่วยลดภาวะค่าครองชีพ การปลูกพืชสวนครัวนั้นไม่ยากเลย ถ้ามองไปรอบด้านภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นบ้านในเมืองใหญ่ เมืองหลวง หรือบ้านในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ล้วนละลานตาไปด้วย &#8220;บ้านไทย&#8221; ซึ่งไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศ ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งฝรั่งที่ตั้งใจ มาเมืองไทยเพราะต้องการ ดู &#8220;บรรยากาศไทยๆ&#8221; ดังที่เคยเห็นในหนังสือ ตอนนี้เขบอกว่าบรรยากาศอย่างนี้ ต้องไปดู ที่ลาว ที่เขมรแทน เพราะเมืองไทยไม่ต่างจากเมืองเขาเท่าไหร่นัก บางแห่งดูจะยิ่งกว่า ด้วยซ้ำ ฝรั่ง คนนั้นจึงต้องกลับไปเที่ยว-นอนที่เขมร ลาวแทน เขาบอกว่าบ้านไทย ย้ายไปอยู่ ที่นั่น ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความคิดว่า น่าจะบอกเล่าเรื่องนี้ให้เกษตรกรไทยฟัง ให้เขารื้อฟื้น ความเป็นไทยกลับขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นทางออก พ้นจากความเป็นหนี้ นั่นคือเรื่อง &#8220;รั้วกินได้-สวนครัวทำเอง&#8221; ที่เราเคยพบเคยเห็นความเป็นมาแล้วในอดีตสมัย เด็กๆ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-1-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-100-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: อ้อย 1 ไร่ได้ผลผลิต 100 ตัน'>อ้อย 1 ไร่ได้ผลผลิต 100 ตัน</a> <small>ที่ผ่านมาการทำไร่ อ้อยของเกษตรกรจะได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 10-12 ตันต่อ 1 ฤดูกาล ล่าสุดกลุ่มวังขนายผู้ผลิตน้ำตาล “วังขนาย” ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการปลูกอ้อยที่ได้ผลผลิตสูงถึง 10 เท่า ชนิดที่ไม่มีประเทศไหนทำได้มาก่อน ที่สำคัญคุณสมบัติพิเศษสามารถปลูกได้ในพื้นที่ทุกจังหวัด จากความสำเร็จดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม จึงร่วมกับกลุ่มดำเนิน “โครงการปลูกอ้อย 100 ตันต่อไร่” และเร่งผลักดันให้เกษตรกรได้เพาะปลูก เนื่องจากทำรายได้ที่คุ้มค่า ธิป โรจนกิจ ผอ.อาวุโสกลุ่มวังขนาย บอกว่า การที่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้ผลผลิตน้อยประมาณอยู่ที่ไร่ละ 10-12 ตันนั้น เพราะใช้ประสบการณ์การปลูกอ้อยแบบดั้งเดิม ส่งผลให้มีต้นทุนในการปลูกสูง ดังนั้น กลุ่มจึงค้นคว้าและศึกษาการปลูกอ้อยด้วยวิธีใหม่ มีเป้าหมายให้ได้ผลผลิตไร่ละ 100 ตัน โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินงานภายใต้ “โครงการปลูกอ้อย 100 ตันต่อไร่” ขึ้นมา เนื่องจากเห็นว่า เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูกอ้อยไม่มากนัก และสามารถดูแลได้ทั่วถึง &#8220;นวัตกรรมใหม่ของเราแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เป็นนวัตกรรมที่วังขนายคิดค้นขึ้นจากจิตสำนึกที่เคารพความเป็นธรรมชาติอย่าง รอบคอบและรอบด้าน ทุกกระบวนการทางความคิด ทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กรรมวิธีเพาะปลูก และดูแลทุกขั้นตอน ถูกคิดค้นและควบคุมให้อยู่ในวงจรบริสุทธิ์ของธรรมชาติ นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการปลูกอ้อยธรรมชาติ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แกงมะรุม ประโยชน์มากมี'>แกงมะรุม ประโยชน์มากมี</a> <small>มะรุมไม้กลางบ้านของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานนอกจากจะรับ ประทานอร่อยแล้ว ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง 300 ชนิด องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้น คว้าและวิจัยอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหารและอาการตาบอดซึ่ง เกิดขึ้นในเด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเดิบโตในประเทศด้อยพัฒนาเช่นกลุ่มประเทศ ในอาฟริกาตอนใต้และประเทศอินเดีย กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทย กลุ่มนักศึกษาแพทย์จำนวน 25 ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วย ด้วยโรคงูสวัดแม้แต่กลุ่มประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ , เยอรมัน , รัสเซีย , ญี่ปุ่น , จีน , ก็หันมาให้ความสนใจและทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคเอดส์ และอีกมากมาย แกงมะรุม แกงส้มก็ได้ แกงกะทิ แต่ส่วนใหญ่นิยมแกงส้มมะรุม เนื่องจากง่ายต่อการทำ ขั้นตอนการทำมีดังนี้ นำฝักมะรุมมาพอประมาณ 3-5 ฝักพอได้มาก็มาลอกผิวออก หั่นเป็นชิ้นพอคำประมาณ 2 ข้อนิ้ว ตั้งน้ำแล้วต้มน้ำให้เดือด ใส่ซี่โครงหมูลงไป เอากะปิ หัวหอมมาตำพอแหลก ใส่ลงไปในหม้อน้ำที่กำลังเดือด กระเทียมใส่ลงไป 2 กลีบ (ถ้าชอบเผ็ดก็อย่าลืม ตำพริกใส่ลงไปด้วย) ตามด้วยมะรุม มะเขือเทศสีดา เห็ดหอยนางรม ใส่ลงไปในหม้อรอพอน้ำเดือด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักไร้ดิน'>การปลูกผักไร้ดิน</a> <small>การปลูกผักไร้ดิน แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง กระแสรักสุขภาพของคนไทยยังเป็นที่นิยมอยู่ คนไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมาก “ผักปลอดสารพิษ” จึงยังคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน หรือ “การปลูกผักไร้ดิน” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ซึ่งก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยวันนี้ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลการปลูก “ระบบน้ำ ถาดไหลหมุนเวียน” หรือ “Dynamic Root Floating Technique (DRFT)” เป็นระบบปั๊มอากาศเข้าไปช่วยให้เกิดออกซิเจน รากพืชจะลอยไปมาในน้ำที่มีสารอาหาร มานำเสนอ ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดปลอดสารพิษ ที่ใช้ระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษนั้น เคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่ด้วยความที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงติดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว การที่มาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษก็เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดี และช่วงนั้นคนนิยมรับประทานผักปลอดสารพิษกันมาก มีตลาดส่งที่แน่นอน จึงเลือกที่จะมาลงทำธุรกิจตัวนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลูกผักไร้ดินยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาเลย แต่พอเริ่มมีความคิดที่จะทำ ก็เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและพยายามไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ “จนมั่นใจว่ามีความรู้พอ จึงตัดสินใจลงมือทำ” ช่วงแรกที่ลงทุนทดลองปลูก ๔ แปลง เมื่อสินค้าออกวางตลาดก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ตลาดก็ยังอยู่ในวงที่ไม่กว้าง ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมาปรับปรุงในธุรกิจ และทำให้เริ่มมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ชนิดของผักที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น มีผักสลัดต่างประเทศ [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>GAP (Good Agricultural Practice) หมายถึง ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม โดยพิจารณาตั้งแต่พื้นที่การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีลักษณะตรงตามความต้องการ และมีความปลอดภัยต่อการบริโภค ในประเทศไทยได้มีการเริ่มจัดทำระบบ GAP ของแต่ละพืช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยเน้นด้านการปฏิบัติตามคู่มือการผลิต ดังตัวอย่างที่ปรากฏในลักษณะของเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่รู้จักกันในชื่อ GAP ของพืชหลายชนิด โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการแก้ไขให้เป็นเอกสารการจัดทำระบบการผลิตตามข้อกำหนด GAP ของประเทศต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า<span id="more-772"></span></p>
<p>ผักผลไม้สดที่วางขายตามท้องตลาด ส่วนใหญ่ต้องดูสวย ไม่มีร่องรอยของการถูทำลายโดยโรคและแมลงศัตรูพืช แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความปลอดภัยทางอาหารอย่างแท้จริง ในทางกลับกันอาจมีสารปนเปื้อนจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารของคน ดังนั้นขั้นตอนและวิธีการจัดการให้ผลผลิตปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งใน ระบบความปลอดภัยของอาหาร ตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงโต๊ะอาหาร (From Farm to Table) เทคโนโลยีที่ช่วยลดการปนเปื้อนดังกล่าวได้ถูกคิดค้น คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เช่น การใช้สารชีวภัณฑ์จากธรรมชาติทดแทนสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช การลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในผลผลิตระหว่างกระบวนผลิตไปจนถึงหลังการเก็บ เกี่ยวด้วยสารสกัดจากสมุนไพร</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/GAP0781-300x195.jpg" alt="Good Agricultural Practice" title="Good Agricultural Practice" width="300" height="195" class="aligncenter size-medium wp-image-773" /></p>
<p>ข้อกำหนดของ ประเทศผู้ซื้อที่จัดได้ว่าเข้มแข็งที่สุดและนิยมใช้ในการอ้างอิงมากที่สุด คือ ข้อกำหนดของสมาพันธ์การค้าปลีกในตลาดยุโรปที่เรียกว่า &#8220;EUREP-GAP (Euro Retailer Produce Working Group &#8211; GAP)&#8221; การพิจารณาข้อกำหนดต่างๆ พิจารณาจากพื้นฐานด้านสังคม และข้อมูลทางการศึกษาวิจัยของประเทศนั้นๆ ทั้งด้านสุขอนามัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นบริษัทในประเทศไทยต้องการส่งออกสินค้าทางการเกษตรไปจำหน่ายในประเทศ ใดๆ ในสหภาพยุโรป จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศผู้ซื้อเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานของยุโรป (EUREP-GAP)</p>
<p>GAP ในประเทศไทย การนำหลักเกณฑ์ของ GAP มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน</p>
<p>การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agriculture Practices : GAP) สำหรับประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจรับรองระบบการจัดการคุณภาพ : การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) โดยได้กำหนดข้อกำหนด กฎเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมิน ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่สอดคล้องกับ GAP ตามหลักการสากล เพื่อใช้เป็นมาตรฐานการผลิตพืชในระดับฟาร์มของประเทศ รวมทั้งได้จัดทำคู่มือการเพาะปลูกพืชตามหลัก GAP สำหรับพืชที่สำคัญของไทยจำนวน 24 ชนิด ประกอบด้วย</p>
<p>ผลไม้ ทุเรียน ลำไย กล้วยไม้ สับปะรด ส้มโอ มะม่วง และส้มเขียวหวาน พืช ผัก มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง ผักคะน้า หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี พริก ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา ผักกาดขาวปลี ข้าวโพดฝักอ่อน หัวหอมปลี และหัวหอมแบ่ง ไม้ดอก กล้วยไม้ตัดดอก และปทุมมา พืชอื่นๆ กาแฟโรบัสต้า มันสำปะหลัง และยางพารา </p>
<p><strong>ข้อกำหนดของ GAP</strong> </p>
<ul>
<li>การรักษาระบบบันทึก</li>
<li>การทวนสอบ</li>
<li>พันธุ์พืช</li>
<li>การจัดการพื้นที่ และประวัติแปลง</li>
<li>การจัดการดินและ วัสดุปลูก</li>
<li>การจัดการปุ๋ย-ธาตุ อาหาร</li>
<li>ระบบการให้น้ำ การดูแลรักษาพืช</li>
<li>การเก็บเกี่ยวผล ผลิต</li>
<li>การดูแลหลังการเก็บเกี่ยว</li>
<li>การจัดการสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การจัดการสุขลักษณะ</li>
<li>การร้องเรียน</li>
<li>การตรวจสอบภายใน</li>
</ul>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/gap-300x276.jpg" alt="Good Agricultural Practice" title="Good Agricultural Practice" width="300" height="276" class="aligncenter size-medium wp-image-775" /></p>
<p><strong>เกษตรดีที่เหมาะสม 8 ประการ</strong></p>
<p>1. การจัดการดินที่ดี มีการรักษา และปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยวิธีการเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงในดิน เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก การปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกพืชคลุมดินเพื่อลดการชะล้างหน้าดินเมื่อฝนตก มีการปรับความเป็นกรดด่างของดิน เลือกชนิดปุ๋ยเคมีตามปริมาณ ตามระยะที่พืชต้องการในตำแหน่งที่พืชจะใช้ประโยชน์ได้ง่าย และรวดเร็ว  ระวังการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในปริมาณสูงเกินไป จนเกิดปัญหาการปนเปื้อนในรูปของไนเตรตและฟอสเฟต มีการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสานกันระหว่างปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีตรงกับระยะเวลา และอัตราที่เหมาะสมของพืชแต่ละชนิด</p>
<p>2. การจัดการน้ำ เลือกใช้ระบบการให้น้ำมีประสิทธิภาพสูง คุ้มค่ากับการลงทุน ให้น้ำตามปริมาณและเวลาที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด และหลีกเลี่ยงน้ำที่ก่อให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนกับผลผลิต</p>
<p>3. การผลิตพืช คัดเลือกพันธุ์หรือสายพันธุ์พืชที่ต้านทานโรคและแมลงศัตรู รวมทั้งจัดระยะปลูกอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของศัตรูพืช จัดลำดับการปลูกพืชในแปลงปลูกให้มีความหลากหลายที่เกื้อกูลประโยชน์ต่อกัน เช่น ปลูกพืชตระกูลถั่ว เพื่อเพิ่มธาตุไนโตรเจนที่ได้จากไรโซเดียมในปมรากถั่ว มีการทำระบบเกษตรผสมผสานพืช สัตว์ และปลา ปฏิบัติตามกฎระเบียบของความปลอดภัยที่รัฐกำหนดไว้</p>
<p>4. การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ให้มีการตรวจสอบและพยากรณ์ช่วงการระบาดของโรคและแมลงอยู่อย่างสม่ำเสมอและ วิธีการ จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสานมาใช้ ให้มีประสิทธิภาพปลอดภัย และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เมื่อมีการระบาดในระดับไม่รุนแรง ก็อาจจะกำจัดโดยวิธีเผาทำลาย เมื่อพบการระบาดในระดับหนึ่งอาจจะมีการควบคุมด้วยชีววิธี เช่น ใช้ตัวห้ำ ตัวเบียฬ ไส้เดือนฝอย เป็นต้น แต่เมื่อมีการระบาดถึงระดับที่ทำความเสียหายรุนแรงก็อาจจะต้องมีการใช้สิ่ง ทดแทนสารเคมีที่ปลอดภัยกว่า เช่น สารสกัดจากสะเดา เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อไวรัส  NPV เป็นต้น  ถ้าจะใช้สารเคมีควรจะดูที่มีการขึ้นทะเบียนแล้ว มีฉลากระบุวิธีการใช้และข้อระวังอย่างชัดเจนปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด มีการเก็บรักษาสารเคมีก่อน และหลังนำมาใช้เก็บในสถานที่ห่างไกลจากเด็กและสัตว์เลี้ยง</p>
<p>5. การเก็บเกี่ยวและการแปรรูปในระดับไร่นา เก็บเกี่ยวผลผลิตในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ให้มีผลตกค้างของสารเคมีในระดับที่เป็นอันตราย มีการล้างทำความสะอาดผลผลิต มีการเก็บรักษาผลผลิตในแหล่งที่สะอาดถูกสุขลักษณะและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  บรรจุผลผลิตในภาชนะที่สะอาดก่อนการขนส่งไปยังแหล่งจำหน่าย</p>
<p>6. การจัดการพลังงานและของเสียจากไร่นา จัดหาและใช้พลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหรือถ่านที่ใช้เป็นแหล่งพลังงานอย่างเหมาะสมและเพียงพอ มีการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรตามกำหนดเวลา มีการเก็บปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรในที่มิดชิดปลอดภัยจากเด็กและสัตว์เลี้ยง</p>
<p>7. สวัสดิภาพ สุขภาพและความปลอดภัยของเกษตรกรหรือผู้ปฏิบัติ การผลิตสินค้าเกษตรต้องมีรายได้พอเพียงกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตมีความ ปลอดภัยและมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ รัฐต้องเป็นผู้ให้ความรู้ในการใช้เครื่องมือหรือเครื่องจักรอย่างถูกวิธี นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนเหมาะสมให้กับลูกจ้าง</p>
<p>8. ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์ พันธุ์พืชป่าและสภาพภูมิประเทศ ควรหลีกเลี่ยงการทำลายพันธุ์พืช    สัตว์และสิ่งแวดล้อม มีการกำจัดวัชพืชอย่างเหมาะสม มีการใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง มีการจัดการน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ให้มีสารพิษปนเปื้อน อันจะเกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ และแนวทางที่สำคัญของการผลิตเกษตรดีที่เหมาะสมที่เพิ่มขึ้นมาอีกประการหนึ่ง คือ จะต้องมีการ บันทึกข้อมูลการปฏิบัติการ ในขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ หากเกิดข้อผิดพลาดบกพร่อง จะสามารถจัดการแก้ไขหรือปรับปรุงได้ทันท่วงที</p>
<p>ที่มา : แนวทางการ ทำเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP ถึงเวลาที่เกษตรกรไทยต้องทำ โดย เจษฎา มณีรัตน์ วิถีเกษตร / chula.ac.th</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักสวนครัว'>การปลูกผักสวนครัว</a> <small>ตัวอย่างโครงการเกษตรพอเพียงการปลูกผักสวนครัว ผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ เป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุวิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมีราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย ชี้ให้เห็นว่าประชากรของประเทศไทยโดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และพวกเด็กๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุวิตามินกันมาก ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบ ทำให้มีค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพืชผักเพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน ทำให้ได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกาย และช่วยลดภาวะค่าครองชีพ การปลูกพืชสวนครัวนั้นไม่ยากเลย ถ้ามองไปรอบด้านภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นบ้านในเมืองใหญ่ เมืองหลวง หรือบ้านในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ล้วนละลานตาไปด้วย &#8220;บ้านไทย&#8221; ซึ่งไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศ ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งฝรั่งที่ตั้งใจ มาเมืองไทยเพราะต้องการ ดู &#8220;บรรยากาศไทยๆ&#8221; ดังที่เคยเห็นในหนังสือ ตอนนี้เขบอกว่าบรรยากาศอย่างนี้ ต้องไปดู ที่ลาว ที่เขมรแทน เพราะเมืองไทยไม่ต่างจากเมืองเขาเท่าไหร่นัก บางแห่งดูจะยิ่งกว่า ด้วยซ้ำ ฝรั่ง คนนั้นจึงต้องกลับไปเที่ยว-นอนที่เขมร ลาวแทน เขาบอกว่าบ้านไทย ย้ายไปอยู่ ที่นั่น ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความคิดว่า น่าจะบอกเล่าเรื่องนี้ให้เกษตรกรไทยฟัง ให้เขารื้อฟื้น ความเป็นไทยกลับขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นทางออก พ้นจากความเป็นหนี้ นั่นคือเรื่อง &#8220;รั้วกินได้-สวนครัวทำเอง&#8221; ที่เราเคยพบเคยเห็นความเป็นมาแล้วในอดีตสมัย เด็กๆ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย'>รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย</a> <small>เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน รายชื่อพืชที่ต้องการน้ำน้อย มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/05/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-1-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-100-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: อ้อย 1 ไร่ได้ผลผลิต 100 ตัน'>อ้อย 1 ไร่ได้ผลผลิต 100 ตัน</a> <small>ที่ผ่านมาการทำไร่ อ้อยของเกษตรกรจะได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 10-12 ตันต่อ 1 ฤดูกาล ล่าสุดกลุ่มวังขนายผู้ผลิตน้ำตาล “วังขนาย” ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการปลูกอ้อยที่ได้ผลผลิตสูงถึง 10 เท่า ชนิดที่ไม่มีประเทศไหนทำได้มาก่อน ที่สำคัญคุณสมบัติพิเศษสามารถปลูกได้ในพื้นที่ทุกจังหวัด จากความสำเร็จดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม จึงร่วมกับกลุ่มดำเนิน “โครงการปลูกอ้อย 100 ตันต่อไร่” และเร่งผลักดันให้เกษตรกรได้เพาะปลูก เนื่องจากทำรายได้ที่คุ้มค่า ธิป โรจนกิจ ผอ.อาวุโสกลุ่มวังขนาย บอกว่า การที่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้ผลผลิตน้อยประมาณอยู่ที่ไร่ละ 10-12 ตันนั้น เพราะใช้ประสบการณ์การปลูกอ้อยแบบดั้งเดิม ส่งผลให้มีต้นทุนในการปลูกสูง ดังนั้น กลุ่มจึงค้นคว้าและศึกษาการปลูกอ้อยด้วยวิธีใหม่ มีเป้าหมายให้ได้ผลผลิตไร่ละ 100 ตัน โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินงานภายใต้ “โครงการปลูกอ้อย 100 ตันต่อไร่” ขึ้นมา เนื่องจากเห็นว่า เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูกอ้อยไม่มากนัก และสามารถดูแลได้ทั่วถึง &#8220;นวัตกรรมใหม่ของเราแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เป็นนวัตกรรมที่วังขนายคิดค้นขึ้นจากจิตสำนึกที่เคารพความเป็นธรรมชาติอย่าง รอบคอบและรอบด้าน ทุกกระบวนการทางความคิด ทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กรรมวิธีเพาะปลูก และดูแลทุกขั้นตอน ถูกคิดค้นและควบคุมให้อยู่ในวงจรบริสุทธิ์ของธรรมชาติ นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการปลูกอ้อยธรรมชาติ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แกงมะรุม ประโยชน์มากมี'>แกงมะรุม ประโยชน์มากมี</a> <small>มะรุมไม้กลางบ้านของไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานนอกจากจะรับ ประทานอร่อยแล้ว ชาวอินเดียยังได้ทำการทดลองและเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆได้ถึง 300 ชนิด องค์การสหประชาชาติได้ให้การสนับสนุนในการค้น คว้าและวิจัยอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในการรักษาโรคขาดอาหารและอาการตาบอดซึ่ง เกิดขึ้นในเด็กแรกเกิดจนถึงวัยเจริญเดิบโตในประเทศด้อยพัฒนาเช่นกลุ่มประเทศ ในอาฟริกาตอนใต้และประเทศอินเดีย กลุ่มองค์การกุศลมากมายได้หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทย กลุ่มนักศึกษาแพทย์จำนวน 25 ท่านจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ทำการทดลองวิจัยในการที่จะนำมารักษาผู้ป่วย ด้วยโรคงูสวัดแม้แต่กลุ่มประเทศอื่นๆเช่นอังกฤษ , เยอรมัน , รัสเซีย , ญี่ปุ่น , จีน , ก็หันมาให้ความสนใจและทำการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคเอดส์ และอีกมากมาย แกงมะรุม แกงส้มก็ได้ แกงกะทิ แต่ส่วนใหญ่นิยมแกงส้มมะรุม เนื่องจากง่ายต่อการทำ ขั้นตอนการทำมีดังนี้ นำฝักมะรุมมาพอประมาณ 3-5 ฝักพอได้มาก็มาลอกผิวออก หั่นเป็นชิ้นพอคำประมาณ 2 ข้อนิ้ว ตั้งน้ำแล้วต้มน้ำให้เดือด ใส่ซี่โครงหมูลงไป เอากะปิ หัวหอมมาตำพอแหลก ใส่ลงไปในหม้อน้ำที่กำลังเดือด กระเทียมใส่ลงไป 2 กลีบ (ถ้าชอบเผ็ดก็อย่าลืม ตำพริกใส่ลงไปด้วย) ตามด้วยมะรุม มะเขือเทศสีดา เห็ดหอยนางรม ใส่ลงไปในหม้อรอพอน้ำเดือด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักไร้ดิน'>การปลูกผักไร้ดิน</a> <small>การปลูกผักไร้ดิน แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง กระแสรักสุขภาพของคนไทยยังเป็นที่นิยมอยู่ คนไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมาก “ผักปลอดสารพิษ” จึงยังคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน หรือ “การปลูกผักไร้ดิน” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ซึ่งก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยวันนี้ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลการปลูก “ระบบน้ำ ถาดไหลหมุนเวียน” หรือ “Dynamic Root Floating Technique (DRFT)” เป็นระบบปั๊มอากาศเข้าไปช่วยให้เกิดออกซิเจน รากพืชจะลอยไปมาในน้ำที่มีสารอาหาร มานำเสนอ ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดปลอดสารพิษ ที่ใช้ระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษนั้น เคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่ด้วยความที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงติดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว การที่มาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษก็เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดี และช่วงนั้นคนนิยมรับประทานผักปลอดสารพิษกันมาก มีตลาดส่งที่แน่นอน จึงเลือกที่จะมาลงทำธุรกิจตัวนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลูกผักไร้ดินยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาเลย แต่พอเริ่มมีความคิดที่จะทำ ก็เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและพยายามไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ “จนมั่นใจว่ามีความรู้พอ จึงตัดสินใจลงมือทำ” ช่วงแรกที่ลงทุนทดลองปลูก ๔ แปลง เมื่อสินค้าออกวางตลาดก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ตลาดก็ยังอยู่ในวงที่ไม่กว้าง ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมาปรับปรุงในธุรกิจ และทำให้เริ่มมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ชนิดของผักที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น มีผักสลัดต่างประเทศ [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-gap/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกษตรกร GAP ดีเด่นปี 53</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3-gap-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-53/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3-gap-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-53/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2010 04:27:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิถีพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกกะหล่ำปลี]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักบุ้งหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนิดา ขุนนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการป้องกันศัตรูพืชตามระบบมาตรฐาน GAP]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=768</guid>
		<description><![CDATA[ธนิดา ขุนนา อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างและทำธุรกิจส่วนตัวหลายบริษัท จำต้องล้มเลิกกิจการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ได้ผันชีวิตเข้าสู่ภาคเกษตรโดยพลิกฟื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ ในพื้นที่ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้รักสุขภาพ ซึ่งกระบวนการผลิตพืชผักของ ธนิดาได้ดำเนินตามระบบการจัดคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ฟาร์มผักของเธอประสบความสำเร็จทั้งการผลิตและการตลาด ได้รับคัดเลือกเป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2553 นางธนิดา ขุนนา กล่าวว่า ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แปลงนาเดิมเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษเมื่อปี 2548 เบื้องต้นได้เร่งปรับปรุงบำรุงดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียวให้เหมาะสมต่อการปลูกผัก ทั้งยังได้เร่งพัฒนาระบบน้ำโดยขุดคลองส่งน้ำและขุดบ่อพักเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกเอง มีการเจาะน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องกรองน้ำพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสำหรับการล้างและแปรรูปผัก ขณะเดียวกันยังมีการปลูกไผ่ ปลูกกล้วย ไม้ผลและไม้ยืนต้นรอบฟาร์มเป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันลมและแมลงศัตรูพืชด้วย ปี 2550 มีแนวคิดพัฒนาระบบปลูกผักรูปแบบใหม่ โดยปลูกแบบยกแคร่ในโรงเรือนซึ่งประยุกต์จากแปลงปลูกพืชไฮโดรโปนิก ปรับเปลี่ยนจากการปลูกใน น้ำมาเป็นปลูกในดินบนแคร่ที่ยกพื้นสูง ประมาณ 80 เซนติเมตรแทน วิธีนี้มีข้อดี คือ สามารถช่วยระบายน้ำ ระบายความร้อน ทั้งยังสามารถลดปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืช และวัชพืชได้ค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชลงได้มาก และความสูงของแคร่ยังช่วยให้ดูแลผักได้สะดวกและง่ายขึ้น ปัจจุบันมีโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ขนาด 90 [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ศูนย์ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง'>ศูนย์ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง</a> <small>นายมนตรี พรมลักษณ์ เกษตรและสหกรณ์ จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า เพื่อสนองตอบนโยบายรัฐบาล และ รมว.มหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเฉพาะระดับชุมชน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 บนเนื้อที่ 5 ไร่ ที่บริเวณด้านทิศใต้ภายในศาลากลาง จ.อำนาจเจริญ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในระดับครัวเรือนและระดับชุมชนมีอาหาร บริโภค ลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้ต่อเนื่องจากการทำกิจกรรมเกษตรโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการจัดการทรัพยากร การบริหารจัดการฟาร์มของเกษตรกรให้เป็นต้นแบบตามศักยภาพของพื้นที่ สำหรับถ่ายทอดแก่เกษตรกรในชุมชน นายมนตรีกล่าวว่า ในปี 2553 มีเป้าหมายดำเนินการ 7 อำเภอ 25 หมู่บ้าน ด้วยการอบรมเกษตรกรหมู่บ้านละ 20 คน รวม 500 คน ในพื้นที่ อ.เมืองฯ มี ต.นายม 1 หมู่บ้าน ต.นาวัง 5 หมู่บ้าน ต.กุดปลาดุก 11 หมู่บ้าน ต.น้ำปลีก 9 หมู่บ้าน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักพืชสวนครัว'>การปลูกผักพืชสวนครัว</a> <small>บ้านเกษตรสมบูรณ์ที่มีการจัดการอย่างดีในรูปแบบผสมผสาน เป็นหมู่บ้านที่เน้นด้าน การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ (plant = การเพาะปลูก) ซึ่งตรงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงทรงริเริ่มไว้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน (enough = พอเพียง) ปัจจุบันมีหมู่บ้านดีเด่นด้านการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ พืชสมุนไพร นี้ได้แก่ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ภายใต้โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อันเป็นพระราชดำริของศษสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงอนุมัติให้ราษฎรผู้ยากไร้เข้าอยู่อาศัย จำนวน100 ครอบครัว จัดการที่ทำกินให้ครอบครัวละ 10 ไร่ holistic health เพื่อปลูกลองกอง มังคุด และทุเรียน มีการจัดการสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน สถาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งก็ยึดหลักพอเพียงด้วยการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เช่น หนองป่าไคร้ บ้านสันปูเลย ระหว่างทางชมทิวทัศน์ 2 ข้างทาง ซึ่งมีการจัดและตกแต่งป้ายบริเวณหน้าบ้าน ด้วยไม้ดอกไม้ประดับ หน้าบ้านหน้ามอง เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตร หรือสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิม สมุนไพร การปลูกผักพืชสวนครัว ยังเป็นลักษณะไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รอบรั้วเกษตรวันนี้'>รอบรั้วเกษตรวันนี้</a> <small>เสวนาเรื่อง รวมพลกำจัด เพลี้ย-หนูนา ณ จ.อ่างทอง &#8211; นายธวัช ทองโอภาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง กล่าวว่า จากกรณีพื้นที่นาข้าวเกือบหมื่นไร่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกัดกินสร้างความ เสียหายแก่เกษตรกร พร้อมๆ กับปัญหาภัยแล้งที่ชาวนาประสบอยู่ขณะนี้ ล่าสุดหนูนาบุกเข้ากัดกินต้นและรวงข้าวของเกษตรกรเสียหายซ้ำอีก เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในการกำจัดหนูนา อบต.จึงร่วมกับเกษตรกรทั้งในพื้นที่และใกล้เคียง กำหนดวางยาเบื่อหนูในนาข้าวพร้อมกันทุกแปลงนา และเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่เหลือ ทำการเผาซังข้าว วัชพืช และไถกลบพื้นที่นา คาดจะทำลายเพลี้ยกระโดดและหนูนาให้หมดสิ้นไปในที่สุด เร่งฟื้นทุเรียนเมืองนนท์ จ.นนทบุรี &#8211; นายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรจังหวัดนนทบุรีร่วมกับองค์การบริหาส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี จัดโครงการ หนึ่งบ้านหนึ่งต้นทุเรียนฟื้นฟูทุเรียนนนท์ เนื่องจากขณะนี้ปัญหาเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ลดจำนวนการปลูกลงอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเกษตรจังหวัดในการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ส่งเสริมการปลูกทุเรียนให้สมกับคำขวัญที่ว่า พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนของชาว จ.นนทบุรีไม่ให้ลดจำนวนลงหรือสูญพันธุ์ไปในที่สุด อบรมวิถีเกษตรที่โคราช จ.นครราชสีมา &#8211; นายอรรถ [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ธนิดา ขุนนา อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างและทำธุรกิจส่วนตัวหลายบริษัท จำต้องล้มเลิกกิจการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ได้ผันชีวิตเข้าสู่ภาคเกษตรโดยพลิกฟื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ ในพื้นที่ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้รักสุขภาพ ซึ่งกระบวนการผลิตพืชผักของ ธนิดาได้ดำเนินตามระบบการจัดคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ฟาร์มผักของเธอประสบความสำเร็จทั้งการผลิตและการตลาด ได้รับคัดเลือกเป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2553<span id="more-768"></span> </p>
<p>นางธนิดา ขุนนา กล่าวว่า ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แปลงนาเดิมเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษเมื่อปี 2548 เบื้องต้นได้เร่งปรับปรุงบำรุงดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียวให้เหมาะสมต่อการปลูกผัก ทั้งยังได้เร่งพัฒนาระบบน้ำโดยขุดคลองส่งน้ำและขุดบ่อพักเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกเอง มีการเจาะน้ำบาดาลและติดตั้งเครื่องกรองน้ำพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสำหรับการล้างและแปรรูปผัก ขณะเดียวกันยังมีการปลูกไผ่ ปลูกกล้วย ไม้ผลและไม้ยืนต้นรอบฟาร์มเป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันลมและแมลงศัตรูพืชด้วย </p>
<p>ปี 2550 มีแนวคิดพัฒนาระบบปลูกผักรูปแบบใหม่ โดยปลูกแบบยกแคร่ในโรงเรือนซึ่งประยุกต์จากแปลงปลูกพืชไฮโดรโปนิก ปรับเปลี่ยนจากการปลูกใน น้ำมาเป็นปลูกในดินบนแคร่ที่ยกพื้นสูง ประมาณ 80 เซนติเมตรแทน วิธีนี้มีข้อดี คือ สามารถช่วยระบายน้ำ ระบายความร้อน ทั้งยังสามารถลดปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืช และวัชพืชได้ค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชลงได้มาก และความสูงของแคร่ยังช่วยให้ดูแลผักได้สะดวกและง่ายขึ้น</p>
<p><img src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/2010-06-17-994581038-food1-300x160.jpg" alt="วิธีการป้องกันศัตรูพืชตามระบบมาตรฐาน  GAP" title="วิธีการป้องกันศัตรูพืชตามระบบมาตรฐาน  GAP" width="300" height="160" class="aligncenter size-medium wp-image-769" /></p>
<p>ปัจจุบันมีโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ขนาด 90 ตารางเมตร และ 108 ตารางเมตร รวม 52 โรงเรือน ซึ่งมีหลังคากันฝนและมีตาข่ายช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วย ทำให้ฟาร์มสามารถปลูกผักได้ทุกฤดูกาล พืชผักที่ปลูกมีหลายชนิด อาทิ คะน้า คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาว  กวางตุ้งฮ่องเต้ กวางตุ้งดอก กวางตุ้งใบ  ผักกาดเบกานา ผักกาดขาวปลี ผักโขมแดง ผักโขมเขียว บวบ มะระ ผักบุ้ง ผักหวาน ถั่วฝักยาว แตงกวา กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และบร็อกโคลี เป็นต้น</p>
<p>ที่นี่เน้นการเตรียมดินปลูกผักให้สะอาด โดยจะเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์หาคุณสมบัติของดิน และแร่ธาตุอาหารตลอดจนความเสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษ พร้อมปรับปรุงบำรุงดินก่อนปลูกทุกรอบการผลิต ขณะเดียวกันยังเน้นเตรียมต้นกล้าผักให้แข็งแรงก่อนย้ายไปปลูกบนแคร่ ซึ่งการปลูกผักแบ่งเป็น 3 โซน หมุนเวียนกันไป เพื่อให้มีผลผลิต ผักป้อนตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันยังเว้นช่วงให้มีการพักดินด้วยอย่างน้อย 15 วัน แล้วค่อยลงปลูกรอบใหม่ สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องโรคและแมลงสะสมได้</p>
<p>นางธนิดา กล่าวอีกว่า ฟาร์มแห่งนี้มีระบบการให้น้ำ ให้ปุ๋ย รวมทั้งวิธีการป้องกันศัตรูพืชตามระบบมาตรฐาน  GAP  ของกรมวิชาการเกษตรซึ่งทำได้ไม่ยาก หากหมั่นใฝ่หาความรู้ มีการใส่ใจและทำอย่างจริงจัง ที่สำคัญต้องมีวินัยและมีความซื่อสัตย์ในอาชีพด้วย  โดยเฉพาะเรื่องการใช้วัตถุอันตราย ทางการเกษตร ต้องใช้ให้ถูกต้องตามฉลากและคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้ต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยวตามกำหนดด้วย เพื่อป้องกันการตกค้างปนเปื้อน ส่วนการกำจัดหนอนและแมลงศัตรูพืชในแปลงผักเน้นใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทุกเช้าจะมีการตรวจแปลงเพื่อสำรวจโรคและแมลงศัตรูพืช หากพบจะทำลายทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่ขยายเพิ่มขึ้น  </p>
<p>ธนิดา ขุนนา จากปัญหาสุขภาพทำให้ &#8220;ธนิดา ขุนนา&#8221; ล้มเลิกกิจการด้านที่ดิน และผันชีวิตสู่ภาคเกษตรโดยพลิกที่นา 50 ไร่ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี</p>
<p>ปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคและจำหน่าย ด้วยปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ส่งให้เธอได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2553 &#8220;ธนิดา&#8221; เจ้าของ “คลีนฟาร์ม” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2553 สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม (จีเอพี) เล่าว่า ได้พัฒนาพื้นที่แปลงนาเดิมเพื่อเปลี่ยนเป็นปลูกผักปลอดสาร เมื่อปี 2548 เริ่มจากปรับปรุงดิน พัฒนาระบบน้ำทั้งขุดคลอง ขุดบ่อพัก ขณะเดียวกันก็ปลูกไผ่ ปลูกกล้วย ไม้ผล เป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันลมและศัตรูพืช &#8220;ปี 2550 เรามีแนวคิดพัฒนาปลูกผักแบบใหม่ เป็นยกแคร่ในโรงเรือนซึ่งประยุกต์จากแปลงปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ ยกพื้นสูง 80 เซนติเมตร วิธีนี้มีข้อดีคือช่วยระบายน้ำ ความร้อน ลดปัญหาโรค แมลงศัตรูพืช วัชพืช ที่สำคัญลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้มาก&#8221; เจ้าของคลีนฟาร์ม แจง ปัจจุบันคลีนฟาร์มมีโรงเรือนปลูกผักปลอดสาร 52 โรงเรือน </p>
<p>ผักที่ปลูก อาทิ คะน้า คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักโขมเขียว บวบ มะระ ผักบุ้ง ผักหวาน แตงกวา กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เป็นต้น ระบบการให้น้ำ ให้ปุ๋ย รวมทั้งวิธีป้องกันศัตรูพืชนั้น ธนิดาบอกเป็นไปตามระบบมาตรฐานจีเอพี ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งทำไม่ยากหากใส่ใจอย่างจริงจัง ที่สำคัญต้องมีวินัยและซื่อสัตย์ในอาชีพ โดยเฉพาะการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร ต้องใช้ให้ถูกต้องตามฉลากและคำแนะนำของกรม &#8220;การเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก โดยเราจะเก็บช่วงเช้า เน้นสด สะอาด ตัดแต่งแล้วล้างในห้องควบคุมอุณหภูมิ ก่อนเก็บรักษาในห้องเย็นเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ อยุธยา ลพบุรี สระบุรี โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ได้รับการตอบรับดีมาก” ธนิดา แจง พร้อมฝากถึงผู้สนใจศึกษาเรียนรู้ระบบการผลิตพืชผักตามมาตรฐานจีเอพี ติดต่อไปได้ที่เลขที่ 86 หมู่ 4 ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง โทร.08-1890-2991 ยินดีให้ความกระจ่างต่อทุกคน</p>
<p>หากสนใจศึกษาเรียนรู้ระบบการผลิตพืชผักตามมาตรฐาน GAP ของฟาร์มแห่งนี้ ติดต่อได้ที่คุณธนิดา เลขที่ 86 หมู่ 4 ต.หนองหัวโพ  อ.หนองแซง จ.สระบุรี &#8230;อนาคตคุณอาจได้ขึ้นแท่น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ” ก็เป็นได้</p>
<p>ที่มา ข่าว ธกส. / นานาสารพันปัญหาเกษตร</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ศูนย์ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง'>ศูนย์ต้นแบบเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง</a> <small>นายมนตรี พรมลักษณ์ เกษตรและสหกรณ์ จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า เพื่อสนองตอบนโยบายรัฐบาล และ รมว.มหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเฉพาะระดับชุมชน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 บนเนื้อที่ 5 ไร่ ที่บริเวณด้านทิศใต้ภายในศาลากลาง จ.อำนาจเจริญ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในระดับครัวเรือนและระดับชุมชนมีอาหาร บริโภค ลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้ต่อเนื่องจากการทำกิจกรรมเกษตรโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการจัดการทรัพยากร การบริหารจัดการฟาร์มของเกษตรกรให้เป็นต้นแบบตามศักยภาพของพื้นที่ สำหรับถ่ายทอดแก่เกษตรกรในชุมชน นายมนตรีกล่าวว่า ในปี 2553 มีเป้าหมายดำเนินการ 7 อำเภอ 25 หมู่บ้าน ด้วยการอบรมเกษตรกรหมู่บ้านละ 20 คน รวม 500 คน ในพื้นที่ อ.เมืองฯ มี ต.นายม 1 หมู่บ้าน ต.นาวัง 5 หมู่บ้าน ต.กุดปลาดุก 11 หมู่บ้าน ต.น้ำปลีก 9 หมู่บ้าน [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/' rel='bookmark' title='Permanent Link: กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน'>กระทรวงเกษตรเร่งใช้ พ.ร.บ.พัฒนาที่ดิน</a> <small>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งใช้พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ตามระเบียบปรังปรุงแก้ไขใหม่ไปยังเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลังยังพบปัญหาที่ดินทรุดโทรมและใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายอภิชาต จงสกุล ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในการนำพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม มาเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีทั้งหมด 25 มาตรา สาระสำคัญ คือ การกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและป้องกันการเกิดดินถล่ม รวมถึงการห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดิน หรือทำให้สภาพดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการป้องกันแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของดินประสบผลสำเร็จ สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th เกษตรฯ ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้วในขณะนี้ในภาพรวมถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวม เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแล้ว 23,577 ไร่ ในพื้นที่ประสบภัยด้านพืชพื้นที่ประสบภัย 15 จังหวัด [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักพืชสวนครัว'>การปลูกผักพืชสวนครัว</a> <small>บ้านเกษตรสมบูรณ์ที่มีการจัดการอย่างดีในรูปแบบผสมผสาน เป็นหมู่บ้านที่เน้นด้าน การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ (plant = การเพาะปลูก) ซึ่งตรงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงทรงริเริ่มไว้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน (enough = พอเพียง) ปัจจุบันมีหมู่บ้านดีเด่นด้านการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ พืชสมุนไพร นี้ได้แก่ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ภายใต้โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อันเป็นพระราชดำริของศษสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงอนุมัติให้ราษฎรผู้ยากไร้เข้าอยู่อาศัย จำนวน100 ครอบครัว จัดการที่ทำกินให้ครอบครัวละ 10 ไร่ holistic health เพื่อปลูกลองกอง มังคุด และทุเรียน มีการจัดการสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน สถาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งก็ยึดหลักพอเพียงด้วยการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เช่น หนองป่าไคร้ บ้านสันปูเลย ระหว่างทางชมทิวทัศน์ 2 ข้างทาง ซึ่งมีการจัดและตกแต่งป้ายบริเวณหน้าบ้าน ด้วยไม้ดอกไม้ประดับ หน้าบ้านหน้ามอง เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตร หรือสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิม สมุนไพร การปลูกผักพืชสวนครัว ยังเป็นลักษณะไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2553/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553'>เกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553</a> <small>จังหวัดแพร่กำหนดจัดงาน 50 ปี สกย. และเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ โดยนายรังสรรค์ ขำแจง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวว่า ในวาระที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ครบรอบ 50 ปี ทาง สกย.จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอผลงานในทุกภูมิภาค โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในการปลูกยาง พันธุ์ดี การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพอย่างเข้ม แข็ง การพัฒนาระบบตลาดยางในระดับท้องถิ่น และการดำเนินงานในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดครบรอบ 50 ปี สกย.ในครั้งนี้ของภาคเหนือจะจัดขึ้นพร้อมกับงานเกษตรแฟร์ของจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2553 ที่บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อำเภอเมืองแพร่ เพื่อแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในทุกด้านทั้งความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก็จะปรักอบด้วยการปล่อยโคมลอย การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันวิ่งนิมิมาราธอนรักษ์สุขภาพการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกร [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: รอบรั้วเกษตรวันนี้'>รอบรั้วเกษตรวันนี้</a> <small>เสวนาเรื่อง รวมพลกำจัด เพลี้ย-หนูนา ณ จ.อ่างทอง &#8211; นายธวัช ทองโอภาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง กล่าวว่า จากกรณีพื้นที่นาข้าวเกือบหมื่นไร่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกัดกินสร้างความ เสียหายแก่เกษตรกร พร้อมๆ กับปัญหาภัยแล้งที่ชาวนาประสบอยู่ขณะนี้ ล่าสุดหนูนาบุกเข้ากัดกินต้นและรวงข้าวของเกษตรกรเสียหายซ้ำอีก เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในการกำจัดหนูนา อบต.จึงร่วมกับเกษตรกรทั้งในพื้นที่และใกล้เคียง กำหนดวางยาเบื่อหนูในนาข้าวพร้อมกันทุกแปลงนา และเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่เหลือ ทำการเผาซังข้าว วัชพืช และไถกลบพื้นที่นา คาดจะทำลายเพลี้ยกระโดดและหนูนาให้หมดสิ้นไปในที่สุด เร่งฟื้นทุเรียนเมืองนนท์ จ.นนทบุรี &#8211; นายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรจังหวัดนนทบุรีร่วมกับองค์การบริหาส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี จัดโครงการ หนึ่งบ้านหนึ่งต้นทุเรียนฟื้นฟูทุเรียนนนท์ เนื่องจากขณะนี้ปัญหาเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ลดจำนวนการปลูกลงอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเกษตรจังหวัดในการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ส่งเสริมการปลูกทุเรียนให้สมกับคำขวัญที่ว่า พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนของชาว จ.นนทบุรีไม่ให้ลดจำนวนลงหรือสูญพันธุ์ไปในที่สุด อบรมวิถีเกษตรที่โคราช จ.นครราชสีมา &#8211; นายอรรถ [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3-gap-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-53/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการปลูกและทำแปลงถั่วฝักยาว</title>
		<link>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2010 09:02:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีหาถั่วฝักยาว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนเกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[แปลงถั่วฝักยาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.vwander.com/save/?p=753</guid>
		<description><![CDATA[การปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี มีเทคนิคการปลูกหลายอย่าง โดยเกษตรกรในหลายชุมชน เช่น ชุมชนบ้านสี่แยกทุ่งแย้ หมู่ 5 ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีความสนใจด้านการเกษตรเป็นอย่างมาก จึงใช้พื้นที่ของตนเองปลูกผักสวนครัว ซึ่งมีการสลับปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น แตงกวา มัน พริก ผักชี ฯลฯ ปัจจุบันได้ปลูกถั่วฝักยาวอยู่ในช่วงให้ผลผลิต ซึ่งแปลงถั่วฝักยาวแปลงนี้ได้รับคำชมเชยจาก เพื่อน ๆ ว่าเป็นแปลงที่สวยมาก เคล็ดลับในการปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี จากปากคำของคุณอาภรณ์ ช่วยนุกูล เกษตรกรในชุมชนนั่นเอง คือ เคล็ดลับการปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี 1. ควรปลูกแบบวิธีทำค้าง โดยใช้ไม้ไผ่ปักเป็นแนวและใช้ตาข่ายขึง เพื่อให้ต้นถั่วไต่ จะทำให้ฝักถั่วยาวขึ้น ราคาดีขึ้น 2. ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพทุกๆ 10 &#8211; 15 วันต่อครั้ง หลุมละ 1 กำมือทำให้ได้ผลผลิตมากและนานกว่าปกติถึง 2 เดือน 3. รดน้ำผสมน้ำสกัดชีวภาพทุกครั้งเมื่อใส่ปุ๋ยชีวภาพเพิ่ม 4. ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ ป้องกันแมลง เพลี้ยอ่อน โดยเพิ่มกากน้ำตาลหรือผงซักฟอก ให้เป็นสารจับใบ [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเพาะปลูกกะหล่ำปลี'>การเพาะปลูกกะหล่ำปลี</a> <small>กะหล่ำปลี เป็นพืชผักชนิดหนึ่งซึ่งแต่เดิมเป็นพืชที่ปลูกในเขตเมดิเตอร์เรเนียนแถบยุโรป ต่อมาได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทย โดยในสมัยก่อนกะหล่ำปลีปลูกได้ดีเฉพาะฤดูหนาวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ต่อมาเริ่มเป็นที่นิยมบริโภคกันทั่วไป จึงได้มีการพยายามปลูกกะหล่ำปลีนอกฤดูกันมากขึ้น และได้หาพันธุ์ทนร้อนเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย จึงทำให้ในปัจจุบันสามารถปลูกกะหล่ำปลีได้ทุกฤดูกาล กะหล่ำปลี หรือ Cabbage Genus Brassica เป็นผักอายุประมาณ 2ปี แต่นิยมปลูกเป็นผักอายุปีเดียว คือ อายุตั้งแต่ย้ายปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 50-120 วัน ปลูกได้ผลดีในช่วง เดือนตุลาคม &#8211; มกราคม ถ้าปลูกนอกเหนือจากนี้จะต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม โดยสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมในการเพาะปลูกกะหล่ำปลีนั้น โดยทั่วไปสามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินโปร่ง อุณหภูมิที่ เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส มีสภาพความ เป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) อยู่ในช่วง 6-6.5 ความชื้นในดินสูงพอสมควร และได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน สายพันธุ์ของกะหล่ำปลี สายพันธุ์ของกะหล่ำปลีสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กะหล่ำปลีธรรมดา มีความสำคัญและปลูกมากที่สุดในแง่ผัก บริโภค มีลักษณะหัวหลายแบบ ตั้งแต่หัวกลม หัวแหลมเป็นรูปหัวใจ จนถึงกลมแบนราบ มีสีเขียวจนถึงเขียวอ่อน เป็นพันธุ์ที่ทนร้อน อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักกาดขาวปลี'>การปลูกผักกาดขาวปลี</a> <small>ผักกาดขาวปลีเป็นผักที่ปลูกกันมากในประเทศจีนตอนใต้ ไต้หวันและในประเทศไทย ผักกาดขาวปลีนับว่าเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทยเนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายส่วนที่ใช้บริโภคได้แก่ส่วนใบ รับประทาน เป็นผักสดหรือใช้ประกอบอาหารอื่น ๆ ได้ทุกๆ เทศกาล Chinese Cabbage และการปลูก สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม ผักกาดขาวปลีเป็นผักที่มีอายุปีเดียว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ปลูกได้ดีที่สุดในช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินอยู่ในช่วงพอเหมาะประมาณ 6-6.8 อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 25-20 องศาเซลเซียส และควรได้รับแสงแดดตลอดวัน สายพันธุ์ของผักกาดขาวปลี พันธุ์ผักกาดขาวปลีแบ่งตามลักษณะของปลีได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ คือ พันธุ์ปลียาว มีลักษณะทรงสูง รูปไข่ ได้แก่ พันธุ์มิชิลีหรือผักกาดหางหงส์, ผักกาดโสภณ, ผักกาดขาวปลีฝรั่ง พันธุ์ปลีกลม ลักษณะทรงสั้นกว่า อ้วนกลมกว่า เช่น พันธุ์ซาลาเดียไฮบริด, พันธุ์ทรงบิคคอล ไพรด์ ไอบริด ฯลฯ มักเป็นพันธุ์เบาอายุสั้น พันธุ์ปลีหลวม หรือไม่ห่อปลี ส่วนใหญ่เป็นผักพื้นเมืองของเอเซีย พวกนี้มักไม่ห่อปลี ปลูกได้แม้อากาศไม่หนาวฝนตกชุก ได้แก่ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการปลูกถั่วฝักยาว'>วิธีการปลูกถั่วฝักยาว</a> <small>ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ การเตรียมดินก่อนปลูกถั่วฝักยาวนั้น ควรไถพรวนหน้าดินโดยมีความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อทำลายเชื่อโรคและไข่ของแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูพืช และควรเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้หมด หลังจากนั้นทำการปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ให้ไถคราดหน้าดินและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปพร้อมกันในระหว่างไถคราดได้เลย เสร็จแล้วยกร่อง สำหรับปลูกโดยมีความกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวให้เหมาะสมกับแปลงปลูก เตรียมร่องระหว่างแปลงสำหรับเดินเข้าออกประมาณ ไม่เกิน 1 เมตร สำหรับแปลงดินที่ยังไม่เคยปลูกมาก่อนควรนำดินมาวัดค่า pH และวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงจำนวนแร่ธาตุต่างๆ ในดินเพื่อจะได้ปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมในการปลูกต่อไป เมื่อเตรียมดินได้ที่แล้วจึงเป็นขั้นตอนของการปลูกโดยละเอียดดังนี้ 1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ เนื้อที่ 1 ไร่ควรใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัม คัดเมล็ดพันธุ์ที่ดี ไม่แตกหรือมีจำหนิ หรือมีสภาพไม่เหมาะกับการปลูกออกแยกไว้แล้วนำไปคลุกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนเพื่อป้องกันการโดนทำลาย 2. เตรียมหลุมปลูก ให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 0.8-1เมตร ระหว่างหลุมต่อหลุม 0.5 เมตร (หรือแล้วแต่พิจารณา) โดยให้หลุมลึกประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด'>ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด</a> <small>จังหวัดมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย มีการปลูกผักรายได้เพิ่มหลังน้ำชีลด รายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ หลังแม่น้ำชีที่ลดลงเนื่องจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรตามลุ่มแม่น้ำมีพื้นที่เพาะปลูกผักเพิ่ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง ที่มหาสารคาม เกษตรกรโกสุมพิสัยไม่ห่วงเรื่องแม่น้ำชีลดระดับน้ำลงเกือบ 10 เมตร เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง มีการปลูกผักสวนครัวได้รับผลตอบแทนสูง เหตุน้ำลดมีพื้นที่ปลูกเพิ่ม ทั้งดินมีคุณภาพ โอ่มีรายได้ช่วงหน้าแล้งกว่าวันละ 1,000 บาท นางมณีจันทร์ เธอเมืองปัก เกษตรกรในอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงปีนี้ ทำให้ระดับน้ำชีผ่านพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ลดลงเกือบ 10 เมตร ชาวบ้านที่มีบ้านติดริมน้ำชีส่วนใหญ่จะเลี้ยงปลากระชัง ส่วนตนได้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 2 ไร่ ปลูกผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือขาว หรือมะเขือเผาะไปขายที่ตลาดโกสุมพิสัย ทั้งขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดต่ำลงเกือบ 10 เมตร ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ระดับน้ำที่ลดลงไปส่งผลให้ดินมีสภาพดี เกษตรกรผู้ปลูกผักไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหนึ่ง เฉลี่ยแต่ละวันจะสามารถเก็บมะเขือไปขายได้วันละกว่า 50 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนถั่วฝักยาวจะนำมามัดเป็นกำๆละ 10-15 ต้นขายกำละ 10 บาท [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกมะละกอ'>การปลูกมะละกอ</a> <small>ก่อนทำการปลูก ต้องทราบที่มาที่ไปของพืชชนิดนี้กันก่อน ข้อมูลทั่วไปของมะละกอ มะละกอ ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ด ลอกอ ลักษณะโดยทั่วไปของมะละกอนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ขึ้นในบริเวณที่เป็นดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขังมาก ดินมีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ซึ่งประโยชน์ของมะละกอนั้น สามารถใช้ผลบริโภคได้ ทั้งผลดิบและผลสุก ยางมะละกอสามารถนำไปต้มเพื่อเพิ่มการเปื่อยยุ่ยของอาหารได้ ยางมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างอ่อน ยอดอ่อนนำมาต้มสุกรับประทานได้ดีแก้ร้อนใน มะละกอเป็นผลไม้ยืนต้น ที่คนไทยนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีรสอร่อย หวาน ทั้งมะละกอดิบเมนูที่นิยมกันมากก็คือ ส้มตำ ส่วนมะละกอสุก ก็สามารถนำไปรับประทานสดเพื่อสุขภาพ หรือแปรรูปในลักษณะต่างๆ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในส่วนของการปลูกมะละกอนั้นสามารถทำได้แต่ต้องใช้ความอดทนและการเรียนรู้ตลอด มีเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์และพันธุ์แขกดำ ในประเทศไทยได้ผลเป็นที่น่าพอใจหลายท่าน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี วิธีการปลูกมะละกอ การเตรียมดินสำหรับเพาะกล้า โดยทั่วไป การใช้ดินสำหรับเพาะกล้านั้น มีส่วนผสม คือ ดินร่วน 3 บุ้งกี๋ ผสมกับ ปุ๋ยคอก, ขี้เถ้าแกลบ, ทรายหยาบ อัตราส่วน [...]...</small></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี มีเทคนิคการปลูกหลายอย่าง โดยเกษตรกรในหลายชุมชน เช่น ชุมชนบ้านสี่แยกทุ่งแย้ หมู่ 5 ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีความสนใจด้านการเกษตรเป็นอย่างมาก จึงใช้พื้นที่ของตนเองปลูกผักสวนครัว ซึ่งมีการสลับปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น แตงกวา มัน พริก ผักชี ฯลฯ ปัจจุบันได้ปลูกถั่วฝักยาวอยู่ในช่วงให้ผลผลิต ซึ่งแปลงถั่วฝักยาวแปลงนี้ได้รับคำชมเชยจาก เพื่อน ๆ ว่าเป็นแปลงที่สวยมาก เคล็ดลับในการปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี จากปากคำของคุณอาภรณ์ ช่วยนุกูล เกษตรกรในชุมชนนั่นเอง คือ<span id="more-753"></span></p>
<p><strong>เคล็ดลับการปลูกถั่วฝักยาวให้มีคุณภาพดี</strong><br />
1. ควรปลูกแบบวิธีทำค้าง โดยใช้ไม้ไผ่ปักเป็นแนวและใช้ตาข่ายขึง เพื่อให้ต้นถั่วไต่ จะทำให้ฝักถั่วยาวขึ้น ราคาดีขึ้น<br />
2. ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพทุกๆ 10 &#8211; 15 วันต่อครั้ง หลุมละ 1 กำมือทำให้ได้ผลผลิตมากและนานกว่าปกติถึง 2 เดือน<br />
3. รดน้ำผสมน้ำสกัดชีวภาพทุกครั้งเมื่อใส่ปุ๋ยชีวภาพเพิ่ม<br />
4. ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ ป้องกันแมลง เพลี้ยอ่อน โดยเพิ่มกากน้ำตาลหรือผงซักฟอก ให้เป็นสารจับใบ<br />
5. ตัดใบออกทิ้งบ้าง เพื่อให้ลำต้นนำสารอาหารไปเลี้ยงฝักถั่วมากขึ้น ทำให้ได้ฝักถั่วเพิ่มขึ้น<br />
6. ควรปลูกถั่วฝักยาวในพื้นที่ ที่แสงแดดส่องถึง </p>
<p><strong>ถั่วฝักยาว</strong> เป็นพืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือจับ แปลงปลูกถั่วฝักยาว โดยการทำค้าง จะให้ผลผลิตสูง ถั่วชนิดนี้เป็นผักที่ลูกง่ายโตเร็ว ปลูกได้ตลอดปี ในดินแทบทุกชนิด มีความนิยมบริโภคกันมากในเมืองไทย สามารถประกอบอาหารได้หลายชนิด นอกจากจะเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังสามารถช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นอีกด้วยเพราะรากของถั่วฝักยาวเองสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศไว้ในดินได้ดี</p>

<a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/778_11/' title='แปลงถั่วฝักยาว'><img width="150" height="150" src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/778_11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="แปลงถั่วฝักยาว" title="แปลงถั่วฝักยาว" /></a>
<a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/gap001/' title='แปลงถั่วฝักยาว'><img width="150" height="150" src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/GAP001-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="แปลงถั่วฝักยาว" title="แปลงถั่วฝักยาว" /></a>
<a href='http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/11-2/' title='แปลงถั่วฝักยาว'><img width="150" height="150" src="http://www.vwander.com/save/wp-content/uploads/2010/06/11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="แปลงถั่วฝักยาว" title="แปลงถั่วฝักยาว" /></a>

<p><strong>สภาพดินฟ้าอากาศในการทำแปลงปลูกถั่ว</strong></p>
<p>โดยทั่วไปถั่วฝักยาวสามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สามารถเติบโตได้ในดินแทบทุึกชนิด แต่ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรด-ด่าง ของดินอยู่ระหว่าง 5.5-6.0 ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน ชอบอากาศค่อนข้างร้อน ถ้าอากาศหนาวเกินไปจะทำให้ชงักการเจริญเติบโตผลผลิตต่ำ ฝักไม่สวย ถั่วฝักยาวจะใ้ห้ผลผลิตดีในช่วงฤดูฝน อุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับการเจริญเติืบโตอยู่ในช่วง 15-30 องศาเซลเซียส</p>
<p><strong>การเตรียมดินสำหรับปลูก</strong></p>
<p>ยกร่องแปลงกว้าง 1-1.20 เมตร ความยาวแล้วแต่สภาพแปลง ตากดินไว้ 7-10 วัน เพื่อทำลายไข่แมลง และศัตรูบางชนิดแล้วไถคราด ใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก เพื่อปรับสภาพโครงสร้างดิน</p>
<p><strong>แปลงถั่วฝักยาว</strong></p>
<p><br />
<strong>ทำหลุมปลูก</strong> หลังปรับร่องแปลงให้ขุดหลุมปลูกระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระยะระหว่าง 80 เซนติเมตร รองกันหลุมด้วยปุ๋ยเคมี-อินทรีย์ตราบัวทิพย์ สูตร2 ในอัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม คลุกเคล้าให้เข้ากับดินแล้วหยอดเมล็ดลงไปหลุมละ 2-3 เมล็ด กลบหลุมด้วยปุ๋ยคอกหนา เพียงเล็กน้อย แล้วรดน้ำทุกวัน วันละครั้ง</p>
<p><strong>การทำค้าง</strong> เนื่องจากถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องอาศัยค้างเพื่อยึดเกาะพยุงลำต้น ดังนั้นควรทำไม้ค้างให้เพื่อจะได้ผลผลิตที่ดี และมีคุณภาพสูง โดยใช้ไม้ไผ่ยาว 2-2.5 เมตร การปักอาจปักแบบกระโจมเข้าหากัน แล้วรวบปลายไม้เข้าหากันหรืออาจจะปักตรงๆ แต่ละต้นก็ได้ หลังปักค้างเสร็จจับเถาถั่วพันรอบไม้ค้าง ต้องคอยทำทุกๆ 2-3 วัน</p>
<p><strong>การปฏิบัติดูแลรักษา</strong></p>
<p>การให้น้ำ ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเีพียงพอ ระยะเวลาการเจริญเติบโตของถั่วฝักยาว ควรเหมาะกับการให้น้ำในระยะอาทิตย์แรกหลังหยอดเมล็ดควรให้น้ำทุกวัน อย่าให้ดินแห้งแต่อย่าให้มากเกินไปเพราะจะทำให้เมล็ดอาจเน่าได้ ส่วนระยะการเจริญเติบโต และติดดอกออกผลอย่าให้ขาดน้ำเป็นอันขาด ควรให้น้ำทุกวันๆ 2 ครั้งในช่วงเช้าเย็น เพราะจะทำให้ดอกร่วง และไม่ติดฝัก หรือฝักอาจไม่สมบูรณ์</p>
<p><strong>การใส่ปุ๋ยกับถั่วฝักยาว</strong></p>
<p>- ใส่รองพื้นขณะเตรียมแปลงปลูก ใช้ปุ๋ยเคมี-อินทรีย์ตราบัวทิพย์ สูตร2 ในอัตรา 1ช้อน ชาต่อหลุม<br />
- ใส่เมื่อถั่วฝักยาวอายุได้ 15-20 วัน ให้ปุ๋ยเคมี-อินทรีย์ตราบัวทิพย์ สูตร2 ในอัตรา 1 ช้อน ชาต่อหลุม<br />
- ใส่เมื่อเริ่มเก็บผลผลิตถั่วฝักยาวครั้งแรก อายุประมาณ 45-50 วัน ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p><em>การพรวนดินกำจัดวัชพืชทำทุกครั้งเมื่อมีการใส่ปุ๋ย</em></p>
<p><strong>การเก็บเกี่ยว</strong></p>
<p>หลังหยอดเมล็ดแล้วประมาณ 50-60 วัน สามารถเก็บเกี่ยวได้ ให้เลือกเก็บเฉพาะฝักที่ขนาดพอดี ไม่อ่อนเกินไป ควรเลือกเก็บในเวลาเข้าหรือเย็นๆ หลังเก็บเกี่ยวเสร็จควรรีบเก็บเข้าร่มทันทีเพื่อมิให้ถั่วฝักยาวเหี่ยว และฝ่อเร็ว การเก็บให้ทยอยเก็บ 2-3 วัน/ครั้ง</p>
<p>อุปสรรคสำคัญในการปลูกถั่วฝักยาว คือ โรค ซึ่งจะทำให้คุณภาพและผลผลิตลดลงจนไม่สามารถส่งขายได้ โดยโรคต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong>โรคราเขม่า</strong></p>
<p>เกิดจากเชื้อรา สูโดเซอร์คอสปอรา อาการคือ มักปรากฏอาการที่ใบแก่ตอนโคนต้นใบด้านบนจะเป็นปื้นสีขาวซีด เป็นดวงๆ  พลิกดูใต้ใบจะพบคล้ายผงเขม่าสีเทาดำเมื่อระบาดรุนแรงจะพบผงเขม่ามากขึ้น แผลใหญ่ขึ้น ใบจะแห้งและหลุดร่วงไป แล้วลุกลามขึ้นด้านบนทำให้ใบที่อยู่กลางๆ ต้นเป็นโรคด้วย ทำให้ต้นถั่วโทรมเร็วและผลผลิตลดลง</p>
<p>การป้องกันกำจัด<br />
1. ลดความชื้นในแปลงปลุกโดยเพิ่มระยะปลูกให้ห่างขึ้นหรือลดจำนวนต้นต่อหลุม<br />
2. เมื่อพบเริ่มแรกควรรีบเก็บใบที่เป็นโรคเผาทำลาย หมั่นตรวจดูบริเวณส่วนล่างของต้นและใบในทรงพุ่ม เพื่อจะได้ป้องกันได้ทันที<br />
3. ถ้าพบมากขึ้น แนะนำให้ใช้สารเคมีประเภทแมนโคเซปฉีดพ่นสลับกับเบนโนมิลหรือคาร์เบน ดาซิม<br />
4. หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรทำความสะอาดแปลงปลูกทันที</p>
<p><strong>โรคราแป้ง</strong></p>
<p>เกิดจากเชื้อรา ออยเดียม อาการคือ จะพบผงสีขาว ทั้งด้านใต้ใบและบนใบ ถ้าเป็นมากผงสีขาวจะหนาแน่นมองเห็นชัดเจน เมื่อเอามือลูบจะหลุดออกเป็นแผ่นจะพบมากบริเวณโคนต้น แล้วลุกลามขึ้นด้านบน และผงสีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง และระบาดโดยปลิวไปตามลม</p>
<p>การป้องกันกำจัด<br />
1. ไม่ควรเก็บเมล็ดพันธุ์จากต้นเป็นโรคไปทำพันธุ์<br />
2. ควรรดน้ำต้นถั่วให้เปียกทั่วใบอย่างสม่ำเสมอ  เพราะส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราแป้งนี้จะไม่งอก ถ้ามีละอองน้ำมากๆ<br />
3. แปลงที่มีประวัติการระบาดของโรคนี้ควรพ่นสารป้องกันจำพวกกำมะถันผงละลายน้ำ หรือคาราเทน ควรพ่นในตอนเย็นที่หมดแดดแล้ว (สารดูดซึมอื่นๆ มีอีกหลายชนิดแต่ราคาแพงไม่คุ้มกับการลงทุน แต่ในฤดูที่ถั่วยาวมีราคาสูง อาจใช้สารประเภทดูดซึมฉีดพ่นก็ได้)<br />
4. แปลงที่เป็นโรคมากควรรื้อและเผาทำลายทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคต่อไป</p>
<p><strong>โรคราสนิม</strong></p>
<p>เกิดจากเชื้อรา  ยูโรมายเซส อาการคือ จะพบที่ใบแก่เป็นส่วนมาก โดยมีตุ่มนูนขนาดเล็กๆ สีเหลืองซีด ตรงกลางตุ่มมีแผลแตก ซึ่งจะมีผงสีสนิมเหล็กเกาะอยู่เป็นกลุ่ม เมื่อโรคระบาดมากขึ้น จำนวนจุดต่อใบจะมากขึ้นลุกลามจากส่วนล่างๆ สู่ส่วนบนของต้น และใบที่เป็นมากจะเหลืองและร่วงหล่นไป มักจะพบอยู่เสมอในทุกๆ แหล่งที่มีการปลูกถั่วฝักยาว</p>
<p>การป้องกันกำจัด<br />
1.  หมั่นตรวจดูแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ     โดยเฉพาะใบในทรงพุ่มและใบแก่ตอนล่างของต้น<br />
2. ถ้าพบโรคนี้ ควรพ่นด้วยสารจำพวกกำมะถันผง  ละลายน้ำ  หรือสารประเภท           แมนโคเซป<br />
3.  แปลงปลูกที่ทรุดโทรมแล้ว  ควรรีบรื้อออกและเผาทำลายเพื่อตัดต้นตอของโรคที่จะระบาดในการปลูก ครั้งต่อไป</p>
<p><strong>โรคใบด่าง</strong></p>
<p>เกิดจาก เชื้อวิสา มีแมลงปากดูดเป็นพาหะ อาการคือ จะพบโรคใบด่างได้ทั่วทุกแปลงที่ปลูกถั่วฝักยาว อาการคือใบจะด่าง สีเหลืองสลับเขียวอ่อนและขาวซีด จะเห็นได้ชัดเจนโรคนี้จะแพร่กระจายโดยติดไปกับเมล็ดพันธุ์หรือแมลงปากดูดถ้าเป็นกับต้นถั่วที่ยังเล็ก จะไม่ให้ผลผลิต</p>
<p>การป้องกันกำจัด</p>
<p>ยังไม่มีคำแนะนำในเรื่องการใช้สารเคมี แต่มีแนวทางป้องกันโดยเริ่มจากการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จากต้นที่แข็งแรงสมบูรณ์ไว้ทำพันธุ์ กำจัดต้นที่เป็นโรคทิ้งไป และพ่นสารเคมีป้องกันแมลงปากดูดเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของโรคนี้</p>
<p><em>ที่มา ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่</em></p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การเพาะปลูกกะหล่ำปลี'>การเพาะปลูกกะหล่ำปลี</a> <small>กะหล่ำปลี เป็นพืชผักชนิดหนึ่งซึ่งแต่เดิมเป็นพืชที่ปลูกในเขตเมดิเตอร์เรเนียนแถบยุโรป ต่อมาได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทย โดยในสมัยก่อนกะหล่ำปลีปลูกได้ดีเฉพาะฤดูหนาวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ต่อมาเริ่มเป็นที่นิยมบริโภคกันทั่วไป จึงได้มีการพยายามปลูกกะหล่ำปลีนอกฤดูกันมากขึ้น และได้หาพันธุ์ทนร้อนเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย จึงทำให้ในปัจจุบันสามารถปลูกกะหล่ำปลีได้ทุกฤดูกาล กะหล่ำปลี หรือ Cabbage Genus Brassica เป็นผักอายุประมาณ 2ปี แต่นิยมปลูกเป็นผักอายุปีเดียว คือ อายุตั้งแต่ย้ายปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 50-120 วัน ปลูกได้ผลดีในช่วง เดือนตุลาคม &#8211; มกราคม ถ้าปลูกนอกเหนือจากนี้จะต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม โดยสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมในการเพาะปลูกกะหล่ำปลีนั้น โดยทั่วไปสามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินโปร่ง อุณหภูมิที่ เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส มีสภาพความ เป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) อยู่ในช่วง 6-6.5 ความชื้นในดินสูงพอสมควร และได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน สายพันธุ์ของกะหล่ำปลี สายพันธุ์ของกะหล่ำปลีสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กะหล่ำปลีธรรมดา มีความสำคัญและปลูกมากที่สุดในแง่ผัก บริโภค มีลักษณะหัวหลายแบบ ตั้งแต่หัวกลม หัวแหลมเป็นรูปหัวใจ จนถึงกลมแบนราบ มีสีเขียวจนถึงเขียวอ่อน เป็นพันธุ์ที่ทนร้อน อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกผักกาดขาวปลี'>การปลูกผักกาดขาวปลี</a> <small>ผักกาดขาวปลีเป็นผักที่ปลูกกันมากในประเทศจีนตอนใต้ ไต้หวันและในประเทศไทย ผักกาดขาวปลีนับว่าเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทยเนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายส่วนที่ใช้บริโภคได้แก่ส่วนใบ รับประทาน เป็นผักสดหรือใช้ประกอบอาหารอื่น ๆ ได้ทุกๆ เทศกาล Chinese Cabbage และการปลูก สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม ผักกาดขาวปลีเป็นผักที่มีอายุปีเดียว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ปลูกได้ดีที่สุดในช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินอยู่ในช่วงพอเหมาะประมาณ 6-6.8 อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 25-20 องศาเซลเซียส และควรได้รับแสงแดดตลอดวัน สายพันธุ์ของผักกาดขาวปลี พันธุ์ผักกาดขาวปลีแบ่งตามลักษณะของปลีได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ คือ พันธุ์ปลียาว มีลักษณะทรงสูง รูปไข่ ได้แก่ พันธุ์มิชิลีหรือผักกาดหางหงส์, ผักกาดโสภณ, ผักกาดขาวปลีฝรั่ง พันธุ์ปลีกลม ลักษณะทรงสั้นกว่า อ้วนกลมกว่า เช่น พันธุ์ซาลาเดียไฮบริด, พันธุ์ทรงบิคคอล ไพรด์ ไอบริด ฯลฯ มักเป็นพันธุ์เบาอายุสั้น พันธุ์ปลีหลวม หรือไม่ห่อปลี ส่วนใหญ่เป็นผักพื้นเมืองของเอเซีย พวกนี้มักไม่ห่อปลี ปลูกได้แม้อากาศไม่หนาวฝนตกชุก ได้แก่ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการปลูกถั่วฝักยาว'>วิธีการปลูกถั่วฝักยาว</a> <small>ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ การเตรียมดินก่อนปลูกถั่วฝักยาวนั้น ควรไถพรวนหน้าดินโดยมีความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อทำลายเชื่อโรคและไข่ของแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูพืช และควรเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้หมด หลังจากนั้นทำการปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น ให้ไถคราดหน้าดินและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปพร้อมกันในระหว่างไถคราดได้เลย เสร็จแล้วยกร่อง สำหรับปลูกโดยมีความกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวให้เหมาะสมกับแปลงปลูก เตรียมร่องระหว่างแปลงสำหรับเดินเข้าออกประมาณ ไม่เกิน 1 เมตร สำหรับแปลงดินที่ยังไม่เคยปลูกมาก่อนควรนำดินมาวัดค่า pH และวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงจำนวนแร่ธาตุต่างๆ ในดินเพื่อจะได้ปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมในการปลูกต่อไป เมื่อเตรียมดินได้ที่แล้วจึงเป็นขั้นตอนของการปลูกโดยละเอียดดังนี้ 1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ เนื้อที่ 1 ไร่ควรใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัม คัดเมล็ดพันธุ์ที่ดี ไม่แตกหรือมีจำหนิ หรือมีสภาพไม่เหมาะกับการปลูกออกแยกไว้แล้วนำไปคลุกด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก่อนเพื่อป้องกันการโดนทำลาย 2. เตรียมหลุมปลูก ให้ได้ระยะห่างระหว่างแถว 0.8-1เมตร ระหว่างหลุมต่อหลุม 0.5 เมตร (หรือแล้วแต่พิจารณา) โดยให้หลุมลึกประมาณ [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด'>ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด</a> <small>จังหวัดมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย มีการปลูกผักรายได้เพิ่มหลังน้ำชีลด รายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ หลังแม่น้ำชีที่ลดลงเนื่องจากภัยแล้งทำให้เกษตรกรตามลุ่มแม่น้ำมีพื้นที่เพาะปลูกผักเพิ่ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง ที่มหาสารคาม เกษตรกรโกสุมพิสัยไม่ห่วงเรื่องแม่น้ำชีลดระดับน้ำลงเกือบ 10 เมตร เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง มีการปลูกผักสวนครัวได้รับผลตอบแทนสูง เหตุน้ำลดมีพื้นที่ปลูกเพิ่ม ทั้งดินมีคุณภาพ โอ่มีรายได้ช่วงหน้าแล้งกว่าวันละ 1,000 บาท นางมณีจันทร์ เธอเมืองปัก เกษตรกรในอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงปีนี้ ทำให้ระดับน้ำชีผ่านพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ลดลงเกือบ 10 เมตร ชาวบ้านที่มีบ้านติดริมน้ำชีส่วนใหญ่จะเลี้ยงปลากระชัง ส่วนตนได้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 2 ไร่ ปลูกผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือขาว หรือมะเขือเผาะไปขายที่ตลาดโกสุมพิสัย ทั้งขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดต่ำลงเกือบ 10 เมตร ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ระดับน้ำที่ลดลงไปส่งผลให้ดินมีสภาพดี เกษตรกรผู้ปลูกผักไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหนึ่ง เฉลี่ยแต่ละวันจะสามารถเก็บมะเขือไปขายได้วันละกว่า 50 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนถั่วฝักยาวจะนำมามัดเป็นกำๆละ 10-15 ต้นขายกำละ 10 บาท [...]...</small></li>
<li><a href='http://www.vwander.com/save/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การปลูกมะละกอ'>การปลูกมะละกอ</a> <small>ก่อนทำการปลูก ต้องทราบที่มาที่ไปของพืชชนิดนี้กันก่อน ข้อมูลทั่วไปของมะละกอ มะละกอ ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ด ลอกอ ลักษณะโดยทั่วไปของมะละกอนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ขึ้นในบริเวณที่เป็นดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขังมาก ดินมีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ซึ่งประโยชน์ของมะละกอนั้น สามารถใช้ผลบริโภคได้ ทั้งผลดิบและผลสุก ยางมะละกอสามารถนำไปต้มเพื่อเพิ่มการเปื่อยยุ่ยของอาหารได้ ยางมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างอ่อน ยอดอ่อนนำมาต้มสุกรับประทานได้ดีแก้ร้อนใน มะละกอเป็นผลไม้ยืนต้น ที่คนไทยนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีรสอร่อย หวาน ทั้งมะละกอดิบเมนูที่นิยมกันมากก็คือ ส้มตำ ส่วนมะละกอสุก ก็สามารถนำไปรับประทานสดเพื่อสุขภาพ หรือแปรรูปในลักษณะต่างๆ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในส่วนของการปลูกมะละกอนั้นสามารถทำได้แต่ต้องใช้ความอดทนและการเรียนรู้ตลอด มีเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์และพันธุ์แขกดำ ในประเทศไทยได้ผลเป็นที่น่าพอใจหลายท่าน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี วิธีการปลูกมะละกอ การเตรียมดินสำหรับเพาะกล้า โดยทั่วไป การใช้ดินสำหรับเพาะกล้านั้น มีส่วนผสม คือ ดินร่วน 3 บุ้งกี๋ ผสมกับ ปุ๋ยคอก, ขี้เถ้าแกลบ, ทรายหยาบ อัตราส่วน [...]...</small></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.vwander.com/save/2010/06/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
